ข้อมูลจำเพาะ

ทุกรายละเอียดล้วนมีความสำคัญ

เครื่องยนต์

เครื่องยนต์ดีเซล เครื่องยนต์

Specifications

  • เครื่องยนต์
    • ชื่อเครื่องยนต์
      D4204T14
    • Engine Type Description
      Four-cylinder turbo charged diesel
    • Power Train
      ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า
    • จำนวนสูบ
      4
    • ปริมาตรความจุกระบอกสูบ
      1969 cc
    • ความกว้างกระบอกสูบ
      82 mm
    • ช่วงชัก
      93.2 mm
    • Specifications_Key Kilowatts Amount
      140 kW
    • แรงม้า (Hp)
      190 hp
    • กำลังเครื่องสูงสุด
      4250 rpm
    • แรงบิด
      400 Nm
    • แรงบิดสูงสุด
      1750 - 2500 rpm
    • ชนิดของเชื้อเพลิง
      เครื่องยนต์ดีเซล
  • ความจุ
    • ความจุเชื้อเพลิง
      67.5 l
    • ความจุบรรทุก
      430 l
    • ความสามารถในการบรรทุก (กิโลกรัม)
      1800 kg
  • Weights
    • Serving Weight
      1690 kg
    • น้ำหนักสุทธิ
    • Eight-speed Geartronic automatic transmission
      2170 kg
    • Six-speed manual gearbox
      2170 kg
    • น้ำหนักหลังคา
      75 kg
  • มิติรถภายนอก
    • ความสูง
      1484 mm
    • ความยาว
      4635 mm
    • Width
      1899 mm
    • Width inc. Mirrors
      2097 mm
    • Wheel Base
      2776 mm
    • Track Front
      1588 mm
    • Track Rear
      1585 mm
    • Turning Circle
      11.3 mm
  • มิติรถ ภายใน (ไม่รวมซันรูฟ)
    • ความสูงห้องโดยสารด้านหน้า
      999 mm
    • ความสูงห้องโดยสารด้านหลัง
      954 mm
    • ความกว้างของที่นั่งด้านหน้า
      1447 mm
    • ความกว้างที่นั่งด้านหลัง
      1402 mm
    • ขนาดวางขาด้านหน้า
      1064 mm
    • ขนาดวางขาด้านหลัง
      850 mm
    • ความกว้างห้องโดยสารด้านหน้า
      1395 mm
    • ความกว้างห้องโดยสารด้านหลัง
      1349 mm
  • Miscellaneous
    • จำแนกสภาพแวดล้อม
      Euro 6

คุณสมบัติและออปชั่นพิเศษ

อุปกรณ์พิเศษเพิ่มเติม

  • ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย เทคโนโลยีและเสียง การจัดเก็บและบรรทุก สมรรถนะ สภาพแวดล้อม
  • ความปลอดภัยเชิงป้องกัน

    • ระบบความปลอดภัยในเมือง
      • เรารู้ว่าคุณต้องการหลีกเลี่ยงการชนในทุกกรณี รวมทั้งเมื่อใช้ความเร็วต่ำด้วย และสำหรับการเดินทางกลางใจเมืองที่พลุกพล่านนั้น การขาดความระมัดระวังเพียงชั่วขณะก็สามารถทำให้คุณตกอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าวได้แล้ว เราจึงสงสัยว่าจะเป็นไปได้ไหมที่รถยนต์วอลโว่ของคุณจะเข้ามาช่วยในส่วนนี้ ระบบความปลอดภัยในเมืองคือคำตอบทั้งหมดของคำถามนี้ เทคโนโลยีที่ทำงานโดยอาศัยเลเซอร์ซึ่งสามารถประเมินการชนที่กำลังจะเกิดขึ้นเมื่อรถมีความเร็วถึง 50 กม./ชม. ในขั้นแรกระบบความปลอดภัยในเมืองจะเตรียมเบรก ซึ่งทำให้เบรกสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วเมื่อคุณเหยียบแป้นเบรก และถ้าคุณไม่สามารถทำการเบรกได้ ระบบความปลอดภัยในเมืองจะทำการเบรกแทนคุณ และปิดการทำงานของคันเร่งเพื่อลดผลกระทบจากการชนให้น้อยลง ที่ดีกว่านั้นคือถ้ารถของคุณและรถคันหน้ามีความเร็วต่างกันไม่ถึง 15 กม./ชม. ระบบความปลอดภัยในเมืองสามารถป้องกันไม่ให้เกิดการชนได้ตั้งแต่แรก ระบบความปลอดภัยในเมืองจะทำงานทันทีที่คุณสตาร์ทรถ และพร้อมเข้าช่วยเหลือคุณในสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน ระบบความปลอดภัยในเมืองเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งในเป้าหมายของเราที่จะสร้างความปลอดภัยให้กับรถอย่างสมบูรณ์แบบ เราเรียกโปรแกรมนี้ว่า IntelliSafe โปรแกรมนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเติมเต็มเป้าหมายของเราในการสร้างรถยนต์ที่สามารถหลีกเลี่ยงการชนได้อย่างสิ้นเชิง โปรแกรมนี้ประกอบด้วยคุณสมบัติต่างๆ เช่น ระบบเตือนการออกจากช่องทางรถ (Lane Departure Warning) ระบบควบคุมความเร็วแบบปรับได้ (Adaptive Cruise Control) ระบบช่วยในการจอดรถ (Park Assist) และอื่นๆ อีกมาก
    • ชุดสนับสนุนคนขับ
      • จะดีหรือไม่หากรถของคุณช่วยหลีกเลี่ยงการชน ตรวจจับคนเดินถนน อ่านป้ายสัญญาณจราจร และแจ้งเตือนคุณในสถานการณ์ต่างๆ เช่น คุณกำลังขับเร็วเกินชีดจำกัดความเร็วที่กำหนดได้ ลองจินตนาการว่ารถของคุณสามารถตรวจจับได้แม้กระทั่งว่าคุณกำลังเหนื่อยหรือเสียสมาธิในการขับรถ แล้วแจ้งเตือนคุณอย่างนุ่มนวลดูสิ นี่ไม่ใช่นิยายวิทยาศาสตร์ แต่เรากำลังพูดถึงแพ็คเกจ Driver Support ของเรา ซึ่งจะช่วยให้คุณมีความปลอดภัยและมอบประสบการณ์การขับที่มีคุณค่ายิ่งขึ้น จากคุณสมบัติที่ระบุไว้ แพ็คเกจนี้จะรวมถึงระบบควบคุมความเร็วแบบปรับได้ (ที่ทุกระดับความเร็ว) ระบบเตือนการชนพร้อมฟังก์ชันเบรกอัตโนมัติเต็มรูปแบบและระบบตรวจจับคนเดินถนนและคนขี่จักรยาน ระบบควบคุมการเตือนคนขับ (Driver Alert Control หรือ DAC) ระบบช่วยรักษาช่องทางรถ (Lane Keeping Aid หรือ LKA) ไฟสูงแบบแอ็คทีฟ (Active High Beam หรือ AHB) ข้อมูลป้ายจราจร (Road Sign Information หรือ RSI) ระบบข้อมูลช่วยเตือนจุดบอด (Blind Spot Information System หรือ BLIS) และระบบเตือนรถในเส้นทางตัดกัน (Cross Traffic Alert หรือ CTA)
    • ระบบควบคุมความเร็วแบบปรับได้ (Adaptive Cruise Control หรือ ACC) พร้อมระบบช่วยเข้าคิว (Queue Assist)
      • ช่วยให้คุณรักษาระยะห่างจากรถคันข้างหน้าให้อยู่ในระยะที่ตั้งไว้และในทุกระดับความเร็วจนถึง 200 กม./ชม. สำหรับรถที่ใช้เกียร์อัตโนมัติ และที่ความเร็วตั้งแต่ 30 ถึง 200 กม./ชม. สำหรับรถเกียร์ธรรมดา ระบบ ACC จะช่วยให้คุณขับรถได้อย่างผ่อนคลายมากขึ้นในทุกการเดินทาง ในช่วงที่การจราจรในเมืองติดขัดซึ่งรถจะเคลื่อนตัวได้ช้า ฟังก์ชัน stop and go* ของ ACC พร้อมโหมด ECO จะปรับความเร็วรถของคุณตามความเร็วของรถคันหน้าโดยอัตโนมัติ ในขณะเดียวกันก็ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงให้คุณโดยรักษาความต่อเนื่องในการทำงานและไม่เร่งความเร็วกะทันหันโดยไม่จำเป็น ในขณะที่รถจอดอยู่กับที่ สิ่งที่ต้องทำคือ กดปุ่มหรือคันเร่ง แล้วรถของคุณก็จะแล่นต่อท้ายรถคันหน้าได้อย่างนุ่มนวล เมื่อรถมีความเร็ว 30 กม./ชม. ขึ้นไป เพียงเลือกความเร็วที่ต้องการ และระยะห่างต่ำสุดจนถึงรถคันหน้า เมื่อเซ็นเซอร์เรดาร์ตรวจพบรถที่ขับช้าด้านหน้ารถคุณ ระบบจะปรับเปลี่ยนความเร็วตามรถคันหน้าโดยอัตโนมัติ และเมื่อถนนว่าง รถก็จะเร่งความเร็วกลับสู่ความเร็วที่เลือกไว้ ในกรณีที่ไม่ได้เปิดระบบ ACC และมีรถคันหน้าเข้ามาใกล้เกินไป ระบบการเตือนระยะห่างจะทำให้ไฟเตือนสว่างขึ้นที่ด้านล่างของกระจกบังลมหน้า เพื่อช่วยให้คุณรักษาระยะห่างที่เหมาะสม คุณสามารถเลือกระบบควบคุมความเร็วรถแบบธรรมดาได้เช่นกันหากต้องการ โดยกดปุ่ม ACC ชั่วขณะ *ระบบช่วยเข้าคิว (Queue Assist) และฟังก์ชัน stop and go ที่ความเร็วตั้งแต่ 0 ถึง 30 กม./ชั่วโมง ต้องใช้เกียร์อัตโนมัติ!
    • ระบบเตือนการชนพร้อมฟังก์ชันเบรกอัตโนมัติเต็มรูปแบบและระบบตรวจจับคนเดินถนน
      • จากสถิติแสดงให้เห็นว่าครึ่งหนึ่งของการชนท้ายทั้งหมดเกิดขึ้นโดยที่คนขับไม่ได้เบรกรถเลยแม้แต่น้อย เทคโนโลยีเพื่อหลีกเลี่ยงการชนจะทำงานเมื่อรถมีความเร็วสูงกว่า 4 กม./ชม. โดยจะแสดงภาพและเสียงเตือนเมื่อคุณขับรถเข้าใกล้รถคันหน้าเกินไป หรือเมื่อมีคนเดินถนนอยู่ในเส้นทางขับของคุณ ถ้าคุณไม่ได้ใส่ใจ และการชนจวนจะเกิดแล้ว ระบบเบรกอัตโนมัติจะทำงาน เพื่อช่วยให้คุณหลบหลีกหรือลดแรงกระแทกได้ ภายในระยะ 150 เมตร เซ็นเซอร์เรดาร์ซึ่งอยู่หลังกระจังหน้าจะตรวจสอบระยะห่างระหว่างรถของคุณกับรถคันที่อยู่ด้านหน้าอย่างต่อเนื่อง และกล้องดิจิตอลซึ่งอยู่หลังกระจกหน้ารถจะตรวจหาวัตถุที่ด้านหน้ารถ ในเวลากลางวัน ระบบยังสามารถตรวจพบคนเดินถนนหรือคนขี่จักรยานที่กำลังยืนอยู่หรือเคลื่อนที่ได้ด้วย ถ้าคนเดินถนนหรือคนขี่จักรยานตัดหน้ารถของคุณแบบกะทันหัน หรือถ้าต้องเบรกรถทันที (หรือจอดอยู่กับที่) และระบบเตือนการชนตรวจพบว่าน่าจะเกิดการชนขึ้น ระบบจะแจ้งเตือนคนขับด้วยไฟกะพริบเตือนบนกระจกหน้าและเสียงเตือน นอกจากนี้ เทคโนโลยีนี้ยังสนับสนุนการเบรกที่ดำเนินการโดยคนขับด้วยการชาร์จเบรกล่วงหน้าเพื่อลดระยะในการเบรกให้เหลือน้อยที่สุดด้วย หากคุณไม่ตอบสนองกับสัญญาณเตือนและมีแนวโน้มจะเกิดการชน รถจะเบรกอัตโนมัติด้วยกำลังสูงสุด
    • ระบบควบคุมการแจ้งเตือนคนขับ
      • คุณรู้สถานการณ์นี้ดี บางทีคุณอาจเจอกับเรื่องหนักๆ ในที่ทำงานมาตลอดทั้งวัน หรืออาจเพราะการต้องขับรถนานหลายชั่วโมง และในตอนนี้สมาธิของคุณก็เริ่มวอกแวก นี่คือสถานการณ์อันตรายที่เราสนใจอย่างมาก เนื่องจาก 90 เปอร์เซ็นต์ของอุบัติเหตุทั้งหมดเกิดจากคนขับขาดสมาธิ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เราพัฒนาระบบควบคุมการแจ้งเตือนคนขับ (DAC) ขึ้นมา เพื่อช่วยเตือนคนขับที่ขาดสมาธิและขับรถด้วยความเร็วเกิน 65 กม./ชม. กล้องจะจับภาพถนนด้านหน้าในขณะที่ DAC ทำการตรวจสอบรูปแบบการบังคับพวงมาลัยของคุณเพื่อเปรียบเทียบกับลักษณะการขับขี่ตามปกติของคุณ ถ้าระบบตรวจจับได้ว่าลักษณะการขับขี่ของคุณไม่สม่ำเสมอ หรือมีสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าคุณกำลังง่วงหรือขาดสมาธิ ระบบจะส่งเสียงเตือนและมีข้อความขึ้นที่แผงคอนโซลหน้าแนะนำให้คุณหยุดพัก
    • สัญญาณเตือนการออกนอกช่องทางจราจร (LDW)
      • มันสามารถเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย ในขณะที่คุณกำลังขับรถเป็นระยะทางไกลบนมอเตอร์เวย์ หรือชั่วขณะที่คุณเสียสมาธิและรถแกว่งออกนอกช่องทางรถ เหตุการณ์ดังกล่าวจะทำให้คุณเป็นอันตรายจากการชน หรืออาจขับรถตกถนนได้ นี่อาจไม่ใช่สิ่งที่คาดคิด แต่รถยนต์วอลโว่ของคุณสามารถช่วยคุณได้ด้วยระบบเตือนการออกจากช่องทางรถ (Lane Departure Warning) เมื่อคุณขับรถด้วยความเร็วเกิน 65 กม./ชม. กล้องจะตรวจหาเครื่องหมายแบ่งเลนและแจ้งให้ทราบเมื่อคุณออกจากเลนของคุณเอง ในกรณีดังกล่าวระบบจะส่งเสียงเตือน แต่ถ้าคุณใช้ไฟเลี้ยวเพื่อให้สัญญาณในการเปลี่ยนเลน ระบบ LDW จะไม่ส่งเสียงเตือน
    • เครื่องช่วยรักษาช่องทางจราจร (LKA)
      • ที่ความเร็วระหว่าง 65 กม./ชม. ถึง 200 กม./ชม. เครื่องช่วยรักษาช่องทางจราจรสามารถช่วยป้องกันรถออกนอกเส้นแบ่งผิวจราจรและการชนที่เกิดจากคนขับเสียสมาธิเพียงชั่วครู่ ฟังก์ชันนี้จะใช้กล้องดิจิตอลเพื่อตรวจจับเส้นแบ่งผิวจราจรและช่วยตรวจสอบตำแหน่งของรถบนพื้นถนน ถ้าคุณขับรถเข้าใกล้เส้นแบ่งช่องทางเดินรถ และ LKA ตรวจพบว่าคุณไม่ได้เข้าควบคุมรถอย่างเต็มที่ ระบบจะจ่ายแรงบิดปริมาณเล็กน้อยไปที่พวงมาลัย เพื่อช่วยรักษาให้รถอยู่ในช่องทางเดินรถเดิมอยู่เสมอ และหากคุณข้ามเส้นแบ่งช่องทางโดยไม่ตั้งใจ ระบบจะเตือนคุณด้วยการสั่นพวงมาลัย เมื่อคุณตั้งใจขับข้ามเส้นแบ่งผิวจราจรโดยใช้ไฟเลี้ยว LKA จะไม่แจ้งเตือน
    • ข้อมูลป้ายจราจร (RSI)
      • ด้วย RSI คุณจะไม่พลาดป้ายจราจรสำคัญอีกต่อไป กล้องด้านหน้าจะตรวจจับป้ายจำกัดความเร็วและป้าย "ห้ามแซง" สัญลักษณ์จริงจะแสดงขึ้นที่แผงหน้าปัดตรงกลาง เพื่อช่วยให้คุณตื่นตัวอย่างต่อเนื่องต่อข้อบังคับจราจรที่มีอยู่ในขณะนั้น คุณสามารถเลือกให้ระบบ RSI ทำการเตือนด้วยไฟกะพริบได้เช่นกัน โดยเมื่อคุณใช้ความเร็วเกินกว่าขีดจำกัด ไฟจะกะพริบเบาๆ สามครั้ง คุณสามารถตั้งค่าการเตือนนี้ได้ง่ายๆ จากเมนูในคอนโซลกลาง
    • ระบบข้อมูลเกี่ยวกับจุดบอด (Blind Spot Information System หรือ BLIS) พร้อมระบบเตือนรถในเส้นทางตัดกัน (Cross Traffic Alert หรือ CTA)
      • เราต่างเคยเจอประสบการณ์น่าตกใจที่เมื่อเปลี่ยนช่องทางรถแล้วจึงจะเห็นว่ามีรถอีกคันอยู่ในตำแหน่งที่เป็นจุดอับสายตาของเรา นี่คือสาเหตุที่เราได้พัฒนาระบบ BLIS แบบเรดาร์เพื่อคอยระมัดระวังให้คุณ BLIS ใช้เซ็นเซอร์แบบเรดาร์ที่ติดตั้งอยู่ภายในด้านหลังรถ ซึ่งสามารถครอบคลุมพื้นที่ด้านหลังรถได้มากขึ้น รวมทั้งสามารถทำงานในสภาพอากาศแบบต่างๆ และในสภาพแสงทั้งกลางวันและกลางคืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อรถคันอื่นแล่นเข้ามาในจุดที่คุณมองไม่เห็น ฟังก์ชันนี้จะช่วยเตือนคุณด้วยไฟเตือนที่อยู่ในเสาประตูหน้าทั้งด้านซ้ายและด้านขวา อีกทั้งกระจกมองข้างด้านคนขับจะมีกระจกแบบมุมกว้างติดตั้งไว้เพื่อช่วยให้คุณประเมินความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนเลน เรดาร์ BLIS จะทำงานเมื่อรถมีความเร็วเกิน 10 กม./ชม. และจะตรวจจับรถเกือบทุกชนิด รวมทั้งรถจักรยานยนต์ด้วย ระบบเตือนรถในเส้นทางตัดกัน (Cross Traffic Alert) จะใช้เซ็นเซอร์เรดาร์ด้านหลังเพื่อเตือนให้คุณทราบว่ากำลังมีรถแล่นมาจากทางด้านข้างขณะที่คุณกำลังถอยรถเข้าจอดในช่องจอดรถ ระบบนี้มีประโยชน์มากโดยเฉพาะในบริเวณที่แคบและพลุกพล่านซึ่งอาจมองเห็นบริเวณด้านข้างได้จำกัด
    • ระบบควบคุมการทรงตัวแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Stability Control หรือ ESC)
      • ระบบนี้สามารถตรวจจับได้แม้ในขณะที่คุณคาดหวังถึงมันน้อยที่สุด มันช่างเป็นช่วงเวลาที่น่ากลัวจนเหมือนหัวใจจะหยุดเต้นเมื่อรถออกอาการท้ายปัดและกำลังจะลื่นไถลบนถนนที่เปียกหรือมีหิมะปกคลุม เมื่อรถไถล คุณอาจเจอกับอาการท้ายรถส่ายไปมา และรถอาจหมุนจนเสียหลักได้ในท้ายที่สุด เหตุการณ์ลักษณะนี้เองที่ทำให้ระบบควบคุมการทรงตัวแบบอิเล็กทรอนิกส์ (ESC) กลายเป็นหนึ่งในระบบความปลอดภัยที่มีความสำคัญที่สุดของเราในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ระบบจะตรวจสอบปัจจัยต่างๆ เช่น ทิศทางที่รถเดินทาง ความเร็วในการหมุนของล้อ และลักษณะในการใช้งานล็อคบังคับเลี้ยว เมื่อนำข้อมูลเหล่านี้ทั้งหมดมาใช้ จะช่วยให้ ESC สามารถตรวจหาแนวโน้มที่จะเกิดการลื่นไถลและทำการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นได้ โดยลดกำลังเครื่องยนต์และ/หรือทำการเบรกล้อด้านที่เหมาะสม นอกจากนี้ รถยนต์ยังใช้ระบบควบคุมแรงฉุดเครื่องยนต์ (Engine Drag Control หรือ EDC) เพื่อป้องกันล้อล็อคในระหว่างที่มีการเบรกด้วยเครื่องยนต์ หรือเมื่อทำการลดเกียร์บนถนนลื่นอีกด้วย เพื่อช่วยให้ระบบ ESC สามารถทำงานเพื่อป้องกันการลื่นไถลได้เร็วขึ้นและแม่นยำยิ่งขึ้น Advanced Stability Control (ระบบควบคุมเสถียรภาพขั้นสูงหรือ ASC) จะตรวจจับการโคลงตัวและอัตราเร่งตามแนวขวางของรถ แต่ ASC จะทำให้คุณได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่ดีเยี่ยม ดังนั้นเมื่อขับรถเข้าโค้งด้วยความเร็ว รถยนต์จะมีความเสถียรมากขึ้น คุณสมบัติอื่นที่ทำให้คุณสามารถขับเข้าโค้งด้วยความรวดเร็วได้โดยที่รถจะมีอาการดื้อโค้งน้อยลงและขับสนุกยิ่งขึ้น นั่นคือระบบควบคุมการยึดเกาะขณะเข้าโค้ง (Corner Traction Control หรือ CTC) ในขณะเข้าโค้ง ระบบจะทำงานโดยการเบรกล้อขับเคลื่อนที่อยู่ด้านในถ้าล้อนั้นเริ่มจะไม่ยึดเกาะโค้ง ในขณะเดียวกันก็ส่งกำลังไปให้ล้อด้านนอกแทน และถ้าคุณอยากขับขี่โดยเน้นความแรงของสมรรถนะ ESC ก็มีโหมดสปอร์ตให้คุณได้เลือกใช้ด้วย โหมดนี้จะตัดการทำงานของฟังก์ชันลดกำลังเครื่องยนต์ และมีการควบคุมการลื่นของล้อหลังในระดับที่กำหนด ถ้าระบบตรวจพบว่าคนขับกำลังใช้พวงมาลัยและคันเร่งโดยปรับเปลี่ยนอย่างเร็ว และถ้าการทำงานดังกล่าวไม่ได้เกินขอบเขตที่กำหนด ในกรณีดังกล่าวระบบจะกลับไปใช้ฟังก์ชัน ESC ปกติ
    • ระบบเบรกแบบป้องกันล้อล็อคที่มีระบบช่วยเบรกแบบไฮดรอลิก (HBA) และระบบพร้อมเบรก (RAB)
      • เมื่อคุณต้องตกใจกับรถคันอื่นที่โผล่ออกมาจากทางแยกแบบกะทันหัน นั่นคือเวลาที่ต้องใช้ดิสก์เบรกป้องกันล้อล็อคโดยแท้จริง ในสถานการณ์ดังกล่าว ระยะหยุดรถที่สั้นขึ้นสามารถสร้างความแตกต่างได้ และหากคุณกำลังขับรถลงทางลาดชันซึ่งต้องเบรกรถอย่างมากและบ่อยครั้ง คุณจะต้องการฟังก์ชันการต้านเบรกจมของเรา แต่เนื่องจากมีโอกาสเกิดเบรกจมได้เสมอ รถยนต์วอลโว่ของคุณจึงได้มีการเตรียมการสำหรับกรณีดังกล่าวเอาไว้ด้วยระบบรองรับเมื่อเบรกจม (Fading Brake Support หรือ FBS) ระบบนี้จะค่อยๆ เพิ่มแรงดันเบรกไฮดรอลิกเพื่อให้คุณรู้สึกถึงแป้นเบรกได้ตลอดเวลา แต่หากคุณจำเป็นต้องเบรกรถในกรณีฉุกเฉิน และอาจมีแรงเหยียบเบรกไม่แรงพอล่ะ ในกรณีนี้ เราได้พัฒนาระบบช่วยเบรกไฮดรอลิก (Hydraulic Brake Assist) ขึ้น ซึ่งจะทำให้มั่นใจได้ว่าจะมีแรงดันเบรกสูงสุดโดยระบบไฮดรอลิกเสมอในขณะหยุดรถแบบกะทันหัน นอกจากนั้น ถ้าคุณยกเท้าออกจากคันเร่งอย่างกะทันหันหรือเซ็นเซอร์ตรวจพบว่ามีสิ่งกีดขวางที่ด้านหน้ารถ ระบบเตือนความพร้อมในการเบรก (Ready Alert Brakes) จะเลื่อนผ้าเบรกให้เข้าใกล้จานเบรกยิ่งขึ้นเพื่อช่วยลดระยะในการเบรก และระบบกระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Brake Distribution) จะช่วยให้มั่นใจว่ามีการจ่ายแรงเบรกอย่างเหมาะสมไปยังด้านหน้าและด้านหลังของรถยนต์วอลโว่ โดยขึ้นอยู่กับตำแหน่งในการกระจายน้ำหนักภายในรถและสภาพถนนในขณะนั้น
    • ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง (TPMS)
      • ลองคิดถึงขณะที่คุณขับรถอยู่ในช่องทางสำหรับแซงบนมอเตอร์เวย์ที่ใช้ความเร็วสูง รถของคุณเริ่มส่าย ตอนแรกคุณสับสน จากนั้นคุณจึงนึกขึ้นได้ ยางล้อหลังเส้นหนึ่งลมอ่อนมาก แต่โชคดีที่คุณสามารถขับรถเข้าไปที่ไหล่ทางฉุกเฉินจนได้ นี่เป็นสถานการณ์ที่น่ากลัวมาก และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เราพัฒนาระบบตรวจสอบความดันลมยางรถ (TPMS) ซึ่งจะทำงานโดยใช้เซ็นเซอร์ที่ติดตั้งไว้ที่จุกเติมลมของล้อแต่ละล้อ เมื่อคุณขับรถด้วยความเร็วตั้งแต่ 30 กม./ชม. ขึ้นไป และลมยางรถด้านใดด้านหนึ่งอ่อนเกินไป คุณจะได้รับการแจ้งเตือนในทันที
    • ไฟขณะเข้าโค้ง
      • เมื่อรถมีความเร็วถึง 30 กม./ชม. ไฟเสริมขณะเข้าโค้งด้านที่คุณหักเลี้ยวจนทำมุมถึง 15 องศาจะติดสว่างขึ้นเพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้นในขณะเข้าโค้ง เช่น เมื่อคุณเลี้ยวรถเข้าไปในถนนสายเล็กๆ หรือขับผ่านช่องประตูแคบๆ ตอนกลางคืน
    • ไฟสูงแบบแอ็คทีฟ (AHB)
      • การเดินทางยามค่ำคืนจะเป็นไปอย่างเพลิดเพลินและปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยไฟสูงแบบแอ็คทีฟใหม่ที่มีให้เลือกเป็นออปชันเสริม ระบบนี้ช่วยให้คุณไม่ต้องคอยเปลี่ยนไปมาระหว่างไฟต่ำและไฟสูง* ซึ่งไม่เพียงแต่จะชวนให้หงุดหงิดเท่านั้น แต่จากการศึกษากรณีตัวอย่างหลายกรณีพบว่ามันยังเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุยามค่ำคืนอีกด้วย เมื่อใช้ระบบใหม่ของเรา ไฟหน้ารถจะค้างอยู่ที่ตำแหน่งไฟสูงตลอดเวลา เมื่อมีรถยนต์คันอื่นแล่นสวนทางมา ระบบจะป้องกันไม่ให้ไฟส่องเข้าตาคนขับรถคันดังกล่าวโดยจะหรี่ไฟหน้ารถของคุณลงตามความเหมาะสม โดยไม่มากหรือน้อยเกินไป การทำเช่นนี้จะช่วยป้องกันไฟส่องเข้าตาสำหรับรถยนต์ที่อยู่ด้านหน้ารถของคุณด้วย ระบบยังสามารถตรวจจับคนเดินเท้าและคนขี่จักรยาน รวมทั้งทำการลดไฟหน้าลงไม่ให้ส่องเข้าตาคนเหล่านั้นได้ด้วยเช่นกัน ระบบนี้สามารถตรวจจับวัตถุต่างๆ ได้ 10 ชนิดในคราวเดียว และเนื่องจากระบบนี้เป็นระบบอัจฉริยะ ไฟสูงจึงจะดับลงเมื่อคุณขับเข้าในเขตตัวเมือง แต่หากคุณขับรถผ่านป้ายที่มีไฟสว่าง เช่น สถานีเติมเชื้อเพลิงหรือซูเปอร์มาร์เก็ต ไฟสูงจะยังคงสว่างอยู่เพื่อให้คุณมองเห็นสิ่งที่กำลังผ่านเข้ามาทางด้านหน้า ซึ่งเท่ากับคุณจะได้รับทั้งความปลอดภัยและความสะดวกสบายไปพร้อมๆ กัน *ใช้กับ ABL ที่มีเทคโนโลยี Dual Xenon รถที่ใช้ไฟฮาโลเจนจะมีการเปลี่ยนไฟสูงและไฟต่ำโดยอัตโนมัติ
    • กระจกมองหลังภายในรถและด้านนอกรถพร้อมฟังก์ชันปรับแสงอัตโนมัติ
      • สิ่งที่น่ารำคาญที่สุดอย่างหนึ่งในการขับรถกลางคืนคือแสงไฟหน้าของรถยนต์คันที่ขับตามหลังสะท้อนเข้ามาในกระจก กระจกมองข้างที่มีขนาดกว้างมากของวอลโว่ ผลิตจากกระจกโครเมติกซึ่งจะปรับลดแสงสะท้อนจากด้านหลังรถของคุณให้โดยอัตโนมัติ ที่กระจกมีเซ็นเซอร์ภายในทำหน้าที่ตรวจสอบสภาพแสงและตรวจจับแสงสะท้อนจากไฟหน้ารถยนต์ เมื่อเซ็นเซอร์ตรวจพบแสงไฟหน้า กระจกมองหลังทั้งภายในและภายนอกรถจะปรับสีให้เข้มขึ้นจนถึงระดับที่เหมาะสมพร้อมๆ กัน เมื่อแสงสะท้อนดังกล่าวหายไป กระจกจะเปลี่ยนกลับมาเป็นสีเดิมโดยอัตโนมัติ ฟังก์ชันอื่นๆ ประกอบด้วยเข็มทิศเสริมแบบรวมอยู่ในกระจกมองหลังภายในรถ ไฟส่องพื้น และไฟเลี้ยวที่ฝังอยู่ที่ด้านข้างของกระจกมองข้าง
    • ไฟเข้าโค้งแบบแอ็คทีฟ (Active Bending Lights หรือ ABL) พร้อมเทคโนโลยีไฟซีนอนคู่
      • เมื่อคุณต้องขับรถบนถนนนอกเมืองที่คดเคี้ยวในเวลากลางคืนโดยที่แสงจากไฟหน้ารถของคุณเองก็ไม่สามารถแสดงให้คุณเห็นว่าจะมีอะไรอยู่ที่โค้งหน้าได้ทั้งหมด ในกรณีเช่นนี้คุณจะรู้ได้อย่างไร เราสงสัยว่าถ้าไฟหน้ารถของคุณสามารถส่ายไปมาได้แบบดวงตาของเรา รถของคุณจะช่วยให้คุณมองเห็นโค้งได้ทั้งหมดหรือไม่ ดังนั้นเราจึงพัฒนาไฟเข้าโค้งแบบแอ็คทีฟ (Active Bending Lights) ขึ้น ชุดไฟนี้ใช้หลอดไฟแบบมีมอเตอร์ ซึ่งจะสามารถหมุนได้ 15 องศาในแต่ละทิศ และจะหันไปตามทิศทางการหมุนพวงมาลัยของคุณ และด้วยการเลือกใช้หลอดไฟซีนอนคู่แบบสว่างพิเศษ (ไฟต่ำและไฟสูง) คุณจะสามารถมองเห็นทั่วทั้งโค้งได้ดีขึ้นถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหมายถึงคุณมีระยะห่างเพิ่มขึ้นถึง 45 เมตรในการเบรก นอกจากนี้คุณยังได้ไฟต่ำที่มีประสิทธิภาพการส่องสว่างสูงเป็นพิเศษสำหรับการขับรถบนถนนที่แคบและคดเคี้ยว และไฟสูงที่ทรงพลังอย่างยอดเยี่ยมเมื่อขับบนมอเตอร์เวย์ รวมทั้งเซ็นเซอร์ที่จะปิดการทำงานของฟังก์ชันการปรับไฟอัตโนมัติในช่วงกลางวันเพื่อลดการสึกหรอ นี่คือระบบที่ชาญฉลาดอย่างมากเช่นกัน ไฟหน้าจะปรับอัตโนมัติตามน้ำหนักภายในรถเพื่อรักษามุมลำแสงไฟหน้าที่ถูกต้องที่ส่องไปบนถนน แม้ในขณะที่มีการเบรกหรือเร่งความเร็วอย่างมาก
    • ไฟข้าง
      • ไฟข้างรถด้านหน้าและด้านหลังช่วยให้คนขับรถคันอื่นมองเห็นรถของคุณ
    • ไฟเบรกฉุกเฉิน (EBL)
      • เราต่างเคยขับรถบนมอเตอร์เวย์และพบเจอกับสถานการณ์ที่รถคันหน้าเบรกรถอย่างกะทันหัน ซึ่งทำให้คุณต้องรีบเหยียบเบรกอย่างกะทันหันไปด้วย ในขณะเดียวกันก็ภาวนาให้รถที่ขับตามหลังคุณมาสามารถเบรกได้ทันเช่นเดียวกัน คุณอยากให้มีวิธีเตือนเพื่อรถที่ขับตามหลังมารู้ว่าที่ด้านหน้ากำลังเกิดปัญหาใช่หรือไม่ เชิญพบกับไฟเบรกฉุกเฉินของเรา ซึ่งจะทำงานเมื่อรถมีความเร็วเกินกว่า 50 กม./ชม. และทราบถึงความแตกต่างระหว่างการเบรกตามปกติและการเบรกฉุกเฉิน ในกรณีที่มีการหยุดรถแบบกะทันหัน ไฟเบรกจะกะพริบ 4 ครั้งต่อวินาที ซึ่งเป็นการสื่อสารที่ชัดเจนและทำให้รถคันอื่นที่ขับตามมาตระหนักได้ว่าการจราจรที่ด้านหน้าน่าจะเกิดปัญหาขึ้นแล้ว เมื่อคุณชะลอความเร็วรถลงจนกระทั่งต่ำกว่า 10 กม./ชม. ไฟเบรกจะหยุดกะพริบและไฟฉุกเฉินจะทำงานแทน
    • กระจกประตูด้านหน้าแบบลดการเกาะของหยดน้ำ
      • กระจกหน้าต่างด้านหน้าของวอลโว่จะช่วยลดการเกาะของหยดน้ำเมื่อคุณขับรถ ช่วยให้มีทัศนวิสัยที่ดีขึ้นระหว่างฝนตก สารเคลือบผิวกันน้ำจะรวมละอองน้ำให้เป็นหยดน้ำเพื่อให้ลมพัดพาออกไป ซึ่งยังช่วยลดน้ำแข็งเกาะหรือจับตัวในสภาพอากาศที่หนาวเย็น ออปชันนี้จะมาพร้อมกระจกนิรภัย
    • ป้ายฉุกเฉิน
      • ป้ายสามเหลี่ยมสะท้อนแสงมุมกว้างและน้ำหนักเบานี้ใช้ตั้งไว้แจ้งเตือนผู้ใช้ถนนคนอื่นๆ ในกรณีฉุกเฉิน และสามารถใช้ได้ดีแม้ในสภาพลมแรงหรือพื้นถนนลื่น พับได้ง่ายและจัดเก็บไว้ในที่เก็บเฉพาะ

    ความปลอดภัยเชิงปกป้อง

    • ห้องโดยสารเสริมความแข็งแรง
      • ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหนด้วยรถวอลโว่ของคุณ คุณและผู้โดยสารจะอยู่ภายในห้องที่มีโครงเหล็กปกป้องที่แข็งแกร่ง และยังเสริมความแข็งแกร่งด้วยเหล็กที่มีความแข็งแรงมากที่สุดประเภทหนึ่งที่มีอยู่ในทุกวันนี้ นั่นคือ เหล็กโบรอนแบบขึ้นรูปในขณะร้อน เมื่อเกิดการชน โซนยุบตัวด้านหน้าและด้านหลังจะกระจายแรงจากการชนเพื่อช่วยลดแรงกระแทกภายในรถ เมื่อมีการชนด้านข้าง ระบบกระจายแรงกระแทกจากการชนด้านข้าง (SIPS) จะกระจายแรงกระแทกไปยังตัวถังส่วนใหญ่เพื่อลดโอกาสที่ผู้โดยสารจะได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ยังมีคานขวางเหล็กกล้าอยู่ใต้แผงคอนโซลหน้าเพื่อปกป้องผู้โดยสารภายในรถด้วย
    • โครงสร้างด้านหน้าแบบดูดซับพลังงาน
      • โครงสร้างด้านหน้าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะและคานเหล็กแนวยาวในประตูจะช่วยกระจายพลังงานการชนจากด้านหน้าไปยังด้านหลังรถเพื่อช่วยลดแรงกระแทกที่จะมีผลต่อคนขับและผู้โดยสาร จากข้อเท็จจริงที่ว่ารถยนต์วอลโว่ทุกคันมีการเชื่อมยึดในแนวทแยงและใช้เครื่องยนต์สูบเรียงขนาดเล็ก ทำให้มีพื้นที่สำหรับการยุบตัวและกระจายแรงกระแทกได้สูงสุด
    • ระบบป้องกันการกระแทกจากด้านข้าง SIPS
      • เราได้พัฒนา Side Impact Protection System ที่เป็นเอกลักษณ์ของเราขึ้นเพื่อช่วยปกป้องคุณและผู้โดยสารของคุณในกรณีที่เกิดการชนด้านข้าง โครงเหล็กของรถ (รวมถึงโครงที่นั่งด้านหน้า) ได้รับการออกแบบและเสริมความแข็งแรงเพื่อช่วยกระจายแรงกระแทกจากการชนด้านข้างออกจากผู้ที่นั่งอยู่บนที่นั่งไปยังส่วนอื่นๆ ของรถ และช่วยป้องกันไม่ให้มีสิ่งใดยื่นเข้ามาภายในห้องโดยสาร โครงสร้างด้านข้างที่แข็งแรงมากนี้ผลิตขึ้นจากเหล็กกล้าทนแรงดึงสูงพิเศษและเหล็กเกรดอ่อนกว่าเพื่อช่วยต้านทานแรงกระแทกด้านข้างที่รุนแรงจากรถขนาดใหญ่กว่า ม่านนิรภัยกันกระแทก (IC) สำหรับผู้โดยสารทุกคนที่นั่งริมประตู และถุงลมนิรภัยสำหรับเบาะที่นั่งด้านหน้าจะทำงานร่วมกับ SIPS เพื่อช่วยให้มีการปกป้องมากขึ้น สำหรับที่นั่งด้านหลัง SIPS และ IC เพื่อช่วยปกป้องผู้โดยสารบนที่นั่งตัวนอกของที่นั่งด้านหลัง
    • Roll-Over Protection System
      • เพื่อช่วยปกป้องผู้โดยสารเมื่อรถเกิดการพลิกคว่ำ เซ็นเซอร์ตรวจจับมุมเอียงของรถจะกระตุ้นการทำงานของระบบ Roll-Over Protection System ของเราเมื่อเกิดกรณีนี้ขึ้น ในกรณีที่รถพลิกคว่ำ ตัวปรับความตึงเข็มขัดนิรภัยของทุกที่นั่งจะทำงานเพื่อยึดตัวผู้โดยสารไว้ให้แน่นขึ้น ในขณะเดียวกัน ม่านนิรภัยกันกระแทกจะพองตัวเพื่อช่วยปกป้องผู้โดยสารจากแรงกระแทกที่เกิดขึ้นตามมา
    • เทคโนโลยีเตรียมควบคุม
      • เมื่อเกิดการชน เทคโนโลยีเตรียมควบคุมของวอลโว่จะทำงานเพื่อช่วยลดแรงกระแทก เข็มขัดนิรภัยพร้อมกลไกการดึงกลับจะทำงานภายในเสี้ยววินาทีในขณะที่เกิดการชนหรือการพลิกคว่ำ และจะดึงเข็มขัดให้แน่นเพื่อช่วยรั้งผู้โดยสาร จากนั้นเข็มขัดนิรภัยที่เบาะที่นั่งด้านหน้าจะคลายตัวออกเล็กน้อย เพื่อให้ถุงลมนิรภัยรองรับตัวคนขับและผู้โดยสารในลักษณะที่ควบคุมได้ ถุงลมนิรภัยสองจังหวะจะปรับระดับของการพองตามความแรงของการชน เพื่อให้การป้องกันมีความเหมาะสมที่สุด ถุงลมของคนขับยังทำให้แกนพวงมาลัยยุบตัวได้ทำงานอีกด้วย ถุงลมนิรภัยด้านข้างในเบาะนั่งด้านหน้าช่วยลดโอกาสที่จะได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการชนที่ด้านข้าง ในการชนหรือพลิกคว่ำ ม่านนิรภัย (IC) จะช่วยปกป้องศีรษะของผู้โดยสารที่นั่งริมประตูไม่ว่าจะนั่งด้านหน้าหรือด้านหลัง ม่านจะพองตัวอยู่หลายวินาที เพื่อให้การปกป้องนานขึ้น เพราะอาจยังมีการกระแทกตามมาอีก
    • เข็มขัดนิรภัยที่มีกลไกการดึงกลับและตัวจำกัดแรงดึงเข็มขัดนิรภัย
      • เข็มขัดนิรภัยคือการป้องกันด่านแรกที่จะปกป้องผู้โดยสารระหว่างที่เกิดการชน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เราเปิดตัวอุปกรณ์นี้ในปี 1959 นอกจากนี้เรายังได้ประดิษฐ์ตัวเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัยทั้งด้วยภาพและเสียงด้วย มาถึงวันนี้ ผู้โดยสารทุกคนในรถจะถูกเตือนให้คาดเข็มขัดก่อนที่จะขับรถออกไป และจากหน้าจอแสดงข้อมูลบนแผงหน้าปัด คุณจะสามารถตรวจเช็คได้ว่าผู้โดยสารด้านหลังคาดเข็มขัดนิรภัยทุกคนแล้ว และไม่มีใครปลดเข็มขัดออกในระหว่างการเดินทางด้วย ตัวปรับแรงดึงของเข็มขัดนิรภัยจะสั่งงานให้เข็มขัดกระชับเข้ากับลำตัวของผู้คาดเข็มขัดภายในเสี้ยววินาทีเมื่อเกิดการชน จากนั้นเข็มขัดนิรภัยที่นั่งด้านหน้าจะคลายตัวออกเล็กน้อย เพื่อให้ถุงลมนิรภัยรองรับตัวคนขับและผู้โดยสารในลักษณะที่ควบคุมได้
    • ถุงลมนิรภัย 2 จังหวะสำหรับคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า
      • เมื่อเกิดการชนที่ด้านหน้า ถุงลมนิรภัยสำหรับคนขับและผู้โดยสารจะช่วยปกป้องศีรษะ ใบหน้าและหน้าอกของคุณ และเนื่องจากการชนจะมีความแตกต่างกันในแต่ละครั้ง ถุงลมนิรภัยจึงปรับระดับการพองตัวตามแรงในการกระแทก ถุงลมของคนขับยังทำให้แกนพวงมาลัยยุบตัวได้ทำงานอีกด้วย และในกรณีที่มีแรงกระแทกต่ำจนถุงลมนิรภัยไม่จำเป็นต้องทำงาน ระบบจะสั่งงานเฉพาะการปรับแรงดึงของเข็มขัดนิรภัยตามความจำเป็น
    • สวิตช์ตัดการทำงานของถุงลมนิรภัยด้านผู้โดยสาร
      • ถุงลมนิรภัยผู้โดยสารออกแบบมาเพื่อปกป้องผู้โดยสารที่เป็นผู้ใหญ่เมื่อเกิดการชนทางด้านหน้า แต่ถ้าที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าเป็นเด็กหรือผู้ที่มีส่วนสูงน้อยกว่า 140 เซ็นติเมตร จะต้องปิดการทำงานของถุงลมนิรภัยก่อนเพื่อไม่ให้ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง สวิตช์ปิดการทำงานของของถุงลมนิรภัยจะอยู่ท้ายแผงคอนโซลฝั่งผู้โดยสาร และสามารถเข้าถึงได้เฉพาะตอนที่เปิดประตูเท่านั้น เมื่อปิดการทำงานของถุงลมนิรภัยแล้ว คุณจะได้รับข้อความแจ้งเตือนบนจอแสดงผลที่คอนโซลบริเวณหลังคา
    • ถุงลมนิรภัยด้านข้าง
      • ในการชนด้านข้าง ถุงลมนิรภัยด้านข้างจะพองตัวขึ้นในทันทีเพื่อให้การปกป้องบริเวณทรวงอกและสะโพก ถุงลมนิรภัยด้านข้างเหล่านี้ติดตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดที่ด้านหลังของที่นั่งด้านหน้า
    • ม่านนิรภัย (IC)
      • ในกรณีของการชนด้านหน้าครึ่งคันแบบเฉียงหรือการชนด้านข้าง ม่านนิรภัยพองตัวได้ (IC) จะช่วยป้องกันศีรษะของผู้โดยสารที่นั่งอยู่ในที่นั่งด้านข้างทั้งเบาะหน้าและเบาะหลัง ม่านนิรภัยนี้จะพองตัวอยู่หลายวินาทีเพื่อให้การป้องกันต่อเนื่องในกรณีที่เกิดแรงกระแทกครั้งที่สอง และสำหรับรถยนต์ Volvos ที่ติดตั้งเบาะเสริมสำหรับเด็กแบบรวมในตัวไว้ ม่านนิรภัยจะยืดลงด้านล่างเพื่อให้การปกป้องบริเวณศีรษะของเด็ก
    • แกนพวงมาลัยยุบตัวได้
      • แกนพวงมาลัยเป็นระบบความปลอดภัยขั้นสูง ส่วนบนและส่วนล่างของแกนพวงมาลัยสามารถควบคุมได้เมื่อเกิดการกระแทกด้านหน้า ช่วยลดโอกาสที่คนขับจะได้รับบาดเจ็บลง
    • ระบบเตรียมควบคุมล่วงหน้า
      • จะไม่ดีหรือหากรถของคุณมีการเตรียมการเพื่อป้องกันสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเอาไว้ รถยนต์วอลโว่ของคุณได้รับการเตรียมพร้อมด้วยคุณสมบัติ IntelliSafe ซึ่งมอบความสบายระดับสูงสุดในขณะเดียวกันก็ให้ความปลอดภัยอย่างเต็มที่ รถยนต์จะใช้เซ็นเซอร์ระดับสูงทำการตรวจสอบถนนด้านหน้า และถ้าตรวจพบสิ่งกีดขวางซึ่งอาจก่อให้เกิดการชนได้ ระบบจะเตรียมถุงลมและเข็มขัดนิรภัยให้พร้อมสำหรับรับแรงกระแทกที่คาดไว้ เมื่อรวมถึงโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่ง รถยนต์จึงให้การปกป้องได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุดเมื่อเกิดการชนด้านหน้าซึ่งมีความรุนแรงในระดับต่ำหรือปานกลาง
    • ระบบป้องกันการกระแทกจากด้านหลัง (WHIPS)
      • ช่วงเวลาหนึ่งที่คนขับจะไม่ทันระวังและขับรถไปชนท้ายรถอีกคันนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ทุกวันในเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก ผลที่ตามมาอาจเป็นอาการบาดเจ็บระยะยาวเนื่องจากแรงกระแทกขณะเกิดการชนได้ วอลโว่ได้พัฒนาระบบซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรม IntelliSafe ขึ้น ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดอาการบาดเจ็บระยะยาวลงได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ขณะเกิดการชนที่ด้านหลัง ระบบ WHIPS จะเลื่อนส่วนหลังของที่นั่งทั้งหมดพร้อมกับผู้โดยสารหรือคนขับ (แบบเดียวกับที่คุณรับลูกบอลอย่างนุ่มนวล) ขณะที่พนักพิงศีรษะยังคงความแข็งไว้เพื่อรองรับส่วนคอ ดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของวอลโว่
    • พนักพิงศีรษะ
      • เราพัฒนาพนักพิงศีรษะที่ให้การปกป้องได้อย่างโดดเด่นแก่ผู้โดยสารทุกระดับความสูงและในทุกตำแหน่งที่นั่ง และพนักพิงศีรษะตรงกลางด้านหลังสามารถร่นลงในพนักพิงได้ทั้งหมดเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยด้านหลังของคนขับ พนักพิงศีรษะนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้โดยสารที่มีรูปร่างสูงไม่สามารถนั่งลงบนที่นั่งดังกล่าวได้อย่างสะดวก นอกจากจะดันพนักพิงศีรษะขึ้นไปให้อยู่ในตำแหน่งตั้งตรงเสียก่อน พนักพิงศีรษะด้านนอกสามารถพับลงได้โดยการกดปุ่ม (ออปชันเสริม) เพื่อช่วยให้มองเห็นด้านหลังรถได้ดีขึ้น พนักพิงศีรษะในตำแหน่งพับลงนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อไม่ให้ผู้โดยสารนั่งลงบนที่นั่งดังกล่าวได้อย่างสะดวก นอกจากจะดันพนักพิงศีรษะขึ้นไปให้อยู่ในตำแหน่งตั้งตรงเสียก่อน
    • เบาะที่นั่งที่ป้องกันการลื่นไถล
      • เพื่อป้องกันผู้โดยสารลื่นไหลลงไปใต้ที่นั่งและหลุดออกจากเข็มขัดนิรภัยในกรณีที่เกิดการชนอย่างแรง เบาะที่นั่งจึงจะมีส่วนป้องกันการลื่นไถลซึ่งเป็นโครงขึ้นรูปแบบพิเศษที่จะทำมุมชี้ขึ้นด้านบนอยู่ใต้ขอบด้านหน้าของเบาะที่นั่ง
    • การป้องกันสำหรับผู้ใช้ถนนที่ไม่มีเกราะป้องกัน
      • ส่วนด้านหน้ารถได้รับการออกแบบให้โค้งมน ไฟหน้าอยู่ในระนาบเดียวกับตัวถัง และฝากระโปรงเป็นแบบดูดซับพลังงานทำหน้าที่เป็นโซนยุบตัว เพื่อช่วยลดผลกระทบเมื่อรถชนเข้ากับผู้ใช้ถนนคนอื่นที่ไม่ได้มีเครื่องป้องกัน
    • Volvo On Call
      • เราได้สร้าง Volvo On Call ขึ้นเพื่อลดความยุ่งยากในชีวิตประจำวันของคุณให้น้อยลง แอพสำหรับอุปกรณ์แบบพกพาแอพนี้นำเสนอแนวทางที่ชาญฉลาด ที่ทำให้คุณสามารถควบคุมรถวอลโว่ของคุณจากระยะไกลได้ด้วยการสัมผัสเพียงปุ่มเดียว และอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นที่ใดหรือเวลาใดก็ตามที่คุณต้องการ คุณสามารถตรวจสอบระยะเดินทางที่สามารถขับขี่ได้ก่อนที่น้ำมันจะหมด, ระดับน้ำมันเชื้อเพลิงในถัง, ความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย, อุณหภูมิอากาศภายนอกที่บริเวณรอบๆ รถ, ได้ล็อคประตูรถไว้แล้วหรือไม่ และอื่นๆ อีกมากมาย และถ้าไม่ได้ล็อครถไว้ คุณสามารถล็อครถ (หรือปลดล็อครถ) จากระยะไกลได้โดยการใช้โทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟนของคุณ คุณสามารถสร้างบันทึกการขับขี่ของคุณเองและดาวน์โหลดข้อมูลลงใน Excel ได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ คุณยังสามารถเห็นตำแหน่งของรถของคุณบนแผนที่ หรือขอให้รถส่งเสียงแตรและกะพริบไฟเพื่อให้สามารถมองเห็นตำแหน่งรถได้อย่างรวดเร็วบนโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟนของคุณได้อีกด้วย ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ช่วยให้คุณสะดวกขึ้นอย่างมากเมื่อคุณจอดรถไว้ในที่จอดรถขนาดใหญ่ ช่วยให้คุณสามารถวางแผนการเดินทางของคุณได้ง่ายขึ้น โดยคุณสามารถส่งจุดหมายปลายทางจากโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟนของคุณไปยัง Sensus Navigation ในรถของคุณได้ คุณสมบัติแห่งความหรูหราอีกอย่างหนึ่งของ Volvo On Call ที่คุณสามารถใช้งานได้ทุกวันก็คือ คุณสามารถควบคุมสภาพอากาศภายในรถของคุณโดยใช้โทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟนของคุณได้ ในการอุ่นหรือทำความเย็นห้องโดยสารก่อนที่จะออกเดินทาง คุณสามารถสตาร์ทเครื่องยนต์และควบคุมระบบสภาพอากาศของรถวอลโว่ของคุณจากระยะไกลได้ และถ้ารถของคุณมีชุดทำความร้อนแบบใช้น้ำมันเชื้อเพลิงติดตั้งอยู่ คุณสามารถเริ่มการทำงานของชุดทำความร้อนจากระยะไกลโดยใช้โทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟนของคุณ เพื่อปรับสภาพอากาศให้อยู่ในระดับที่สบายโดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องยนต์ได้อีกด้วย Volvo On Call ยังมีโมเด็มแบบรวมในตัวและช่องเสียบซิมการ์ดโดยเฉพาะ ซึ่งทำให้คุณสามารถสร้างการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่มีสัญญาณชัดเจนและมีเสถียรภาพโดยผ่านทางเสาอากาศบนหลังคาของรถวอลโว่ของคุณได้ คุณเพียงแค่เปลี่ยนรถวอลโว่ของคุณให้เป็นฮอตสปอต Wi-Fi ทุกคนที่เดินทางไปกับคุณก็สามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟน, เครื่องแล็ปท็อป หรือแท็บเล็ตของเขาเข้ากับอินเทอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย และไม่ว่าคุณจะมีปัญหายางแบน, รถเสีย หรือเกิดอุบัติเหตุ Volvo On Call จะอยู่กับคุณเพื่อส่งความช่วยเหลือไปให้คุณไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ตาม กดปุ่ม Volvo On Call ในรถของคุณ (หรือใช้แอพสำหรับอุปกรณ์แบบพกพาของคุณ) ในการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่รับเรื่องซึ่งสามารถประสานงานเพื่อส่งความช่วยเหลือไปยังตำแหน่ง GPS ของคุณได้ หรือในกรณีฉุกเฉินที่ต้องการความช่วยเหลือในทันที คุณเพียงแต่กดปุ่ม SOS เท่านั้น ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุที่มีการทำงานของถุงลมนิรภัยหรือตัวดึงเข็มขัดนิรภัยของรถ หรือถ้าคุณชนเข้ากับสัตว์ขนาดใหญ่ รถวอลโว่ของคุณจะแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่รับเรื่องที่ผ่านการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี เพื่อให้เขาทำการติดต่อกับรถและส่งการบริการฉุกเฉินให้ไป Volvo On Call ยังแจ้งให้คุณทราบในกรณีที่มีการพยายามบุกรุกเข้าไปในรถ และถ้ารถถูกขโมยไป เจ้าหน้าที่รับเรื่องของ Volvo On Call สามารถใช้ GPS ของรถของคุณในค้นหาตำแหน่งของรถ และสั่งระงับการสตาร์ทรถได้อีกด้วย
    • ชุดปฐมพยาบาล
      • ชุดปฐมพยาบาลเก็บอยู่ในห้องเก็บสัมภาระและในชุดมีผ้าพันแผลแบบต่างๆ อุปกรณ์ปฐมพยาบาลแยกเก็บในช่องต่างๆ เพื่อให้คุณหาสิ่งที่ต้องการได้ง่ายในกรณีฉุกเฉิน

    ระบบรักษาความปลอดภัย

    • สัญญาณเตือน
      • สัญญาณเตือนเชื่อมต่อกับประตู ฝากระโปรงหน้า กระโปรงหลัง และช่องเสียบกุญแจสตาร์ท สัญญาณนี้จะทำงานเมื่อมีการเคลื่อนไหวภายในรถ หรือมีการทุบกระจกด้วย คุณสามารถติดตั้งเซ็นเซอร์ระดับเพิ่มเติมได้เพื่อป้องกันมิจฉาชีพที่จะมายกรถเพื่อขโมยล้อหรือขโมยรถคุณ
    • สัญญาณเตือนฉุกเฉิน
      • สัญญาณเตือนเชื่อมต่อกับประตู ฝากระโปรงหน้า กระโปรงหลัง และช่องเสียบกุญแจสตาร์ท สัญญาณนี้จะทำงานเมื่อมีการเคลื่อนไหวภายในรถ หรือมีการทุบกระจกด้วย คุณสามารถติดเซ็นเซอร์วัดระดับเพิ่ม เพื่อช่วยขัดขวางไม่ให้ขโมยยกรถและเอาล้อของคุณไปได้สะดวก และในสถานการณ์ฉุกเฉิน ปุ่มฉุกเฉินบนรีโมตคอนโทรลหรือบน PCC จะช่วยให้คุณสามารถส่งสัญญาณเพื่อขอความช่วยเหลือได้
    • ระบบเซ็นทรัลล็อคควบคุมด้วยรีโมตคอนโทรล
      • เมื่อกดปุ่มที่รีโมตคอนโทรลหรือ Personal Car Communicator (อุปกรณ์เสริม) จะเป็นการปลดล็อคประตูรถและฝากระโปรงหลัง ใช้เมนูตั้งค่าส่วนบุคคลเพื่อกำหนดให้รีโมตปลดล็อคประตูด้านคนขับก่อนหรือปลดล็อคประตูทุกบานพร้อมกัน คุณสามารถปิดหรือเปิดกระจกประตูทุกบาน (รวมทั้งซันรูฟ ถ้ามี) และปลดล็อคกระโปรงหลังแยกต่างหาก
    • ระบบล็อคประตูอัตโนมัติ
      • เพื่อเป็นการเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น คุณสามารถตั้งค่าในเมนูข้อมูลเพื่อให้ประตูล็อคอัตโนมัติขณะที่คุณขับออกไป หรืออีกวิธีหนึ่ง คุณสามารถล็อคประตูได้ทันทีจากที่นั่งด้านหน้าโดยใช้ปุ่มล็อค ปุ่มล็อคมีให้สำหรับผู้โดยสารด้านหลังด้วย
    • การล็อคส่วนบุคคล
      • การล็อคส่วนบุคคลเป็นฟังก์ชันที่ช่วยให้คุณล็อคช่องเก็บของและลิ้นชักเก็บของหน้ารถเอาไว้ได้เมื่อต้องส่งรีโมตคอนโทรลหรือ Personal Car Communicator ของคุณให้บุคคลอื่น เช่น บริการจอดรถโดยพนักงานรับรถ ในการสั่งงานฟังก์ชันการล็อคส่วนบุคคล ให้ใช้กุญแจขนาดเล็กที่อยู่ใน Personal Car Communicator เพื่อล็อคช่องเก็บของหน้ารถ ด้วยวิธีนี้จะทำให้ไม่สามารถใช้รีโมตคอนโทรลหรือ Personal Car Communicator ทำการปลดล็อคห้องเก็บสัมภาระและช่องเก็บของหน้ารถได้ แต่ยังคงใช้ระบบเซ็นทรัลล็อคและสตาร์ทรถได้ตามปกติ
    • การล็อคและการปิดทั้งหมด
      • ฟังก์ชันนี้ทำให้คุณสามารถปิดกระจกทุกบานรวมทั้งล็อครถได้พร้อมกันในครั้งเดียวโดยการกดปุ่มบนรีโมตคอนโทรลหรือ Personal Car Communicator ค้างไว้เป็นเวลา 2 วินาที หรือกดปุ่มค้างไว้เป็นเวลา 2 วินาทีเพื่อปลดล็อครถและเปิดกระจกทุกบาน
    • กุญแจแบบอิโมบิไลเซอร์และล็อคป้องกันขโมย
      • ไม่เพียงแค่ตัวล็อคประตูที่ทำให้การบุกรุกเข้าไปในรถของคุณทำได้ยากเท่านั้น ระบบอิมโมบิไลเซอร์แบบไฟฟ้าก็ทำให้ไม่สามารถสตาร์ตเครื่องยนต์ได้ถ้าไม่มีรีโมทคอนโทรล และถ้ามีผู้หาทางเข้าไปในรถของคุณโดยผ่านทางกระจกประตูได้ ระบบล็อคตายก็จะทำให้ไม่สามารถเปิดประตูจากด้านในได้
    • พื้นรถนิรภัย
      • เพื่อปกป้องทรัพย์สินให้ปลอดภัยจากการทุบกระจกขโมยของ ประตูท้ายจึงได้รับการออกแบบให้เมื่อทำการปิด ประตูจะซ้อนและปิดทับช่องเก็บสัมภาระที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นที่เก็บสัมภาระ และเมื่อคุณใช้ฟังก์ชันล็อคส่วนตัว บุคคลอื่นจะไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่นี้ได้ เช่น ในกรณีที่ใช้บริการจอดรถโดยพนักงานรับรถ
    • อุปกรณ์สื่อสารส่วนบุคคล (PCC)
      • PCC เป็นรีโมตคอนโทรลล้ำสมัยที่รวมเอาระบบเปิดประตูโดยไม่ใช้กุญแจเข้ากับการสื่อสารแบบสองทางกับรถยนต์วอลโว่ของคุณ เพียงเก็บ PCC ไว้กับตัวคุณ เมื่อคุณดึงมือจับประตู รถจะปลดล็อคโดยอัตโนมัติ สตาร์ทเครื่องโดยการกดปุ่มบนแผงหน้าปัด และเมื่อจอดรถ ให้ล็อครถโดยการกดปุ่มตรงมือจับประตู หลังจากนั้น หากคุณไม่แน่ใจว่าได้ทำการล็อครถเรียบร้อยแล้วหรือไม่ คุณสามารถตรวจสอบสถานะในการจอดรถครั้งล่าสุดได้จาก PCC ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใดก็ตาม เมื่อคุณกลับมาที่รถ (เป็นระยะห่างประมาณ 100 เมตร) PCC สามารถแจ้งเตือนคุณได้เมื่อสัญญาณกันขโมยของรถยนต์กำลังเปิดทำงานอยู่ และจะมีการแจ้งเตือนเป็นพิเศษให้คุณเห็นด้วยถ้าสัญญาณกันขโมยถูกกระตุ้นการทำงานภายในช่วงเวลา 5 นาทีที่ผ่านมา
    • Volvo On Call
      • เราได้สร้าง Volvo On Call ขึ้นเพื่อลดความยุ่งยากในชีวิตประจำวันของคุณให้น้อยลง แอพสำหรับอุปกรณ์แบบพกพาแอพนี้นำเสนอแนวทางที่ชาญฉลาด ที่ทำให้คุณสามารถควบคุมรถวอลโว่ของคุณจากระยะไกลได้ด้วยการสัมผัสเพียงปุ่มเดียว และอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นที่ใดหรือเวลาใดก็ตามที่คุณต้องการ คุณสามารถตรวจสอบระยะเดินทางที่สามารถขับขี่ได้ก่อนที่น้ำมันจะหมด, ระดับน้ำมันเชื้อเพลิงในถัง, ความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย, อุณหภูมิอากาศภายนอกที่บริเวณรอบๆ รถ, ได้ล็อคประตูรถไว้แล้วหรือไม่ และอื่นๆ อีกมากมาย และถ้าไม่ได้ล็อครถไว้ คุณสามารถล็อครถ (หรือปลดล็อครถ) จากระยะไกลได้โดยการใช้โทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟนของคุณ คุณสามารถสร้างบันทึกการขับขี่ของคุณเองและดาวน์โหลดข้อมูลลงใน Excel ได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ คุณยังสามารถเห็นตำแหน่งของรถของคุณบนแผนที่ หรือขอให้รถส่งเสียงแตรและกะพริบไฟเพื่อให้สามารถมองเห็นตำแหน่งรถได้อย่างรวดเร็วบนโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟนของคุณได้อีกด้วย ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ช่วยให้คุณสะดวกขึ้นอย่างมากเมื่อคุณจอดรถไว้ในที่จอดรถขนาดใหญ่ ช่วยให้คุณสามารถวางแผนการเดินทางของคุณได้ง่ายขึ้น โดยคุณสามารถส่งจุดหมายปลายทางจากโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟนของคุณไปยัง Sensus Navigation ในรถของคุณได้ คุณสมบัติแห่งความหรูหราอีกอย่างหนึ่งของ Volvo On Call ที่คุณสามารถใช้งานได้ทุกวันก็คือ คุณสามารถควบคุมสภาพอากาศภายในรถของคุณโดยใช้โทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟนของคุณได้ ในการอุ่นหรือทำความเย็นห้องโดยสารก่อนที่จะออกเดินทาง คุณสามารถสตาร์ทเครื่องยนต์และควบคุมระบบสภาพอากาศของรถวอลโว่ของคุณจากระยะไกลได้ และถ้ารถของคุณมีชุดทำความร้อนแบบใช้น้ำมันเชื้อเพลิงติดตั้งอยู่ คุณสามารถเริ่มการทำงานของชุดทำความร้อนจากระยะไกลโดยใช้โทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟนของคุณ เพื่อปรับสภาพอากาศให้อยู่ในระดับที่สบายโดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องยนต์ได้อีกด้วย Volvo On Call ยังมีโมเด็มแบบรวมในตัวและช่องเสียบซิมการ์ดโดยเฉพาะ ซึ่งทำให้คุณสามารถสร้างการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่มีสัญญาณชัดเจนและมีเสถียรภาพโดยผ่านทางเสาอากาศบนหลังคาของรถวอลโว่ของคุณได้ คุณเพียงแค่เปลี่ยนรถวอลโว่ของคุณให้เป็นฮอตสปอต Wi-Fi ทุกคนที่เดินทางไปกับคุณก็สามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟน, เครื่องแล็ปท็อป หรือแท็บเล็ตของเขาเข้ากับอินเทอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย และไม่ว่าคุณจะมีปัญหายางแบน, รถเสีย หรือเกิดอุบัติเหตุ Volvo On Call จะอยู่กับคุณเพื่อส่งความช่วยเหลือไปให้คุณไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ตาม กดปุ่ม Volvo On Call ในรถของคุณ (หรือใช้แอพสำหรับอุปกรณ์แบบพกพาของคุณ) ในการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่รับเรื่องซึ่งสามารถประสานงานเพื่อส่งความช่วยเหลือไปยังตำแหน่ง GPS ของคุณได้ หรือในกรณีฉุกเฉินที่ต้องการความช่วยเหลือในทันที คุณเพียงแต่กดปุ่ม SOS เท่านั้น ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุที่มีการทำงานของถุงลมนิรภัยหรือตัวดึงเข็มขัดนิรภัยของรถ หรือถ้าคุณชนเข้ากับสัตว์ขนาดใหญ่ รถวอลโว่ของคุณจะแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่รับเรื่องที่ผ่านการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี เพื่อให้เขาทำการติดต่อกับรถและส่งการบริการฉุกเฉินให้ไป Volvo On Call ยังแจ้งให้คุณทราบในกรณีที่มีการพยายามบุกรุกเข้าไปในรถ และถ้ารถถูกขโมยไป เจ้าหน้าที่รับเรื่องของ Volvo On Call สามารถใช้ GPS ของรถของคุณในค้นหาตำแหน่งของรถ และสั่งระงับการสตาร์ทรถได้อีกด้วย
    • ระบบไฟส่องสว่างนำทางเข้าบ้านและรถ
      • ไฟนำทางซึ่งทำงานได้ด้วยการสั่งจากรีโมตคอนโทรลหรือด้วย Personal Car Communicator จะให้การต้อนรับที่อบอุ่นในยามค่ำคืน ประกอบด้วยไฟจอดรถ ไฟภายในรถ และไฟส่องพื้น (ถ้ามีติดตั้งไว้) ระบบ Home Safe Lighting จะทำงานโดยไฟหน้าจะส่องสว่างเมื่อคุณออกจากรถ คุณสมบัตินี้จะเป็นการเปิดไฟหน้าเพื่อให้แสงสว่างแก่คุณขณะเดินทั้งในยามที่คุณจะกลับบ้านหรือเมื่อออกไปข้างนอก
    • กระจกมองข้างแบบพับได้ด้วยระบบไฟฟ้า
      • เพื่อปกป้องกระจกรถของคุณไม่ให้ได้รับความเสียหายในสถานการณ์ต่างๆ (เช่น เมื่อจอดรถหรือขับรถเข้าในเครื่องล้างรถ เป็นต้น) ให้กดปุ่มสำหรับกระจกด้านซ้ายและขวาพร้อมกันเพื่อพับกระจกเข้าหาตัวรถ และยังสามารถตั้งค่าให้พับเข้าหรือเปิดออกโดยอัตโนมัติทุกครั้งที่คุณล็อคหรือปลดล็อครถได้อีกด้วย ไฟส่องพื้นแบบรวมในตัวจะทำงานเมื่อกดปุ่มไฟนำทางบนรีโมตคอนโทรล ช่วยเพิ่มความปลอดภัยเมื่อคุณต้องเดินไปที่รถหรือออกจากรถในเวลากลางคืน และเพื่ออำนวยความสะดวกในการจอดรถ กระจกประตูจะพับเข้าโดยอัตโนมัติ (หรือโดยการกดปุ่ม) เมื่อขับรถถอยหลัง
    • กระจกนิรภัย (กระจกแบบอัดซ้อน)
      • กระจกนิรภัยที่มีความเหนียวเป็นพิเศษซึ่งใช้เป็นกระจกประตูและกระจกหลังจะทำให้มิจฉาชีพที่พยายามทุบกระจกเพื่อขโมยของภายในรถต้องเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ กระจกนี้ยังช่วยให้ภายในห้องโดยสารเงียบขึ้น นอกจากนี้ยังรวมถึงกระจกประตูด้านหน้าแบบลดการเกาะของหยดน้ำ เพื่อช่วยให้มีทัศนวิสัยดีขึ้นในสภาพอากาศที่เปียกชื้นหรือฝนตก
    • สลักเกลียวล้อแบบล็อคได้
      • วิธีง่ายๆ และได้ผลในการลดโอกาสเสี่ยงที่กระทะล้ออลูมิเนียมจะถูกโจรกรรม ล็อคล้อพร้อมซอคเก็ตแบบเข้ารหัสเฉพาะ ซึ่งจะทำให้มีแค่คุณหรือช่างซ่อมรถของคุณเท่านั้นที่จะถอดล้อออกได้
  • เบาะที่นั่ง

    • เบาะที่นั่งออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์
      • เบาะที่นั่งในรถยนต์วอลโว่ของคุณยังเป็นส่วนที่มีความสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตของคุณตลอดระยะเวลาการใช้งานของรถยนต์ เพราะคุณต้องใช้เวลาหลายพันชั่วโมงในการนั่งอยู่บนเบาะที่นั่งเหล่านี้ ด้วยเหตุนี้เราจึงทุ่มเทเวลาอย่างมากเพื่อพัฒนาการออกแบบตามหลักการยศาสตร์ เบาะที่นั่งที่กระชับแต่ให้ความสบาย พร้อมส่วนรองรับด้านข้างและเบาะที่เหมาะสมตามหลักการยศาสตร์ เบาะที่นั่งของเราเป็นที่ยอมรับในวงกว้างว่าเป็นหนึ่งในเบาะที่นั่งที่ดีที่สุดในโลกยานยนต์ เบาะที่นั่งมีคุณสมบัติหลากหลาย เช่น ส่วนรองรับบั้นเอวแบบไม่มีขั้นสำหรับที่นั่งด้านหน้า ซึ่งจะทำให้สามารถปรับเบาะรองรับแม้จะเป็นมุมที่น้อยที่สุดได้เพื่อให้สามารถรองรับสรีระของแต่ละบุคคลได้อย่างเหมาะสมที่สุด เมื่อรวมกับการออกแบบและวัสดุหุ้มที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย คุณจะได้เบาะที่นั่งที่ให้ความสบายจนไม่อยากลุกเลยทีเดียว
    • ที่นั่งแบบสปอร์ต
      • ที่นั่งใหม่แบบสปอร์ตของเรานอกจากจะมีรูปลักษณ์ที่ยอดเยี่ยมแล้ว ยังรองรับร่างกายของคุณได้ทั้งหมดตั้งแต่ต้นขาขึ้นไปจนถึงช่วงบ่า และด้วยสไตล์ที่เป็นแบบฉบับของวอลโว่ คุณจะรู้สึกสดชื่นแม้จะผ่านการขับรถเป็นเวลานาน
    • ไฟภายในรถ
      • แสงสว่างที่ดีคือหัวใจหลักในการสร้างบรรยากาศที่เหมาะสม หลักการข้อนี้เป็นความจริงทั้งกับภายในรถและภายในบ้านของคุณ แพ็คเกจไฟภายในรถแบบใหม่ของเราจะให้แสงสว่างแก่อุปกรณ์ส่วนต่างๆ ที่คุณอาจกำลังมองหาในตอนกลางคืน ไฟเรืองแสงสีขาวจะช่วยให้คุณไม่จำเป็นต้องควานหาที่วางแก้วหรือกระเป๋าเก็บของที่ประตูในความมืดอีกต่อไป นักออกแบบของเราได้กล่าวไว้ว่า "ไฟนี้จะให้ความรู้สึกที่อบอุ่นและสบาย เหมือนอยู่ในบ้านแบบสวีเดนที่อบอุ่นในค่ำคืนที่หนาวเหน็บ" ธีมสีที่สอดคล้องกับไฟพื้นหลังสีขาวของแผงควบคุมที่คอนโซลหน้าและส่วนต่างๆ ภายในรถได้อย่างงดงาม แม้กระทั่งเข็มทิศเสริมที่กระจกมองหลังก็ให้แสงสว่างโทนสีขาวสวยงาม
    • เบาะที่นั่งด้านหน้าปรับได้เต็มรูปแบบ
      • เจ้าของรถยนต์วอลโว่มีรูปร่างตรงตามมาตรฐานทุกอย่างนั้นไม่มีอยู่จริง ด้วยเหตุนี้เราจึงใส่ใจเป็นพิเศษในการออกแบบที่นั่งซึ่งคุณสามารถปรับได้เองเพื่อให้เหมาะกับทุกสรีระแม้กับผู้ที่มีรูปร่างใหญ่ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถเปลี่ยนความสูงและมุมของเบาะที่นั่งให้เหมาะกับคุณที่สุดและรองรับต้นขาด้านหลังได้อย่างเต็มที่ที่สุด ไม่ว่าคุณจะมีรูปร่างแบบใดหรือน้ำหนักเท่าใดก็ตาม ความสามารถในการปรับอันยอดเยี่ยมนี้จะมีให้เป็นออปชันเสริมสำหรับที่นั่งด้านผู้โดยสารด้วยเช่นกัน คุณสามารถปรับเบาะรองเอวของที่นั่งด้านหน้าทั้งสองตัวให้รองรับส่วนสะโพกบริเวณกระเบนเหน็บได้เพื่อความสบายยิ่งขึ้น ที่นั่งยังสามารถปรับเลื่อนไปข้างหน้าและถอยหลังได้ไกลขึ้นเพื่อให้คนขับไม่ว่าจะรูปร่างสูงใหญ่หรือเล็กกะทัดรัด ต่างก็มีที่นั่งที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด
    • ที่นั่งปรับด้วยไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำในรีโมต
      • คุณรู้ว่ามันน่าหงุดหงิดเมื่อขึ้นนั่งประจำที่คนขับแล้วต้องพบว่าที่นั่งหรือกระจกโดนปรับตำแหน่งใหม่ให้เหมาะกับสรีระของผู้ที่ขับรถก่อนหน้าคุณ ดังนั้น คุณสามารถปรับที่นั่งและกระจกมองข้างด้านคนขับด้วยไฟฟ้าให้อยู่ในตำแหน่งที่คุณต้องการได้ จากนั้นรถยนต์วอลโว่ของคุณจะบันทึกค่าปรับตั้งนี้เอาไว้ให้ เมื่อคุณใช้รีโมตคอนโทรลทำการล็อครถแบบเซ็นทรัลล็อค ที่นั่งและกระจกมองข้างจะถูกปรับให้อยู่ในตำแหน่งที่คุณตั้งไว้โดยอัตโนมัติ (คุณจะได้รับ Personal Car Communicators หรือรีโมตคอนโทรล 2 ชุดสำหรับรถยนต์วอลโว่ของคุณ และสามารถสั่งซื้อเพิ่มได้ถึง 4 ชุด) รีโมตคอนโทรลแต่ละอันจะใช้ค่าที่ตั้งไว้ล่าสุดของรีโมตอันนั้นๆ นอกจากนี้คุณยังสามารถบันทึกตำแหน่งที่นั่งและกระจกประตูที่ต่างกันได้ถึง 3 ค่าโดยใช้ปุ่มบนที่นั่ง และยังมีฟังก์ชันเสริมเป็นที่นั่งผู้โดยสารแบบปรับได้ด้วยไฟฟ้า
    • เบาะที่นั่งที่มีชุดทำความร้อนด้านหน้าและด้านหลัง
      • ชาวสแกนดิเนเวียอย่างพวกเราคุ้นเคยกับหิมะและน้ำแข็ง และเพราะเราเข้าใจความหนาวเย็นได้ดีกว่าอะไรทั้งหมด จึงมีรถยนต์เพียงไม่กี่ยี่ห้อที่จะพร้อมเผชิญอากาศที่หนาวยะเยือกได้มากไปกว่ารถยนต์วอลโว่ ในความเป็นจริงแล้วระบบทำความร้อนของเราคือส่วนสำคัญที่ช่วยให้คุณขับรถได้อย่างมั่นใจไม่ว่าเทอร์โมมิเตอร์จะลดลงต่ำเพียงใด เมื่อเข้านั่งประจำที่ภายในรถ ระบบอุ่นที่นั่งคนขับและที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าจะเริ่มทำงานอย่างรวดเร็วด้วยระดับการทำความร้อนที่มีให้เลือกได้ 3 ระดับ ให้รถของคุณอุ่นสบายดุจเดียวกับห้องนั่งเล่นที่บ้านได้อย่างรวดเร็ว ที่นั่งด้านหลัง 2 ที่นั่งด้านซ้ายและด้านขวาจะติดตั้งระบบอุ่นที่นั่งซึ่งเลือกระดับการทำความร้อนได้ 3 ระดับเอาไว้เช่นเดียวกัน
    • ที่เก็บบัตรบนกระจกหน้า
      • ปัญหาเรื่องบัตรผ่านที่วางไว้บนแผงคอนโซลปลิวหายไปเมื่อปิดประตูรถจะไม่เกิดขึ้นอีกเมื่อคุณใช้ที่เก็บบัตรบนกระจกหน้าของ Volvo

    การปรับสภาพอากาศ

    • Clean Zone Interior Package (CZIP)
      • ไม่มีอะไรแย่ไปกว่าการเดินทางท่องเที่ยวโดยนั่งอยู่ในรถที่อบอ้าวอีกแล้ว โดยเฉพาะในวันที่อากาศอบอุ่น ในการเตรียมการเพื่อบรรยากาศที่สดชื่นในรถยนต์วอลโว่ของคุณ แพ็คเกจ CZIP จะเริ่มวงจรการหมุนเวียนอากาศ ซึ่งจะถูกกระตุ้นการทำงานเมื่อคุณปลดล็อครถด้วยรีโมตคอนโทรลหรือ Personal Car Communicator คุณสมบัตินี้จะพร้อมทำงานเมื่อภายนอกรถมีอุณหภูมิอย่างน้อย 10°C นอกจากนี้ CZIP ยังสามารถจัดการกับสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือหอบหืดได้ดีอีกด้วย
    • Interior Air Quality System (IAQS)
      • ระบบ IAQS ของวอลโว่จะตรวจสอบอากาศที่เข้ามา และถ้าจำเป็น ก็จะปิดช่องระบายอากาศภายนอกชั่วคราว เพื่อปิดไม่ให้ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ โอโซนระดับพื้น และไนโตรเจนไดออกไซด์เข้ามาได้ เมื่อเปิดช่องลม ไส้กรองคาร์บอนแบบแอ็คทีฟจะช่วยป้องกันผู้โดยสารจากก๊าซพิษและกลิ่นไม่พึงประสงค์ จึงมั่นใจได้ว่าอากาศที่คุณใช้หายใจภายในรถจะมีความสะอาด โดยส่วนใหญ่มีอากาศสะอาดกว่าภายนอกเมื่อต้องขับรถในสภาพการจราจรที่หนาแน่นในเมืองและในอุโมงค์
    • Electronic Climate Control (ECC)
      • ระบบ Electronic Climate Control (ECC) ช่วยรักษาอุณหภูมิในห้องโดยสารให้เป็นไปตามความต้องการของคุณ ซึ่งสามารถปรับแยกกันระหว่างคนขับและผู้โดยสารด้านหน้าได้อีกด้วย เพื่อความสบายและสุขอนามัยที่ดียิ่งขึ้น เซ็นเซอร์วัดความชื้นของระบบจะช่วยให้มั่นใจว่าอากาศภายในห้องโดยสารมีความชื้นที่เหมาะสมและสัมพันธ์กับสภาพอากาศภายนอกรถ
    • ช่องจ่ายลมด้านหลังแบบปรับได้
      • ช่องจ่ายลมซึ่งติดตั้งอยู่ที่เสาประตูในระดับเดียวกับใบหน้า จะมอบความสบายให้กับผู้โดยสารในที่นั่งด้านหลัง รวมทั้งช่วยไล่ฝ้าและน้ำแข็งบนกระจกประตูด้านหลัง ทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างปลอดภัย
    • กรองอากาศในห้องโดยสาร
      • กรองอากาศในห้องโดยสารช่วยป้องกันฝุ่นละอองไม่ให้เข้าไปในห้องโดยสารผ่านทางระบบระบายอากาศ จึงมีประโยชน์อย่างมากโดยเฉพาะกับคนขับและผู้โดยสารที่มีโอกาสเป็นไข้หรือเกิดภูมิแพ้ได้ง่าย
    • กระจกหน้าแบบลดความร้อน
      • เพื่อสภาพอากาศภายในห้องโดยสารที่สบายยิ่งขึ้น กระจกหน้านี้จะลดการแผ่รังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่ส่งผ่านกระจกหน้า และลดอุณหภูมิภายในรถโดยการกรองรังสีอินฟราเรดซึ่งเป็นตัวกำเนิดความร้อนที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
    • ซันรูฟกระจกที่ทำงานด้วยไฟฟ้า
      • ทำให้ภายในห้องโดยสารสว่างสดชื่น เปิดปิดได้ง่ายเพียงปุ่มสัมผัส หากแสงแดดแรงเกินไปก็สามารถปิดแผ่นกรองแสงภายในได้ ช่องหลังคายังสามารถเปิดพร้อมกับกระจกประตูโดยใช้รีโมตคอนโทรลเซ็นทรัลล็อค
    • ฮีทเตอร์อุ่นห้องโดยสารและเครื่องยนต์แบบทำงานโดยใช้น้ำมันเชื้อเพลิง
      • ฮีทเตอร์แบบทำงานโดยใช้น้ำมันเชื้อเพลิงช่วยให้สตาร์ทรถได้ง่ายขึ้น ให้ความอบอุ่นแก่ห้องโดยสาร และช่วยลดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม เนื่องจากเครื่องยนต์ที่เย็นจะสร้างมลพิษไอเสียมากกว่าเครื่องยนต์ที่อุ่น และจะทำให้เครื่องยนต์สึกหรอมากขึ้นด้วย สตาร์ทชุดทำความร้อนโดยตรง หรือตั้งเวลาที่คุณต้องการเข้าไปในรถที่อุ่นและไล่ฝ้าแล้ว คุณสามารถใช้รีโมตคอนโทรลสั่งให้ชุดทำความร้อนทำงานโดยไม่ต้องเดินไปที่รถ และถ้ารถของคุณติดตั้ง Volvo On Call คุณสามารถเปิดฮีทเตอร์จากโทรศัพท์สมาร์ทโฟนได้
    • เบาะที่นั่งที่มีชุดทำความร้อนด้านหน้าและด้านหลัง
      • ชาวสแกนดิเนเวียอย่างพวกเราคุ้นเคยกับหิมะและน้ำแข็ง และเพราะเราเข้าใจความหนาวเย็นได้ดีกว่าอะไรทั้งหมด จึงมีรถยนต์เพียงไม่กี่ยี่ห้อที่จะพร้อมเผชิญอากาศที่หนาวยะเยือกได้มากไปกว่ารถยนต์วอลโว่ ในความเป็นจริงแล้วระบบทำความร้อนของเราคือส่วนสำคัญที่ช่วยให้คุณขับรถได้อย่างมั่นใจไม่ว่าเทอร์โมมิเตอร์จะลดลงต่ำเพียงใด เมื่อเข้านั่งประจำที่ภายในรถ ระบบอุ่นที่นั่งคนขับและที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าจะเริ่มทำงานอย่างรวดเร็วด้วยระดับการทำความร้อนที่มีให้เลือกได้ 3 ระดับ ให้รถของคุณอุ่นสบายดุจเดียวกับห้องนั่งเล่นที่บ้านได้อย่างรวดเร็ว ที่นั่งด้านหลัง 2 ที่นั่งด้านซ้ายและด้านขวาจะติดตั้งระบบอุ่นที่นั่งซึ่งเลือกระดับการทำความร้อนได้ 3 ระดับเอาไว้เช่นเดียวกัน
    • กระจกหน้าแบบทำความร้อน
      • การต้องยืนอยู่นอกรถเพื่อขูดน้ำแข็งออกยามเช้าของฤดูหนาวนั้นไม่ใช่วิธีการเริ่มต้นวันที่ดีที่สุดเป็นแน่ ต้องขอบคุณกระจกหน้าแบบทำความร้อนที่ทำให้งานของคุณเหลือเพียงแค่การกดปุ่ม เมื่อกดปุ่ม กระจกหน้า กระจกหลัง และกระจกมองข้างจะเริ่มละลายน้ำแข็งโดยอัตโนมัติ และใช้เวลาเพียงไม่นานคุณก็พร้อมจะออกเดินทางได้
    • พวงมาลัยแบบอุ่นได้
      • อยากได้อะไรสักอย่างมาช่วยขับไล่ความหนาวเย็นยามเช้าช่วงฤดูหนาวใช่ไหม แค่กดปุ่ม และรับความอบอุ่นที่มือคุณผ่านพวงมาลัยรถแบบอุ่นได้

    การเก็บสัมภาระ

    • ที่วางแขนตรงกลางด้านหน้าแบบอเนกประสงค์
      • คอนโซลกลางในห้องโดยสารของรถยนต์วอลโว่เป็นพื้นที่ที่สามารถใช้งานได้อเนกประสงค์ ด้วยพื้นที่เก็บของใต้ที่วางแขน รวมทั้งช่องสำหรับเก็บสิ่งของขนาดเล็ก นอกจากนี้ ยังมีช่องต่อ AUX และในเครื่องเสียงบางรุ่นจะมีช่องต่อ USB เพื่อเชื่อมต่อเครื่องเล่น MP3 หรือโทรศัพท์มือถือเข้ากับระบบเครื่องเสียงของรถได้อีกด้วย เมื่อพับส่วนบนของที่วางแขนลงมาจะได้โต๊ะสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง
  • การสนับสนุนคนขับ

    • Sensus Connect
      • ที่วอลโว่เรารู้ดีว่าการเชื่อมต่อกับโลกภายนอกคือสิ่งสำคัญ แม้ในตอนที่คุณกำลังอยู่ภายในรถ ด้วยเหตุนี้ เราจึงได้ทำการพัฒนา Sensus Connect ขึ้น นวัตกรรมเทคโนโลยีนี้จะเปลี่ยนจอแสดงผลส่วนกลางขนาด 7 นิ้วให้กลายเป็นฮับของระบบข้อมูลบันเทิงที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ช่วยให้คุณสามารถเข้าสู่แม่ข่ายแอพพลิเคชันเพื่อความสะดวกสบายภายในรถทั้งสำหรับระบบความบันเทิง, ระบบนำทาง, ระบบควบคุม, การเชื่อมต่อ และบริการได้ ซึ่งหมายความว่ารถยนต์วอลโว่ของคุณพร้อมแล้วสำหรับเทคโนโลยีเว็บใหม่ๆ และการใช้งานฟังก์ชันข้อมูลบันเทิงภายในรถผ่านระบบคลาวด์ การเพิ่มฟังก์ชัน Sensus Navigation จะช่วยให้คุณสามารถใช้ฟังก์ชันนำทางที่เชื่อมต่อซึ่งติดตั้งรวมเข้ากับระบบในรถของคุณได้ และด้วยฟังก์ชัน Volvo On Call คุณจะมี WiFi Hotspot สำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือกับอินเทอร์เน็ต – นอกจากนี้ยังรวมถึงแอพสมาร์ทโฟนใหม่ๆ ที่ช่วยให้คุณเข้าถึงแม่ข่ายฟังก์ชันการสั่งงานระยะไกลต่างๆ ได้ เช่น การล็อค/ปลดล็อคประตู การเปิดฮีทเตอร์เครื่องยนต์ และแม้กระทั่งการตรวจสอบรถยนต์ของคุณ
    • กระจกหน้าแบบทำความร้อน
      • การต้องยืนอยู่นอกรถเพื่อขูดน้ำแข็งออกยามเช้าของฤดูหนาวนั้นไม่ใช่วิธีการเริ่มต้นวันที่ดีที่สุดเป็นแน่ ต้องขอบคุณกระจกหน้าแบบทำความร้อนที่ทำให้งานของคุณเหลือเพียงแค่การกดปุ่ม เมื่อกดปุ่ม กระจกหน้า กระจกหลัง และกระจกมองข้างจะเริ่มละลายน้ำแข็งโดยอัตโนมัติ และใช้เวลาเพียงไม่นานคุณก็พร้อมจะออกเดินทางได้
    • จอแสดงผลดิจิตอลแบบปรับได้
      • คุณเป็นคนขับแบบใด? คำตอบอาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน บางครั้งคุณอาจอยากได้ประสบการณ์การขับขี่ที่แบบรวดเร็วฉับไว ในขณะที่เวลาอื่นๆ คุณอาจต้องการเพียงแค่ขับไปเรื่อยๆ ด้วยความเร็วคงที่ ออปชันจอแสดงผลดิจิตอลแบบปรับได้จะมีค่าปรับตั้งสามแบบ นั่นคือ Elegance, Eco และ Performance ค่าปรับตั้งเหล่านี้จะช่วยให้คุณเปลี่ยนวิธีรับข้อมูลให้สอดคล้องกับอารมณ์และรูปแบบการขับขี่ของคุณ Elegance เป็นโหมดมาตรฐานที่ใช้ธีมสีดำ แสดงค่าความเร็วรถปัจจุบันและความเร็วเฉลี่ย ความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงปัจจุบันและความสิ้นเปลืองโดยเฉลี่ย ระยะทางที่สามารถขับรถได้จนกว่าน้ำมันจะหมด เวลา และอุณหภูมิภายนอกรถ รวมทั้งยังแสดงอุณหภูมิเครื่องยนต์และความเร็วรอบ และแจ้งสถานะของระบบ Adaptive Cruise Control ให้คุณทราบอย่างสม่ำเสมอ คุณสมบัติอื่น ได้แก่ ข้อมูลป้ายสัญญาณจราจร ซึ่งจะใช้สัญลักษณ์ขนาดเล็กแสดงถึงขีดจำกัดความเร็วปัจจุบันและกฎข้อบังคับที่มีอยู่ในขณะนั้น ทิศทางจากระบบนำทางด้วยดาวเทียมจะแสดงขึ้นตรงกลางจอแสดงผลเพื่อไม่ให้คุณต้องเลื่อนสายตาไปมาระหว่างจอภาพทั้งสองจอ นับเป็นการขับขี่ที่ชาญฉลาดอย่างแท้จริง โหมด Eco จะใช้ธีมสีเขียว ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนและให้รางวัลแก่รูปแบบการขับขี่ที่ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง แน่นอนว่าคุณยังคงใช้ประโยชน์จากฟังก์ชันการแสดงทิศทางจากระบบนำทางด้วยดาวเทียมและข้อมูลป้ายสัญญาณจราจรได้ โหมด Performance จะมาพร้อมสีแดงสะดุดตาและมีช่วงความเร็วรอบที่กว้างขึ้น พร้อมทั้งแสดงค่าความเร็วแบบดิจิตอลในจอภาพตรงกลาง มิเตอร์ทางด้านขวาจะแสดงกำลังเครื่องยนต์ที่มีอยู่ในขณะนี้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเร่งแซง คุณยังสามารถเลือกแผงหน้าปัดอนาล็อกมาตรฐานได้ โดยจะเป็นแผงหน้าปัดเดี่ยวขนาดใหญ่และจอแสดงผลเสริมสองจอที่ด้านข้างทั้งสองด้าน
    • จอแสดงผลส่วนกลาง
      • จอแสดงผลส่วนกลางที่ก้าวล้ำของวอลโว่ช่วยให้คุณสามารถสำรวจคุณสมบัติเด่นๆ ด้านไฮเทคในรถของคุณ แล้วปรับให้เหมาะกับความต้องการของคุณได้ ข้อมูลทั้งหมดจะแสดงในจอสีความละเอียดสูงขนาด 5 นิ้ว หรือ 7 นิ้ว การกดปุ่ม MY CAR ในคอนโซลกลางจะทำให้คุณเข้าถึงการตั้งค่าระบบทั้งหมด เช่น ระบบความปลอดภัยในเมือง ระบบควบคุมความเร็วแบบปรับได้ (ACC) ระบบเตือนการชนพร้อมเบรกอัตโนมัติเต็มรูปแบบและระบบตรวจจับคนเดินถนน ระบบควบคุมการเตือนคนขับ ระบบช่วยรักษาช่องทางรถ ระบบข้อมูลช่วยเตือนจุดบอดโดยใช้เรดาร์ (BLIS) ข้อมูลป้ายจราจร (RSI) ระบบไฟส่องสว่าง กระจกประตู ระบบปรับอากาศ เซ็นทรัลล็อค ระบบเครื่องเสียง และโทรศัพท์ ชุดเครื่องเสียงมัลติมีเดียพร้อมจอขนาด 7 นิ้ว ยังแสดงระบบนำทางข้อมูลจราจร (RTI), กล้องช่วยจอด, DVD, ทีวีดิจิตอล ฯลฯ อีกด้วย คุณสามารถควบคุมการทำงานทั้งหมดได้อย่างสะดวกจากคอนโซลกลางหรือปุ่มที่พวงมาลัย เพื่อให้คุณมีสมาธิกับการจราจรด้านหน้าอย่างเต็มที่โดยมือยังอยู่บนพวงมาลัยได้ตลอดเวลา และด้วยโซลูชันการเชื่อมต่อ Sensus ใหม่ของเรา คุณสามารถเปลี่ยนหน้าจอ Sensus ขนาด 7 นิ้ว ให้กลายเป็นฮับระบบข้อมูลบันเทิงที่เชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เน็ตได้ ซึ่งจะช่วยให้คุณเข้าถึงระบบข้อมูลบันเทิงขั้นสูงภายในรถและการเชื่อมต่อได้ รวมทั้งสามารถเข้าเว็บและฟังก์ชันภายในรถผ่านคลาวด์ได้
    • ระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติ
      • ระบบควบคุมความเร็วสามารถสั่งงานได้สะดวกจากพวงมาลัย ช่วยให้คุณขับรถได้อย่างผ่อนคลายยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องเหยียบคันเร่งไว้ตลอดเวลา รถจะรักษาความเร็วที่คุณเลือกจนกว่าคุณจะปิดระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติหรือเหยียบแป้นเบรก คันเร่งหรือแป้นคลัตช์ หลังจากเหยียบคลัตช์หรือเบรก รถจะเปลี่ยนกลับไปใช้ความเร็วก่อนหน้าได้โดยการกดปุ่ม หลังจากเร่งความเร็วเพื่อแซงแล้ว รถของคุณจะเปลี่ยนกลับไปที่ความเร็วที่ตั้งไว้ก่อนหน้านี้โดยอัตโนมัติทันทีที่คุณถอนคันเร่ง
    • ระบบควบคุมความเร็วแบบปรับได้ (Adaptive Cruise Control หรือ ACC) พร้อมระบบช่วยเข้าคิว (Queue Assist)
      • ช่วยให้คุณรักษาระยะห่างจากรถคันข้างหน้าให้อยู่ในระยะที่ตั้งไว้และในทุกระดับความเร็วจนถึง 200 กม./ชม. สำหรับรถที่ใช้เกียร์อัตโนมัติ และที่ความเร็วตั้งแต่ 30 ถึง 200 กม./ชม. สำหรับรถเกียร์ธรรมดา ระบบ ACC จะช่วยให้คุณขับรถได้อย่างผ่อนคลายมากขึ้นในทุกการเดินทาง ในช่วงที่การจราจรในเมืองติดขัดซึ่งรถจะเคลื่อนตัวได้ช้า ฟังก์ชัน stop and go* ของ ACC พร้อมโหมด ECO จะปรับความเร็วรถของคุณตามความเร็วของรถคันหน้าโดยอัตโนมัติ ในขณะเดียวกันก็ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงให้คุณโดยรักษาความต่อเนื่องในการทำงานและไม่เร่งความเร็วกะทันหันโดยไม่จำเป็น ในขณะที่รถจอดอยู่กับที่ สิ่งที่ต้องทำคือ กดปุ่มหรือคันเร่ง แล้วรถของคุณก็จะแล่นต่อท้ายรถคันหน้าได้อย่างนุ่มนวล เมื่อรถมีความเร็ว 30 กม./ชม. ขึ้นไป เพียงเลือกความเร็วที่ต้องการ และระยะห่างต่ำสุดจนถึงรถคันหน้า เมื่อเซ็นเซอร์เรดาร์ตรวจพบรถที่ขับช้าด้านหน้ารถคุณ ระบบจะปรับเปลี่ยนความเร็วตามรถคันหน้าโดยอัตโนมัติ และเมื่อถนนว่าง รถก็จะเร่งความเร็วกลับสู่ความเร็วที่เลือกไว้ ในกรณีที่ไม่ได้เปิดระบบ ACC และมีรถคันหน้าเข้ามาใกล้เกินไป ระบบการเตือนระยะห่างจะทำให้ไฟเตือนสว่างขึ้นที่ด้านล่างของกระจกบังลมหน้า เพื่อช่วยให้คุณรักษาระยะห่างที่เหมาะสม คุณสามารถเลือกระบบควบคุมความเร็วรถแบบธรรมดาได้เช่นกันหากต้องการ โดยกดปุ่ม ACC ชั่วขณะ *ระบบช่วยเข้าคิว (Queue Assist) และฟังก์ชัน stop and go ที่ความเร็วตั้งแต่ 0 ถึง 30 กม./ชั่วโมง ต้องใช้เกียร์อัตโนมัติ!
    • ตัวจำกัดความเร็ว
      • ฟังก์ชันนี้ช่วยให้มั่นใจว่าคุณจะไม่ขับเร็วเกินความเร็วที่ตั้งไว้ คุณเพียงแต่ตั้งค่าความเร็วโดยใช้ปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย เมื่อความเร็วรถขึ้นถึงระดับที่กำหนด คุณจะรู้สึกได้ถึงแรงต้านจากคันเร่ง ถ้าไม่ต้องการใช้ตัวจำกัดความเร็ว คุณเพียงแค่กดคันเร่งลง
    • คอมพิวเตอร์คำนวณการเดินทาง
      • ใช้งานผ่านทางก้านไฟเลี้ยว คอมพิวเตอร์คำนวณการเดินทางจะแสดงอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในขณะนั้นและค่าเฉลี่ย ระยะทางที่สามารถเดินทางได้ด้วยน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีอยู่ ความเร็วเฉลี่ย ซึ่งช่วยให้คุณขับรถได้อย่างประหยัดยิ่งขึ้น
    • ไฟขณะเข้าโค้ง
      • เมื่อรถมีความเร็วถึง 30 กม./ชม. ไฟเสริมขณะเข้าโค้งด้านที่คุณหักเลี้ยวจนทำมุมถึง 15 องศาจะติดสว่างขึ้นเพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้นในขณะเข้าโค้ง เช่น เมื่อคุณเลี้ยวรถเข้าไปในถนนสายเล็กๆ หรือขับผ่านช่องประตูแคบๆ ตอนกลางคืน
    • ไฟสูงแบบแอ็คทีฟ (AHB)
      • การเดินทางยามค่ำคืนจะเป็นไปอย่างเพลิดเพลินและปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยไฟสูงแบบแอ็คทีฟใหม่ที่มีให้เลือกเป็นออปชันเสริม ระบบนี้ช่วยให้คุณไม่ต้องคอยเปลี่ยนไปมาระหว่างไฟต่ำและไฟสูง* ซึ่งไม่เพียงแต่จะชวนให้หงุดหงิดเท่านั้น แต่จากการศึกษากรณีตัวอย่างหลายกรณีพบว่ามันยังเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุยามค่ำคืนอีกด้วย เมื่อใช้ระบบใหม่ของเรา ไฟหน้ารถจะค้างอยู่ที่ตำแหน่งไฟสูงตลอดเวลา เมื่อมีรถยนต์คันอื่นแล่นสวนทางมา ระบบจะป้องกันไม่ให้ไฟส่องเข้าตาคนขับรถคันดังกล่าวโดยจะหรี่ไฟหน้ารถของคุณลงตามความเหมาะสม โดยไม่มากหรือน้อยเกินไป การทำเช่นนี้จะช่วยป้องกันไฟส่องเข้าตาสำหรับรถยนต์ที่อยู่ด้านหน้ารถของคุณด้วย ระบบยังสามารถตรวจจับคนเดินเท้าและคนขี่จักรยาน รวมทั้งทำการลดไฟหน้าลงไม่ให้ส่องเข้าตาคนเหล่านั้นได้ด้วยเช่นกัน ระบบนี้สามารถตรวจจับวัตถุต่างๆ ได้ 10 ชนิดในคราวเดียว และเนื่องจากระบบนี้เป็นระบบอัจฉริยะ ไฟสูงจึงจะดับลงเมื่อคุณขับเข้าในเขตตัวเมือง แต่หากคุณขับรถผ่านป้ายที่มีไฟสว่าง เช่น สถานีเติมเชื้อเพลิงหรือซูเปอร์มาร์เก็ต ไฟสูงจะยังคงสว่างอยู่เพื่อให้คุณมองเห็นสิ่งที่กำลังผ่านเข้ามาทางด้านหน้า ซึ่งเท่ากับคุณจะได้รับทั้งความปลอดภัยและความสะดวกสบายไปพร้อมๆ กัน *ใช้กับ ABL ที่มีเทคโนโลยี Dual Xenon รถที่ใช้ไฟฮาโลเจนจะมีการเปลี่ยนไฟสูงและไฟต่ำโดยอัตโนมัติ
    • ข้อมูลป้ายจราจร (RSI)
      • ด้วย RSI คุณจะไม่พลาดป้ายจราจรสำคัญอีกต่อไป กล้องด้านหน้าจะตรวจจับป้ายจำกัดความเร็วและป้าย "ห้ามแซง" สัญลักษณ์จริงจะแสดงขึ้นที่แผงหน้าปัดตรงกลาง เพื่อช่วยให้คุณตื่นตัวอย่างต่อเนื่องต่อข้อบังคับจราจรที่มีอยู่ในขณะนั้น คุณสามารถเลือกให้ระบบ RSI ทำการเตือนด้วยไฟกะพริบได้เช่นกัน โดยเมื่อคุณใช้ความเร็วเกินกว่าขีดจำกัด ไฟจะกะพริบเบาๆ สามครั้ง คุณสามารถตั้งค่าการเตือนนี้ได้ง่ายๆ จากเมนูในคอนโซลกลาง
    • ระบบข้อมูลเกี่ยวกับจุดบอด (Blind Spot Information System หรือ BLIS) พร้อมระบบเตือนรถในเส้นทางตัดกัน (Cross Traffic Alert หรือ CTA)
      • เราต่างเคยเจอประสบการณ์น่าตกใจที่เมื่อเปลี่ยนช่องทางรถแล้วจึงจะเห็นว่ามีรถอีกคันอยู่ในตำแหน่งที่เป็นจุดอับสายตาของเรา นี่คือสาเหตุที่เราได้พัฒนาระบบ BLIS แบบเรดาร์เพื่อคอยระมัดระวังให้คุณ BLIS ใช้เซ็นเซอร์แบบเรดาร์ที่ติดตั้งอยู่ภายในด้านหลังรถ ซึ่งสามารถครอบคลุมพื้นที่ด้านหลังรถได้มากขึ้น รวมทั้งสามารถทำงานในสภาพอากาศแบบต่างๆ และในสภาพแสงทั้งกลางวันและกลางคืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อรถคันอื่นแล่นเข้ามาในจุดที่คุณมองไม่เห็น ฟังก์ชันนี้จะช่วยเตือนคุณด้วยไฟเตือนที่อยู่ในเสาประตูหน้าทั้งด้านซ้ายและด้านขวา อีกทั้งกระจกมองข้างด้านคนขับจะมีกระจกแบบมุมกว้างติดตั้งไว้เพื่อช่วยให้คุณประเมินความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนเลน เรดาร์ BLIS จะทำงานเมื่อรถมีความเร็วเกิน 10 กม./ชม. และจะตรวจจับรถเกือบทุกชนิด รวมทั้งรถจักรยานยนต์ด้วย ระบบเตือนรถในเส้นทางตัดกัน (Cross Traffic Alert) จะใช้เซ็นเซอร์เรดาร์ด้านหลังเพื่อเตือนให้คุณทราบว่ากำลังมีรถแล่นมาจากทางด้านข้างขณะที่คุณกำลังถอยรถเข้าจอดในช่องจอดรถ ระบบนี้มีประโยชน์มากโดยเฉพาะในบริเวณที่แคบและพลุกพล่านซึ่งอาจมองเห็นบริเวณด้านข้างได้จำกัด
    • เซ็นเซอร์ระบบช่วยในการจอดที่ด้านหลังและด้านหน้ารถ
      • เซ็นเซอร์ช่วยจอดด้านหลังจะทำงานเมื่อคุณเข้าเกียร์ถอยหลัง เพื่อช่วยให้คุณถอยรถเข้าจอดในที่แคบได้ ชุดเครื่องเสียงจะหรี่เสียงลงและเสียงสัญญาณจากลำโพงด้านหลังจะดังขึ้นเป็นระยะๆ เมื่อรถเคลื่อนเข้าใกล้สิ่งกีดขวาง เสียงจะเปลี่ยนเป็นดังอย่างต่อเนื่องเมื่ออยู่ในระยะที่ต้องหยุดรถ เซ็นเซอร์ช่วยจอดด้านหน้าจะทำหน้าที่คล้ายกันที่ด้านหน้าของตัวรถโดยแจ้งเตือนคุณผ่านลำโพงหน้า หน้าจอแสดงผลที่คอนโซลกลางจะแสดงภาพจากด้านบนของรถและเซ็นเซอร์ที่ได้รับการสั่งงาน
    • ระบบนำทางช่วยจอด (PAP)
      • จบปัญหาความหงุดหงิดจากการถอยเข้าซองด้วยการปล่อยให้รถของคุณทำการจอดเอง เพียงกดปุ่ม ระบบนำทางเพื่อช่วยในการจอดจะสแกนช่องจอดรถด้วยเทคโนโลยีเซ็นเซอร์อัลตราโซนิค จากนั้น PAP จะแจ้งคุณว่าช่องจอดกว้างพอหรือไม่ (อย่างน้อย 1.2 x ความยาวรถ) จากนั้นให้คุณทำตามคำแนะนำที่แสดงขึ้นบนจอแสดงข้อมูลด้านคนขับ คุณเพียงควบคุมความเร็วและทิศทางของรถ ขณะที่ PAP จะควบคุมการหมุนพวงมาลัยให้คุณจนกระทั่งคุณจอดได้สมบูรณ์
    • พนักพิงศีรษะเบาะที่นั่งด้านหลังพับได้ด้วยไฟฟ้า
      • เมื่อไม่มีผู้โดยสารในที่นั่งด้านหลัง คุณสามารถพับพนักพิงศีรษะด้านนอกลงได้เพื่อไม่ให้กีดขวางการมองเห็นของคุณ พนักพิงศีรษะในตำแหน่งพับลงถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้โดยสารไม่สามารถนั่งลงบนที่นั่งดังกล่าวได้อย่างสะดวก นอกจากจะดันพนักพิงศีรษะขึ้นไปให้อยู่ในตำแหน่งตั้งตรงเสียก่อน พนักพิงศีรษะตรงกลางด้านหลังสามารถดันลงไปในพนักพิงได้จนสุดเพื่อช่วยให้มองเห็นด้านหลังได้ดีขึ้น พนักพิงศีรษะนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้โดยสารที่มีรูปร่างสูงไม่สามารถนั่งลงบนที่นั่งดังกล่าวได้อย่างสะดวก นอกจากจะดันพนักพิงศีรษะขึ้นไปให้อยู่ในตำแหน่งตั้งตรงเสียก่อน
    • เซ็นเซอร์วัดปริมาณน้ำฝน
      • เมื่อเปิดใช้งานแล้ว เซ็นเซอร์วัดปริมาณน้ำฝนจะเปิดที่ปัดน้ำฝนโดยอัตโนมัติทันทีที่ฝนตกหรือมีน้ำสาดใส่กระจก เพื่อความสะดวกสบายของคุณ เซ็นเซอร์ยังสามารถปรับใช้ฟังก์ชันการปัดแบบเว้นระยะได้โดยอัตโนมัติ ความไวของเซ็นเซอร์สามารถปรับได้จากวงแหวนรอบก้านควบคุมที่ปัดน้ำฝน
    • ไฟสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันพร้อมเซ็นเซอร์แสงอาทิตย์
      • เมื่อสวิตช์ไฟอยู่ที่ตำแหน่ง Auto ไฟสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงจะทำงานโดยอัตโนมัติ ถ้าแสงอาทิตย์เริ่มสลัวลงหรือคุณขับรถเข้าไปในบริเวณที่มีแสงน้อย เช่น ขับเข้าอุโมงค์ เซ็นเซอร์จะตรวจจับสภาพแสงที่เปลี่ยนไปแล้วสั่งให้ไฟหน้ารถเปิดทำงาน นอกจากนี้ไฟยังทำงานเมื่อคุณเปิดที่ปัดน้ำฝนกระจกหน้าหรือไฟตัดหมอกหลังด้วย และระบบจะควบคุมการทำงานของไฟหน้าโดยอัตโนมัติด้วยเช่นกัน
    • กระจกมองข้างอเนกประสงค์
      • กระจกมองข้างขนาดใหญ่ทำงานด้วยระบบไฟฟ้าโดยใช้ปุ่มควบคุมที่แผงประตูด้านคนขับ พร้อมไฟเลี้ยวที่ฝังลงในด้านข้างของกระจกมองข้าง เมื่อดันก้านไฟเลี้ยวเบาๆ หนึ่งครั้ง ไฟเลี้ยวจะกะพริบ 3 ครั้ง เพื่อแจ้งเตือนรถคันอื่นว่าคุณกำลังจะเลี้ยวรถ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น จะมีตัวเลือกต่างๆ เช่น พับด้วยไฟฟ้า ไฟส่องพื้น และระบบข้อมูลช่วยเตือนจุดบอด (BLIS) ของวอลโว่
    • กระจกมองหลังภายในตัดแสงสะท้อนอัตโนมัติ
      • คุณไม่จำเป็นต้องปล่อยมือจากพวงมาลัยและไม่มีแสงจากไฟหน้าส่องเข้าตาของคุณอีกต่อไป ระบบตัดแสงสะท้อนจะทำงานแบบต่อเนื่องและจะกลับไปทำงานแบบกระจกธรรมดาเมื่อไม่มีความจำเป็นแล้ว
    • กระจกมองหลังภายในรถและด้านนอกรถพร้อมฟังก์ชันปรับแสงอัตโนมัติ
      • สิ่งที่น่ารำคาญที่สุดอย่างหนึ่งในการขับรถกลางคืนคือแสงไฟหน้าของรถยนต์คันที่ขับตามหลังสะท้อนเข้ามาในกระจก กระจกมองข้างที่มีขนาดกว้างมากของวอลโว่ ผลิตจากกระจกโครเมติกซึ่งจะปรับลดแสงสะท้อนจากด้านหลังรถของคุณให้โดยอัตโนมัติ ที่กระจกมีเซ็นเซอร์ภายในทำหน้าที่ตรวจสอบสภาพแสงและตรวจจับแสงสะท้อนจากไฟหน้ารถยนต์ เมื่อเซ็นเซอร์ตรวจพบแสงไฟหน้า กระจกมองหลังทั้งภายในและภายนอกรถจะปรับสีให้เข้มขึ้นจนถึงระดับที่เหมาะสมพร้อมๆ กัน เมื่อแสงสะท้อนดังกล่าวหายไป กระจกจะเปลี่ยนกลับมาเป็นสีเดิมโดยอัตโนมัติ ฟังก์ชันอื่นๆ ประกอบด้วยเข็มทิศเสริมแบบรวมอยู่ในกระจกมองหลังภายในรถ ไฟส่องพื้น และไฟเลี้ยวที่ฝังอยู่ที่ด้านข้างของกระจกมองข้าง
    • กระจกประตูแบบหรี่แสงอัตโนมัติพร้อมไฟส่องพื้น
      • รถยนต์วอลโว่ของคุณมีฟังก์ชันพับกระจกประตูด้วยไฟฟ้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกเมื่อต้องจอดรถในพื้นที่แคบๆ และเรามีฟังก์ชันการหรี่แสงอัตโนมัติซึ่งจะช่วยลดแสงสะท้อนในกระจกลง เพื่อให้มั่นใจว่าแสงไฟหน้าจากรถคันที่ขับตามหลังมาจะไม่ส่องรบกวนคุณ ฟังก์ชันการหรี่แสงอัตโนมัติที่กระจกมองข้างจะใช้เซ็นเซอร์ตัวเดียวกันกับที่อยู่ในกระจกมองหลังภายในรถ ซึ่งจะปรับลดแสงลงเมื่อไฟหน้าของรถคันที่ขับตามหลังมานั้นสว่างจ้ามากเกินไปด้วยเช่นกัน ฟังก์ชันนี้จึงช่วยให้การเดินทางในยามค่ำคืนของคุณปลอดภัยและผ่อนคลายยิ่งขึ้น ไฟส่องสว่างที่กระจกมองข้างจะส่องไปที่พื้นใต้ประตูหน้าขณะที่คุณก้าวเข้ารถ ซึ่งจะช่วยให้คุณมองเห็นแอ่งน้ำขังหรือสิ่งต่างๆ ที่อาจเป็นปัญหาได้ ไฟตำแหน่งนี้ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยในตอนกลางคืน โดยเฉพาะในลานจอดรถที่มืด
    • กระจกเสริมสวยพร้อมไฟส่องสว่าง
      • หลอดไฟจะติดตั้งอยู่ในที่บังแดด และจะติดสว่างขึ้นเมื่อคุณเปิดฝากระจกเสริมสวย ซึ่งให้ความสะดวกและมีประโยชน์มาก มีทั้งที่ด้านคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า
    • กระจกมองข้างแบบพับได้ด้วยระบบไฟฟ้า
      • เพื่อปกป้องกระจกรถของคุณไม่ให้ได้รับความเสียหายในสถานการณ์ต่างๆ (เช่น เมื่อจอดรถหรือขับรถเข้าในเครื่องล้างรถ เป็นต้น) ให้กดปุ่มสำหรับกระจกด้านซ้ายและขวาพร้อมกันเพื่อพับกระจกเข้าหาตัวรถ และยังสามารถตั้งค่าให้พับเข้าหรือเปิดออกโดยอัตโนมัติทุกครั้งที่คุณล็อคหรือปลดล็อครถได้อีกด้วย ไฟส่องพื้นแบบรวมในตัวจะทำงานเมื่อกดปุ่มไฟนำทางบนรีโมตคอนโทรล ช่วยเพิ่มความปลอดภัยเมื่อคุณต้องเดินไปที่รถหรือออกจากรถในเวลากลางคืน และเพื่ออำนวยความสะดวกในการจอดรถ กระจกประตูจะพับเข้าโดยอัตโนมัติ (หรือโดยการกดปุ่ม) เมื่อขับรถถอยหลัง
    • กระจกไฟฟ้าด้านหน้าและหลัง
      • กระจกไฟฟ้าจะมีปุ่มควบคุมที่ใช้งานได้สะดวกอยู่ตรงที่วางแขนข้างประตู กระจกประตูด้านหน้าสามารถเลื่อนลงหรือเลื่อนขึ้นได้ด้วยการกดปุ่มแล้วปล่อยหรือกดค้างไว้ และคุณสามารถล็อคกระจกประตูด้านหลังได้จากที่นั่งคนขับหากมีเด็กเล็กเดินทางไปด้วย ในกรณีนี้ คุณจะพึงพอใจยิ่งขึ้นด้วยระบบป้องกันการหนีบแบบอัตโนมัติ ซึ่งจะหยุดการเลื่อนปิดของกระจกไม่ให้หนีบมือเด็ก
    • ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร
      • ไฟส่องสว่างข้างประตูทั้งด้านคนขับและผู้โดยสารด้านหน้าช่วยส่องสว่างบริเวณที่วางเท้าขณะก้าวขึ้นรถ ไฟอ่านหนังสือด้านหน้าติดตั้งรวมอยู่ในคอนโซลหลังคา ไฟอ่านหนังสือสำหรับเบาะที่นั่งด้านหลังเป็นไฟหลุมที่หลังคาและมีที่บังเพื่อไม่ให้ส่องเข้าตาคนขับ ไฟภายในห้องโดยสารจะค่อยๆ ดับไปหลังจากปิดประตู แต่ไฟจะดับทันทีถ้ามีการเปิดสวิตช์กุญแจหรือล็อคประตู
    • พวงมาลัยเพาเวอร์แบบปรับตามความเร็ว
      • พวงมาลัยเพาเวอร์โปรเกรสซีฟแบบปรับตามความเร็วใช้เทคโนโลยีการตรวจจับความเร็วที่ซับซ้อนเพื่อปรับแรงช่วยในการบังคับพวงมาลัยตามความจำเป็นขณะขับขี่ เมื่อขับรถด้วยระดับความเร็วที่อนุญาตให้ใช้บนทางหลวง พวงมาลัยจะหนักและเป็นทางตรง เมื่อจอดรถหรือในการจราจรติดขัด พวงมาลัยจะเบาสบายไม่เปลืองแรง ในขณะที่พวงมาลัยมีการปรับอัตโนมัติตามความเร็วรถ คุณสามารถเลือกความไวของพวงมาลัยจากจอแสดงผลส่วนกลางได้ 3 ระดับ ว่าต้องการให้ใช้แรงบังคับพวงมาลัยน้อย, ปานกลาง หรือมาก
    • เบรกจอดรถช่วยผ่อนแรง (PPB)
      • Power Parking Brake (PPB) ช่วยให้เคลื่อนตัวออกจากที่ลาดชันได้ง่ายขึ้น แค่กดปุ่ม PPB เข้าเกียร์ DRIVE หรือเกียร์ 1 แล้วขับออกไป PPB จะปลดเบรกโดยอัตโนมัติ
    • ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง (TPMS)
      • ลองคิดถึงขณะที่คุณขับรถอยู่ในช่องทางสำหรับแซงบนมอเตอร์เวย์ที่ใช้ความเร็วสูง รถของคุณเริ่มส่าย ตอนแรกคุณสับสน จากนั้นคุณจึงนึกขึ้นได้ ยางล้อหลังเส้นหนึ่งลมอ่อนมาก แต่โชคดีที่คุณสามารถขับรถเข้าไปที่ไหล่ทางฉุกเฉินจนได้ นี่เป็นสถานการณ์ที่น่ากลัวมาก และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เราพัฒนาระบบตรวจสอบความดันลมยางรถ (TPMS) ซึ่งจะทำงานโดยใช้เซ็นเซอร์ที่ติดตั้งไว้ที่จุกเติมลมของล้อแต่ละล้อ เมื่อคุณขับรถด้วยความเร็วตั้งแต่ 30 กม./ชม. ขึ้นไป และลมยางรถด้านใดด้านหนึ่งอ่อนเกินไป คุณจะได้รับการแจ้งเตือนในทันที
    • ตัวปรับระดับไฟหน้า
      • ตัวปรับระดับไฟหน้าทำให้คนขับสามารถลดระดับหรือยกระดับลำแสงไฟหน้าได้โดยการหมุนปุ่มบนแผงหน้าปัด ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่ง เมื่อขับรถในเวลากลางคืนโดยที่มีคนนั่งเต็มรถ ใช้กับไฟหน้าแบบฮาโลเจนเท่านั้น; ไฟเข้าโค้งแบบแอ็คทีฟซึ่งเป็นไฟซีนอนคู่จะปรับเองโดยอัตโนมัติ
    • ช่องจ่ายไฟพิเศษ
      • ช่องจ่ายไฟพิเศษซึ่งติดตั้งอย่างแนบเนียนอยู่ที่ปลายสุดของคอนโซลกลางนี้สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับที่ชาร์จโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์แลปท็อป เครื่องเล่นเกม เครื่องเล่น DVD หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาอื่นๆ

    การสื่อสาร

    • Sensus Connect
      • ที่วอลโว่เรารู้ดีว่าการเชื่อมต่อกับโลกภายนอกคือสิ่งสำคัญ แม้ในตอนที่คุณกำลังอยู่ภายในรถ ด้วยเหตุนี้ เราจึงได้ทำการพัฒนา Sensus Connect ขึ้น นวัตกรรมเทคโนโลยีนี้จะเปลี่ยนจอแสดงผลส่วนกลางขนาด 7 นิ้วให้กลายเป็นฮับของระบบข้อมูลบันเทิงที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ช่วยให้คุณสามารถเข้าสู่แม่ข่ายแอพพลิเคชันเพื่อความสะดวกสบายภายในรถทั้งสำหรับระบบความบันเทิง, ระบบนำทาง, ระบบควบคุม, การเชื่อมต่อ และบริการได้ ซึ่งหมายความว่ารถยนต์วอลโว่ของคุณพร้อมแล้วสำหรับเทคโนโลยีเว็บใหม่ๆ และการใช้งานฟังก์ชันข้อมูลบันเทิงภายในรถผ่านระบบคลาวด์ การเพิ่มฟังก์ชัน Sensus Navigation จะช่วยให้คุณสามารถใช้ฟังก์ชันนำทางที่เชื่อมต่อซึ่งติดตั้งรวมเข้ากับระบบในรถของคุณได้ และด้วยฟังก์ชัน Volvo On Call คุณจะมี WiFi Hotspot สำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือกับอินเทอร์เน็ต – นอกจากนี้ยังรวมถึงแอพสมาร์ทโฟนใหม่ๆ ที่ช่วยให้คุณเข้าถึงแม่ข่ายฟังก์ชันการสั่งงานระยะไกลต่างๆ ได้ เช่น การล็อค/ปลดล็อคประตู การเปิดฮีทเตอร์เครื่องยนต์ และแม้กระทั่งการตรวจสอบรถยนต์ของคุณ
    • ระบบแฮนด์ฟรี Bluetooth® ในตัว
      • ขณะขับรถอยู่บนถนน คุณมักต้องการใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อค้นหาที่อยู่ เปิดดูเส้นทางในระบบนำทาง และโทรบอกปลายสายว่าคุณกำลังเดินทางใช่หรือไม่ เทคโนโลยี Bluetooth® ที่มีอยู่ในระบบช่วยให้คุณทำสิ่งเหล่านี้ได้แบบไร้สายโดยผ่านระบบข้อมูลบันเทิง และให้คุณเพลิดเพลินกับเสียงเพลงได้ตลอดการเดินทาง เมื่อกำหนดค่าสำหรับโทรศัพท์มือถือ ระบบจะค้นหาโทรศัพท์โดยอัตโนมัติทันทีเมื่อคุณเข้าไปในรถ เมื่อคุณเข้ามาในรถ ระบบจะทำให้คุณเปลี่ยนจากโทรศัพท์ไปใช้ระบบแฮนด์ฟรีในรถได้อย่างอิสระโดยอัตโนมัติ หรือเปลี่ยนกลับเมื่อออกจากรถ ชุดเครื่องเสียง High Performance Multi Media และ Premium Sound Multi Media ประกอบด้วยระบบแฮนด์ฟรี Bluetooth® ซึ่งให้คุณสามารถใช้งานโทรศัพท์ได้อย่างสะดวกโดยใช้ปุ่มบนพวงมาลัย หรือแป้นกดบนคอนโซลกลาง ข้อมูลโทรศัพท์จะแสดงในหน้าจอมัลติมีเดียที่คอนโซลกลาง และถ้าคุณเลือกใช้ระบบ Sensus Navigation คุณจะสามารถโทรออกโดยใช้การควบคุมด้วยเสียงได้ นอกจากนี้ คุณยังสามารถสตรีมเสียงคุณภาพสูงจากเครื่องเล่น และฟังผ่านชุดเครื่องเสียงของรถได้อีกด้วย สัญลักษณ์และเครื่องหมายคำว่า Bluetooth® เป็นของ Bluetooth SIG, Inc. และการใช้เครื่องหมายดังกล่าวโดย Volvo Car Corporation อยู่ภายใต้การอนุญาตใช้งาน เครื่องหมายการค้าและชื่อทางการค้าอื่นๆ เป็นสิทธิ์ของเจ้าของเครื่องหมายการค้าดังกล่าว
    • Volvo On Call
      • เราได้สร้าง Volvo On Call ขึ้นเพื่อลดความยุ่งยากในชีวิตประจำวันของคุณให้น้อยลง แอพสำหรับอุปกรณ์แบบพกพาแอพนี้นำเสนอแนวทางที่ชาญฉลาด ที่ทำให้คุณสามารถควบคุมรถวอลโว่ของคุณจากระยะไกลได้ด้วยการสัมผัสเพียงปุ่มเดียว และอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นที่ใดหรือเวลาใดก็ตามที่คุณต้องการ คุณสามารถตรวจสอบระยะเดินทางที่สามารถขับขี่ได้ก่อนที่น้ำมันจะหมด, ระดับน้ำมันเชื้อเพลิงในถัง, ความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย, อุณหภูมิอากาศภายนอกที่บริเวณรอบๆ รถ, ได้ล็อคประตูรถไว้แล้วหรือไม่ และอื่นๆ อีกมากมาย และถ้าไม่ได้ล็อครถไว้ คุณสามารถล็อครถ (หรือปลดล็อครถ) จากระยะไกลได้โดยการใช้โทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟนของคุณ คุณสามารถสร้างบันทึกการขับขี่ของคุณเองและดาวน์โหลดข้อมูลลงใน Excel ได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ คุณยังสามารถเห็นตำแหน่งของรถของคุณบนแผนที่ หรือขอให้รถส่งเสียงแตรและกะพริบไฟเพื่อให้สามารถมองเห็นตำแหน่งรถได้อย่างรวดเร็วบนโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟนของคุณได้อีกด้วย ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ช่วยให้คุณสะดวกขึ้นอย่างมากเมื่อคุณจอดรถไว้ในที่จอดรถขนาดใหญ่ ช่วยให้คุณสามารถวางแผนการเดินทางของคุณได้ง่ายขึ้น โดยคุณสามารถส่งจุดหมายปลายทางจากโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟนของคุณไปยัง Sensus Navigation ในรถของคุณได้ คุณสมบัติแห่งความหรูหราอีกอย่างหนึ่งของ Volvo On Call ที่คุณสามารถใช้งานได้ทุกวันก็คือ คุณสามารถควบคุมสภาพอากาศภายในรถของคุณโดยใช้โทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟนของคุณได้ ในการอุ่นหรือทำความเย็นห้องโดยสารก่อนที่จะออกเดินทาง คุณสามารถสตาร์ทเครื่องยนต์และควบคุมระบบสภาพอากาศของรถวอลโว่ของคุณจากระยะไกลได้ และถ้ารถของคุณมีชุดทำความร้อนแบบใช้น้ำมันเชื้อเพลิงติดตั้งอยู่ คุณสามารถเริ่มการทำงานของชุดทำความร้อนจากระยะไกลโดยใช้โทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟนของคุณ เพื่อปรับสภาพอากาศให้อยู่ในระดับที่สบายโดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องยนต์ได้อีกด้วย Volvo On Call ยังมีโมเด็มแบบรวมในตัวและช่องเสียบซิมการ์ดโดยเฉพาะ ซึ่งทำให้คุณสามารถสร้างการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่มีสัญญาณชัดเจนและมีเสถียรภาพโดยผ่านทางเสาอากาศบนหลังคาของรถวอลโว่ของคุณได้ คุณเพียงแค่เปลี่ยนรถวอลโว่ของคุณให้เป็นฮอตสปอต Wi-Fi ทุกคนที่เดินทางไปกับคุณก็สามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟน, เครื่องแล็ปท็อป หรือแท็บเล็ตของเขาเข้ากับอินเทอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย และไม่ว่าคุณจะมีปัญหายางแบน, รถเสีย หรือเกิดอุบัติเหตุ Volvo On Call จะอยู่กับคุณเพื่อส่งความช่วยเหลือไปให้คุณไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ตาม กดปุ่ม Volvo On Call ในรถของคุณ (หรือใช้แอพสำหรับอุปกรณ์แบบพกพาของคุณ) ในการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่รับเรื่องซึ่งสามารถประสานงานเพื่อส่งความช่วยเหลือไปยังตำแหน่ง GPS ของคุณได้ หรือในกรณีฉุกเฉินที่ต้องการความช่วยเหลือในทันที คุณเพียงแต่กดปุ่ม SOS เท่านั้น ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุที่มีการทำงานของถุงลมนิรภัยหรือตัวดึงเข็มขัดนิรภัยของรถ หรือถ้าคุณชนเข้ากับสัตว์ขนาดใหญ่ รถวอลโว่ของคุณจะแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่รับเรื่องที่ผ่านการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี เพื่อให้เขาทำการติดต่อกับรถและส่งการบริการฉุกเฉินให้ไป Volvo On Call ยังแจ้งให้คุณทราบในกรณีที่มีการพยายามบุกรุกเข้าไปในรถ และถ้ารถถูกขโมยไป เจ้าหน้าที่รับเรื่องของ Volvo On Call สามารถใช้ GPS ของรถของคุณในค้นหาตำแหน่งของรถ และสั่งระงับการสตาร์ทรถได้อีกด้วย

    ระบบความบันเทิง

    • ดิจิตอลทีวีรีซีฟเวอร์
      • ไม่พลาดรายการโปรดทางทีวีแม้จะอยู่บนรถ เพิ่มความสมบูรณ์แบบให้กับระบบเครื่องเสียงของคุณด้วยเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์ดิจิตอล เพื่อให้คุณสามารถรับชมรายการโทรทัศน์ที่มีการกระจายสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินบนจอแสดงผลส่วนกลางแบบรวมขนาด 7 นิ้วได้ในขณะที่จอดรถอยู่ การควบคุมดิจิตอลทีวีทำได้ง่ายโดยใช้รีโมตคอนโทรล
    • ช่องจ่ายไฟพิเศษ
      • ช่องจ่ายไฟพิเศษซึ่งติดตั้งอย่างแนบเนียนอยู่ที่ปลายสุดของคอนโซลกลางนี้สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับที่ชาร์จโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์แลปท็อป เครื่องเล่นเกม เครื่องเล่น DVD หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาอื่นๆ
  • ห้องเก็บสัมภาระ

    • แผ่นปิดสัมภาระ Volvo Ocean Race
      • ซ่อนสัมภาระของคุณไว้ด้วยแผ่นปิดที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ พิมพ์ลายแผนที่และสัญลักษณ์ Volvo Ocean Race ด้วยชุดสีเข้ากัน
    • เบาะที่นั่งด้านหลังแบบ 3 ตอนพับราบได้ 40/20/40
      • พนักพิงที่นั่งด้านหลังจะแยกพับได้ 3 ทางแบบ 40/20/40 เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระที่หลากหลายด้วยช่องเก็บสัมภาระพื้นเรียบ ถ้าคุณต้องการพื้นที่มากเป็นพิเศษเพื่อเก็บสกีสำหรับทริปเที่ยวเทือกเขาแอลป์ ให้ลดเบาะตรงกลางลง คุณจะได้พื้นที่มากพอสำหรับใส่สโนว์บอร์ดและสกี โดยยังมีที่นั่งว่างให้นั่งสบายได้อีก 2 ที่ นอกจากนี้พนักพิงหลังและพนักพิงศีรษะยังพับลงได้ในขั้นตอนเดียวด้วย
    • แผ่นปิดสัมภาระ
      • ใช้แผ่นปิดสัมภาระแบบพับเก็บได้นี้เพื่อปกปิดสัมภาระที่อยู่ในห้องเก็บสัมภาระ มีสีเดียวกับห้องโดยสารของรถ
    • อุปกรณ์ช่วยจัดสัมภาระ, ห้องเก็บสัมภาระ
      • อุปกรณ์นี้เป็นโครงที่ปรับพื้นที่ได้โดยการเลื่อนไปบนราง ช่วยให้ง่ายต่อการจัดวางกระเป๋า อุปกรณ์กีฬา และสิ่งของที่ล้มง่ายให้เป็นระเบียบเรียบร้อย สิ่งของที่เปราะบางสามารถแยกออกจากสัมภาระอื่น และพื้นที่วางสัมภาระสามารถแบ่งเป็นสองส่วนถ้าต้องการ และถ้าไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์นี้ ก็สามารถถอดเก็บได้โดยง่าย
    • ที่ใส่ถุงช้อปปิ้ง
      • พับขึ้นมาจากพื้นห้องเก็บสัมภาระเพื่อเก็บถุงช้อปปิ้งหรือสัมภาระอื่น โดยยึดด้วยตะขอและแถบรัดแบบยืดหยุ่น เมื่อไม่ใช้งานก็สามารถพับเก็บไว้ใต้พื้นได้

    การยึดสัมภาระ

    • ตาข่ายนิรภัยแบบดึงขึ้น
      • อุปกรณ์อันชาญฉลาดนี้มีความยืดหยุ่นสูงสุด จึงช่วยให้สิ่งของต่างๆ ถูกจัดเก็บไว้ในช่องเก็บสัมภาระได้อย่างปลอดภัย คุณสามารถดึงตาข่ายด้านกว้างซึ่งอยู่หลังที่นั่งด้านหลังทั้งสองตัวขึ้นและพับพนักพิงเล็กที่รองรับส่วนเอวลงเพื่อจัดเก็บสัมภาระขนาดใหญ่ได้

    การพ่วงลาก

    • ระบบช่วยการทรงตัวของรถพ่วง (TSA)
      • เมื่อต้องลากรถพ่วงหรือรถคาราวาน ระบบช่วยรักษาเสถึยรภาพของรถพ่วง (Trailer Stability Assist หรือ TSA) สามารถลดอาการที่เรียกว่าอาการส่ายเลื้อยเพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพได้ ระบบ TSA จะตรวจดูแนวโน้มการเกิดการส่ายอยู่ตลอดเวลา และสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการส่ายได้โดยการเบรกล้ออย่างน้อยหนึ่งล้อเพื่อเป็นการชดเชย ถ้ายังไม่เพียงพอหรือถ้าคุณไม่ได้แก้ไขอาการดังกล่าว ระบบจะทำการเบรกล้อทั้งสี่ล้อและลดแรงบิดเครื่องยนต์ลง ระบบ TSA จะทำงานเมื่อรถมีความเร็วตั้งแต่ 50 กม./ชม. ขึ้นไป

    ราวบรรทุกสัมภาระ

    • ราวหลังคา
      • ราวหลังคาอลูมิเนียมที่ออกแบบมาได้อย่างกลมกลืนนี้จะเพิ่มความโฉบเฉี่ยวให้กับรถยนต์วอลโว่ของคุณ และยังทำให้ติดตั้งระบบบรรทุกสัมภาระของวอลโว่ได้ง่ายอีกด้วย ราวนี้ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อลดเสียงลมและการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง
  • เครื่องยนต์

    • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบไดเร็กอินเจ็กชั่นสี่สูบ 1.5 ลิตร (T3)
      • อยากได้ความพิเศษยิ่งขึ้นแบบง่ายๆ ไหม? ชุดส่งกำลัง Drive-E ที่มีน้ำหนักเบาของเราจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้น เปี่ยมประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้ทั้งในวันนี้และอนาคต การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ล้ำสมัยและการคิดค้นนวัตกรรมแบบนอกกรอบ ทำให้วิศวกรของเราสามารถสร้างเครื่องยนต์สี่สูบที่ให้กำลังเอาต์พุตและสมรรถนะการขับขี่ในระดับเดียวกับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ได้ เทคโนโลยีแรงเสียดทานต่ำ, ระบบจัดการเครื่องยนต์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ และการฉีดเชื้อเพลิงไดเร็กอินเจ็กชั่นแบบคอมมอนเรล ทำให้ความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อย CO₂ ต่ำมาก ในขณะที่เทอร์โบชาร์จเจอร์ทำให้เครื่องยนต์ขนาดกระทัดรัดเครื่องนี้สามารถจ่ายกำลังและแรงบิดได้อย่างที่คุณต้องการ เทคโนโลยี Start/Stop และการแปลงพลังงานจากการเบรกโดยเครื่องยนต์ไปเป็นพลังงานไฟฟ้าของเรา ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อย CO₂ ให้น้อยลงยิ่งขึ้น และน้ำหนักที่เบาของเครื่องยนต์ยังช่วยให้สามารถควบคุมรถบนถนนที่คดเคี้ยวได้อย่างฉับไวยิ่งขึ้น เมื่อทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ Geartronic® หกจังหวะที่ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้ระบบส่งกำลัง T3 ขนาด 1.5 ลิตร 152 แรงม้า/250 นิวตันเมตรให้การขับขี่ที่ราบรื่น และหากคุณต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของรถของคุณให้มากยิ่งขึ้น ฟังก์ชั่น ECO อัจฉริยะของเราจะทำให้เครื่องยนต์, ระบบเกียร์อัตโนมัติ และระบบควบคุมสภาพอากาศทำงานในรูปแบบที่ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงให้น้อยลงอีกประมาณ 5%
    • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบไดเร็กอินเจ็กชั่นสี่สูบ 2.0 ลิตร (T3)
      • อยากได้ความพิเศษยิ่งขึ้นแบบง่ายๆ ไหม? ชุดส่งกำลัง Drive-E ที่มีน้ำหนักเบาของเราจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้น เปี่ยมประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้ทั้งในวันนี้และอนาคต การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ล้ำสมัยและการคิดค้นนวัตกรรมแบบนอกกรอบ ทำให้วิศวกรของเราสามารถสร้างเครื่องยนต์สี่สูบ 2.0 ลิตรที่ให้กำลังเอาต์พุตและสมรรถนะการขับขี่ในระดับเดียวกับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ได้ เทคโนโลยีแรงเสียดทานต่ำ, ระบบจัดการเครื่องยนต์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ และการฉีดเชื้อเพลิงไดเร็กอินเจ็กชั่นแบบคอมมอนเรล ทำให้ความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อย CO₂ ต่ำมาก ในขณะที่เทอร์โบชาร์จเจอร์ทำให้เครื่องยนต์ขนาดกระทัดรัดเครื่องนี้สามารถจ่ายกำลังและแรงบิดได้อย่างที่คุณต้องการ เทคโนโลยี Start/Stop และการแปลงพลังงานจากการเบรกโดยเครื่องยนต์ไปเป็นพลังงานไฟฟ้าของเรา ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อย CO₂ ให้น้อยลงยิ่งขึ้น และน้ำหนักที่เบาของเครื่องยนต์ยังช่วยให้สามารถควบคุมรถบนถนนที่คดเคี้ยวได้อย่างฉับไวยิ่งขึ้น เครื่องยนต์ T3 ขนาด 2.0 ลิตร 152 แรงม้า/250 นิวตันเมตรเครื่องนี้มาพร้อมกับเกียร์ธรรมดาหกจังหวะ
    • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบไดเร็กอินเจ็กชั่นสี่สูบ 2.0 ลิตร (T4)
      • ทำไมจึงต้องเลือกระหว่างสมรรถนะและความประหยัดในเมื่อคุณสามารถมีได้ทั้งสองอย่าง ชุดส่งกำลัง Drive-E ที่มีน้ำหนักเบาของเราจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้น เปี่ยมประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้ทั้งในวันนี้และอนาคต การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ล้ำสมัยและการคิดค้นนวัตกรรมแบบนอกกรอบ ทำให้วิศวกรของเราสามารถสร้างเครื่องยนต์สี่สูบ 2.0 ลิตรที่ให้กำลังเอาต์พุตและสมรรถนะการขับขี่ในระดับเดียวกับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ได้ เทคโนโลยีแรงเสียดทานต่ำ, ระบบจัดการเครื่องยนต์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ และการฉีดเชื้อเพลิงไดเร็กอินเจ็กชั่นแบบคอมมอนเรล ทำให้ความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อย CO₂ ต่ำมาก ในขณะที่เทอร์โบชาร์จเจอร์ทำให้เครื่องยนต์ขนาดกระทัดรัดเครื่องนี้สามารถจ่ายกำลังและแรงบิดได้อย่างที่คุณต้องการ เทคโนโลยี Start/Stop และการแปลงพลังงานจากการเบรกโดยเครื่องยนต์ไปเป็นพลังงานไฟฟ้าของเรา ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อย CO₂ ให้น้อยลงยิ่งขึ้น และน้ำหนักที่เบาของเครื่องยนต์ยังช่วยให้สามารถควบคุมรถบนถนนที่คดเคี้ยวได้อย่างฉับไวยิ่งขึ้น เมื่อทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ Geartronic® หกจังหวะที่ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้ระบบส่งกำลัง T4 ขนาด 190 แรงม้า/300 นิวตันเมตรให้การขับขี่ที่ราบรื่น และหากคุณต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของรถของคุณให้มากยิ่งขึ้น ฟังก์ชั่น ECO อัจฉริยะของเราจะทำให้เครื่องยนต์, ระบบเกียร์อัตโนมัติ และระบบควบคุมสภาพอากาศทำงานในรูปแบบที่ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงให้น้อยลงอีกประมาณ 5% และยังมีชุดเกียร์ธรรมดาหกจังหวะให้เลือกใช้อีกด้วย
    • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบไดเร็กอินเจ็กชั่นสี่สูบ 2.0 ลิตร (T5)
      • สนุกสนานไปกับกำลังเต็มที่โดยไม่มีการออมมือ ชุดส่งกำลัง Drive-E ที่มีน้ำหนักเบาของเราจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้น เปี่ยมประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้ทั้งในวันนี้และอนาคต เมื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ล้ำสมัยและการคิดค้นนวัตกรรมแบบนอกกรอบ ทำให้วิศวกรของเราสามารถสร้างเครื่องยนต์รุ่น 2.0 ลิตรแบบ 4 สูบที่ให้กำลังเอาต์พุตและสมรรถนะการขับขี่ในระดับเดียวกับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ในรุ่น 6 สูบหรือมากกว่านั้นได้ และที่ดียิ่งขึ้น นั่นคือสามารถลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซ CO₂ ลงได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ เทคโนโลยีแรงเสียดทานต่ำ ระบบควบคุมเครื่องยนต์แบบใหม่ ระบบฉีดเชื้อเพลิงแบบคอมมอนเรล และเทคโนโลยีเทอร์โบขั้นสูงเป็นเพียงบางส่วนของความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังประสิทธิภาพอันทรงพลังอย่างแท้จริงนี้ เทคโนโลยี Start/Stop และการแปลงพลังงานจากการเบรกโดยเครื่องยนต์ไปเป็นพลังงานไฟฟ้าของเรา ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อย CO₂ ให้น้อยลงยิ่งขึ้น และน้ำหนักที่เบาของเครื่องยนต์ยังช่วยให้สามารถควบคุมรถบนถนนที่คดเคี้ยวได้อย่างฉับไวยิ่งขึ้น เมื่อผสมผสานด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ Geartronic 8 จังหวะที่ประหยัดเชื้อเพลิง ระบบส่งกำลัง T5 ที่ให้พลัง 245 แรงม้า/350 นิวตันเมตร จะช่วยให้มีการใช้เกียร์ได้อย่างเหมาะสมอยู่เสมอ ทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับความสบายในการขับขี่และการตอบสนองของเครื่องยนต์ที่ยอดเยี่ยม และหากคุณต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของรถของคุณให้มากยิ่งขึ้น ฟังก์ชั่น ECO อัจฉริยะของเราจะทำให้เครื่องยนต์, ระบบเกียร์อัตโนมัติ และระบบควบคุมสภาพอากาศทำงานในรูปแบบที่ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงให้น้อยลงอีกประมาณ 5%
    • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบไดเร็กอินเจ็กชั่นสี่สูบ 2.0 ลิตร (T6)
      • คุณอยากได้การขับที่สนุกสนานเร้าใจ แต่ไม่ช่วยประหยัดน้ำมันหรือรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างนั้นหรือ ชุดส่งกำลัง Drive-E ที่มีน้ำหนักเบาของเราจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้น เปี่ยมประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้ทั้งในวันนี้และอนาคต เมื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ล้ำสมัยและการคิดค้นนวัตกรรมแบบนอกกรอบ ทำให้วิศวกรของเราสามารถสร้างสรรค์เครื่องยนต์รุ่น 2.0 ลิตรแบบ 4 สูบที่ให้กำลังเอาต์พุตและสมรรถนะการขับขี่ในระดับเดียวกับเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่กว่าในรุ่น 6 สูบหรือมากกว่านั้นได้ และที่ดียิ่งขึ้น นั่นคือสามารถลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซ CO₂ ลงได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ เทคโนโลยีแรงเสียดทานต่ำ ระบบควบคุมเครื่องยนต์แบบใหม่ ระบบฉีดเชื้อเพลิงแบบคอมมอนเรลไดเร็กอินเจ็กชัน และเทคโนโลยีซูเปอร์ชาร์จเจอร์/เทอร์โบแบบรวมเป็นเพียงบางตัวอย่างของความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังประสิทธิภาพอันทรงพลังอย่างแท้จริงนี้ ซูเปอร์ชาร์จเจอร์จะให้แรงบิดสูงขึ้นที่ความเร็วรอบต่ำเพื่อการตอบสนองที่ยอดเยี่ยมในการเร่งความเร็ว เสริมพลังด้วยเทอร์โบบูสต์เมื่อรถมีความเร็วรอบสูงขึ้น เทคโนโลยี Start/Stop และการแปลงพลังงานจากการเบรกโดยเครื่องยนต์ไปเป็นพลังงานไฟฟ้าของเรา ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อย CO₂ ให้น้อยลงยิ่งขึ้น และน้ำหนักที่เบาของเครื่องยนต์ยังช่วยให้สามารถควบคุมรถบนถนนที่คดเคี้ยวได้อย่างฉับไวยิ่งขึ้น เมื่อผสมผสานด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ Geartronic 8 จังหวะที่ประหยัดเชื้อเพลิง ระบบส่งกำลัง T6 ที่ให้พลัง 306 แรงม้า/400 นิวตันเมตร จะช่วยให้มีการใช้เกียร์ได้อย่างเหมาะสมอยู่เสมอ ทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับความสบายในการขับขี่และการตอบสนองของเครื่องยนต์ที่ยอดเยี่ยม และหากคุณต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของรถของคุณให้มากยิ่งขึ้น ฟังก์ชั่น ECO อัจฉริยะของเราจะทำให้เครื่องยนต์, ระบบเกียร์อัตโนมัติ และระบบควบคุมสภาพอากาศทำงานในรูปแบบที่ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงให้น้อยลงอีกประมาณ 5%
    • เครื่องยนต์ดีเซลแบบเทอร์โบชาร์จสี่สูบ 2.0 ลิตร (D2)
      • เมื่อคุณคิดถึงการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงชั้นเยี่ยม คุณไม่จำเป็นต้องแลกด้วยความสนุกสนานในการขับขี่ ชุดส่งกำลังดีเซล Drive-E ที่มีน้ำหนักเบาของเราจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้น เปี่ยมประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้ทั้งในวันนี้และอนาคต เมื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ล้ำสมัยและการคิดค้นนวัตกรรมแบบนอกกรอบ ทำให้วิศวกรของเราสามารถสร้างเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรแบบ 4 สูบที่ให้กำลังเอาต์พุตและสมรรถนะการขับขี่ในระดับเดียวกับเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่กว่ามาก และที่ดียิ่งขึ้น นั่นคือสามารถลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซ CO₂ ลงได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ เทคโนโลยีแรงเสียดทานต่ำ ระบบควบคุมเครื่องยนต์แบบใหม่ และเทคโนโลยีทวินเทอร์โบล้ำยุคเป็นเพียงบางส่วนของความลับที่อยู่เบื้องหลังประสิทธิภาพอันทรงพลังอย่างแท้จริง เทคโนโลยี i-Art แบบปรับอัตโนมัติของวอลโว่ คือเทคโนโลยีแรกของโลกที่ทำให้มั่นใจได้ว่าจะมีการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับแต่ละกระบอกสูบด้วยปริมาณที่เหมาะสม เพื่อสมรรถนะและประสิทธิภาพในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีที่สุด เทคโนโลยี Start/Stop และการแปลงพลังงานจากการเบรกโดยเครื่องยนต์ไปเป็นพลังงานไฟฟ้าของเรา ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อย CO₂ ให้น้อยลงยิ่งขึ้น และน้ำหนักที่เบาของเครื่องยนต์ยังช่วยให้สามารถควบคุมรถบนถนนที่คดเคี้ยวได้อย่างฉับไวยิ่งขึ้น เมื่อทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ Geartronic® หกจังหวะที่ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้ระบบส่งกำลัง D2 ขนาด 120 แรงม้า/280 นิวตันเมตรให้การขับขี่ที่ราบรื่น และหากคุณต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของรถของคุณให้มากยิ่งขึ้น ฟังก์ชั่น ECO อัจฉริยะของเราจะทำให้เครื่องยนต์, ระบบเกียร์อัตโนมัติ และระบบควบคุมสภาพอากาศทำงานในรูปแบบที่ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงให้น้อยลงอีกประมาณ 5%
    • เครื่องยนต์ดีเซลแบบเทอร์โบชาร์จสี่สูบ 2.0 ลิตร (D2)
      • เมื่อคุณคิดถึงการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงชั้นเยี่ยม คุณไม่จำเป็นต้องแลกด้วยความสนุกสนานในการขับขี่ ชุดส่งกำลังดีเซล Drive-E ที่มีน้ำหนักเบาของเราจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้น เปี่ยมประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้ทั้งในวันนี้และอนาคต เมื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ล้ำสมัยและการคิดค้นนวัตกรรมแบบนอกกรอบ ทำให้วิศวกรของเราสามารถสร้างเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรแบบ 4 สูบที่ให้กำลังเอาต์พุตและสมรรถนะการขับขี่ในระดับเดียวกับเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่กว่ามาก และที่ดียิ่งขึ้น นั่นคือสามารถลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซ CO₂ ลงได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ เทคโนโลยีแรงเสียดทานต่ำ ระบบควบคุมเครื่องยนต์แบบใหม่ และเทคโนโลยีทวินเทอร์โบล้ำยุคเป็นเพียงบางส่วนของความลับที่อยู่เบื้องหลังประสิทธิภาพอันทรงพลังอย่างแท้จริง เทคโนโลยี i-Art แบบปรับอัตโนมัติของวอลโว่ คือเทคโนโลยีแรกของโลกที่ทำให้มั่นใจได้ว่าจะมีการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับแต่ละกระบอกสูบด้วยปริมาณที่เหมาะสม เพื่อสมรรถนะและประสิทธิภาพในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีที่สุด เทคโนโลยี Start/Stop และการแปลงพลังงานจากการเบรกโดยเครื่องยนต์ไปเป็นพลังงานไฟฟ้าของเรา ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อย CO₂ ให้น้อยลงยิ่งขึ้น และน้ำหนักที่เบาของเครื่องยนต์ยังช่วยให้สามารถควบคุมรถบนถนนที่คดเคี้ยวได้อย่างฉับไวยิ่งขึ้น เครื่องยนต์ D2 120 แรงม้า/280 นิวตันเมตรเครื่องนี้มาพร้อมกับเกียร์ธรรมดาหกจังหวะ
    • เครื่องยนต์ดีเซลแบบเทอร์โบชาร์จสี่สูบ 2.0 ลิตร (D3)
      • เรามองไม่เห็นเหตุผลว่าเพราะเหตุใดเครื่องยนต์หนึ่งเครื่องจะมีทั้งพลัง ความประณีต ประสบการณ์ขับขี่ที่ยอดเยี่ยม และการประหยัดน้ำมันเป็นเลิศพร้อมๆ กันไม่ได้ ชุดส่งกำลังดีเซล Drive-E ที่มีน้ำหนักเบาของเราจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้น เปี่ยมประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้ทั้งในวันนี้และอนาคต เมื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ล้ำสมัยและการคิดค้นนวัตกรรมแบบนอกกรอบ ทำให้วิศวกรของเราสามารถสร้างเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรแบบ 4 สูบที่ให้กำลังเอาต์พุตและสมรรถนะการขับขี่ในระดับเดียวกับเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่กว่ามาก และที่ดียิ่งขึ้น นั่นคือสามารถลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซ CO₂ ลงได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ เทคโนโลยีแรงเสียดทานต่ำ ระบบควบคุมเครื่องยนต์แบบใหม่ และเทคโนโลยีทวินเทอร์โบล้ำยุคเป็นเพียงบางส่วนของความลับที่อยู่เบื้องหลังประสิทธิภาพอันทรงพลังอย่างแท้จริง เทคโนโลยี i-Art แบบปรับอัตโนมัติของวอลโว่ คือเทคโนโลยีแรกของโลกที่ทำให้มั่นใจได้ว่าจะมีการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับแต่ละกระบอกสูบด้วยปริมาณที่เหมาะสม เพื่อสมรรถนะและประสิทธิภาพในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีที่สุด เทคโนโลยี Start/Stop และการแปลงพลังงานจากการเบรกโดยเครื่องยนต์ไปเป็นพลังงานไฟฟ้าของเรา ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อย CO₂ ให้น้อยลงยิ่งขึ้น และน้ำหนักที่เบาของเครื่องยนต์ยังช่วยให้สามารถควบคุมรถบนถนนที่คดเคี้ยวได้อย่างฉับไวยิ่งขึ้น เมื่อทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ Geartronic® หกจังหวะที่ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้ระบบส่งกำลัง D3 ขนาด 150 แรงม้า/320 นิวตันเมตรให้การขับขี่ที่ราบรื่น และหากคุณต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของรถของคุณให้มากยิ่งขึ้น ฟังก์ชั่น ECO อัจฉริยะของเราจะทำให้เครื่องยนต์, ระบบเกียร์อัตโนมัติ และระบบควบคุมสภาพอากาศทำงานในรูปแบบที่ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงให้น้อยลงอีกประมาณ 5% และยังมีชุดเกียร์ธรรมดาหกจังหวะให้เลือกใช้อีกด้วย
    • เครื่องยนต์ดีเซลแบบเทอร์โบชาร์จขนาด 2.0 ลิตรสี่สูบ (D4)
      • สนุกสนานยิ่งขึ้นแต่สิ้นเปลืองน้อยลง ชุดส่งกำลังดีเซล Drive-E ที่มีน้ำหนักเบาของเราจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้น เปี่ยมประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้ทั้งในวันนี้และอนาคต เมื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ล้ำสมัยและการคิดค้นนวัตกรรมแบบนอกกรอบ ทำให้วิศวกรของเราสามารถสร้างเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรแบบ 4 สูบที่ให้กำลังเอาต์พุตและสมรรถนะการขับขี่ในระดับเดียวกับเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่กว่ามาก และที่ดียิ่งขึ้น นั่นคือสามารถลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซ CO₂ ลงได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ เทคโนโลยีแรงเสียดทานต่ำ ระบบควบคุมเครื่องยนต์แบบใหม่ และเทคโนโลยีทวินเทอร์โบล้ำยุคเป็นเพียงบางส่วนของความลับที่อยู่เบื้องหลังประสิทธิภาพอันทรงพลังอย่างแท้จริง เทคโนโลยี i-Art แบบปรับอัตโนมัติของวอลโว่ คือเทคโนโลยีแรกของโลกที่ทำให้มั่นใจได้ว่าจะมีการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับแต่ละกระบอกสูบด้วยปริมาณที่เหมาะสม เพื่อสมรรถนะและประสิทธิภาพในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีที่สุด เทคโนโลยี Start/Stop และการแปลงพลังงานจากการเบรกโดยเครื่องยนต์ไปเป็นพลังงานไฟฟ้าของเรา ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อย CO₂ ให้น้อยลงยิ่งขึ้น และน้ำหนักที่เบาของเครื่องยนต์ยังช่วยให้สามารถควบคุมรถบนถนนที่คดเคี้ยวได้อย่างฉับไวยิ่งขึ้น เมื่อทำงานร่วมกับชุดเกียร์อัตโนมัติ Geartronic® แปดจังหวะที่ประหยัดเชื้อเพลิง ระบบส่งกำลัง D4 ที่ให้กำลัง 190 แรงม้า/400 นิวตันเมตร จะช่วยให้มีการใช้เกียร์ได้อย่างเหมาะสมอยู่เสมอ ทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับความสบายในการขับขี่และการตอบสนองของเครื่องยนต์ที่ยอดเยี่ยม และหากคุณต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของรถของคุณให้มากยิ่งขึ้น ฟังก์ชั่น ECO อัจฉริยะของเราจะทำให้เครื่องยนต์, ระบบเกียร์อัตโนมัติ และระบบควบคุมสภาพอากาศทำงานในรูปแบบที่ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงให้น้อยลงอีกประมาณ 5% เครื่องยนต์ D4 นี้มีให้เลือกใช้พร้อมกับชุดเกียร์ธรรมดาหกจังหวะขั้นสูง หรือชุดเกียร์อัตโนมัติ Geartronic® แปดจังหวะ
    • เครื่องยนต์ดีเซลแบบเทอร์โบชาร์จสี่สูบ 2.4 ลิตร (D4 AWD)
      • เราออกแบบเครื่องยนต์รุ่นนี้สำหรับผู้ขับรถยนต์วอลโว่ที่ปรารถนาพลังและสมรรถนะที่แรงขึ้น โดยยังคงได้รับประโยชน์จากความสบายและการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องยนต์ 5 สูบ 2.4 ลิตรที่ให้กำลัง 190 แรงม้า ที่เร่งความเร็วรอบได้อย่างนุ่มนวลรุ่นนี้มีเทอร์โบชาร์เจอร์คู่แบบซีเควนเชียล – เทอร์โบชาร์จเจอร์ตัวเล็กจะทำให้การขับขี่ที่ความเร็วรอบเครื่องต่ำเป็นไปอย่างราบรื่นไม่สะดุด ในขณะที่ตัวใหญ่จะทำงานควบคู่ไปเมื่อรอบและความเร็วรถเพิ่มสูงขึ้น เครื่องเทอร์โบเหล่านี้จะช่วยส่งกำลังแบบปรับเปลี่ยนและตอบสนองแบบผกผันกับช่วงความเร็วรอบ และด้วยแรงบิดทรงพลังเหลือล้นถึง 420 นิวตันเมตร D4 AWD จึงทำงานแบบสบายแต่ให้สมรรถนะที่ทรงพลัง ลักษณะการทำงานเช่นนี้จึงทำให้สามารถเร่งเครื่องเพื่อแซงได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย โดยเฉพาะเมื่อความเร็วรถอยู่ระหว่าง 80-120 กม./ชม. ด้วยเหตุนี้ D4 AWD จึงจะทำให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมโดยไม่ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและไม่เพิ่มการปล่อย CO₂ ด้วยระบบ Start/Stop ของวอลโว่และฟังก์ชันการแปลงพลังงานเบรกจากเครื่องยนต์ไปเป็นพลังงานไฟฟ้าซึ่งช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและลดการปล่อยก๊าซ CO₂ ดังนั้น D4 AWD จึงเป็นหนึ่งในรถที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดและมีอัตราการปล่อยก๊าซ CO₂ ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับรถยนต์ในรุ่นเดียวกัน เพื่อประสิทธิภาพในการขับขี่สูงสุด เครื่องยนต์มาพร้อมกับ All-Wheel Drive with Instant Traction™ และเกียร์อัตโนมัติ Geartronic® หกจังหวะพร้อมโหมดสปอร์ต
    • เครื่องยนต์ดีเซลแบบเทอร์โบชาร์จสี่สูบ 2.0 ลิตร (D5)
      • สัมผัสทั้งกำลัง, ประสิทธิภาพ และความประณีตบรรจงโดยไม่ต้องยอมเสียสละอย่างใดอย่างหนึ่ง ชุดส่งกำลังดีเซล Drive-E ที่มีน้ำหนักเบาของเราจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้น เปี่ยมประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้ทั้งในวันนี้และอนาคต เมื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ล้ำสมัยและการคิดค้นนวัตกรรมแบบนอกกรอบ ทำให้วิศวกรของเราสามารถสร้างเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรแบบ 4 สูบที่ให้กำลังเอาต์พุตและสมรรถนะการขับขี่ในระดับเดียวกับเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่กว่ามาก และที่ดียิ่งขึ้น นั่นคือสามารถลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซ CO₂ ลงได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ เทคโนโลยีแรงเสียดทานต่ำ ระบบควบคุมเครื่องยนต์แบบใหม่ และเทคโนโลยีทวินเทอร์โบล้ำยุคเป็นเพียงบางส่วนของความลับที่อยู่เบื้องหลังประสิทธิภาพอันทรงพลังอย่างแท้จริง เทคโนโลยี i-Art แบบปรับอัตโนมัติของวอลโว่ คือเทคโนโลยีแรกของโลกที่ทำให้มั่นใจได้ว่าจะมีการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับแต่ละกระบอกสูบด้วยปริมาณที่เหมาะสม เพื่อสมรรถนะและประสิทธิภาพในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีที่สุด เทคโนโลยี Start/Stop และการแปลงพลังงานจากการเบรกโดยเครื่องยนต์ไปเป็นพลังงานไฟฟ้าของเรา ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อย CO₂ ให้น้อยลงยิ่งขึ้น และน้ำหนักที่เบาของเครื่องยนต์ยังช่วยให้สามารถควบคุมรถบนถนนที่คดเคี้ยวได้อย่างฉับไวยิ่งขึ้น เมื่อทำงานร่วมกับชุดเกียร์อัตโนมัติ Geartronic® 8 จังหวะที่ประหยัดเชื้อเพลิง ระบบส่งกำลัง D5 ที่ให้กำลัง 225 แรงม้า/470 นิวตันเมตร จะช่วยให้มีการใช้เกียร์ได้อย่างเหมาะสมอยู่เสมอ คุณจึงเพลิดเพลินไปกับความสบายในการขับขี่และการตอบสนองของเครื่องยนต์อันยอดเยี่ยม และหากคุณต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของรถของคุณให้มากยิ่งขึ้น ฟังก์ชั่น ECO อัจฉริยะของเราจะทำให้เครื่องยนต์, ระบบเกียร์อัตโนมัติ และระบบควบคุมสภาพอากาศทำงานในรูปแบบที่ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงให้น้อยลงอีกประมาณ 5% หากต้องการปรับลักษณะของเครื่องยนต์ให้เป็นไปตามรูปแบบการทำงานหรือสภาพการขับขี่ที่ต้องการ คุณสามารถเพิ่มฟังก์ชั่นที่จะช่วยให้คุณเลือกโหมดการขับที่แตกต่างกันสำหรับเครื่องยนต์, ชุดเกียร์ และออปชั่นพิเศษระบบกันสะเทือนแบบถุงลมได้ ซึ่งได้แก่โหมด Comfort, Eco, Dynamic, Off road และ Individual การใช้ตัวควบคุมการทำงานแบบลูกกลิ้งที่ออกแบบตามหลักการยศาสตร์ในคอนโซลกลางระหว่างที่นั่งด้านหน้า จะช่วยให้คุณเปลี่ยนโหมดการทำงานต่างๆ ได้โดยสะดวก
    • Plug-in Hybrid แบบเทอร์โบดีเซลห้าสูบ 2.4 ลิตร (D6 AWD)
      • สนุกสนานไปกับประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่มีใครเทียบได้ เพียงแต่กดปุ่ม คุณก็สามารถเปลี่ยนระหว่างแหล่งจ่ายกำลังสองแหล่ง โดยสามารถใช้แหล่งจ่ายกำลังอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือจะใช้แหล่งจ่ายกำลังทั้งสองอย่างร่วมกันก็ได้ ล้อด้านหน้าที่ขับเคลื่อนโดยเครื่องยนต์ดีเซลแบบเทอร์โบคู่ห้าสูบ 2.4 ลิตรที่จ่ายกำลัง 220 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร สามารถให้กำลังได้อย่างเหลือเฝือในทุกเวลาที่คุณต้องการ มอเตอร์ไฟฟ้า 68 แรงม้า/200 นิวตันเมตรที่ติดตั้งอยู่บนเพลาหลังทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่น และการปล่อยมลพิษออกจากท่อไอเสียเป็นศูนย์เป็นระยะทางถึง 50 กม. (โหมด Pure) แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน 11.2 kWh ที่มีขนาดเล็กและหล่อเย็นด้วยน้ำสามารถชาร์จได้อย่างสะดวกโดยใช้ปลั๊กไฟ 230 โวลต์แบบทั่วไป นอกจากนี้ ยังมีการชาร์จด้วยการแปลงพลังงานจากการเบรกด้วยเครื่องยนต์อีกด้วย และเมื่อใช้ร่วมกัน แหล่งจ่ายกำลังทั้งสองอย่างนี้จะทำงานร่วมกันเพื่อให้ระยะเดินทางที่ไกลที่สุด และการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่มากที่สุด (โหมดไฮบริด) หรือถ้าคุณต้องการ ก็สามารถเปลี่ยน V60 D6 AWD ของคุณให้กลายเป็นรถสมรรถนะสูงอย่างแท้จริงได้ โดยคุณสามารถเรียกใช้กำลังสูงสุด 288 แรงม้าและแรงบิดเต็มที่ 640 นิวตันเมตรได้ (โหมดเน้นกำลัง) และเมื่อต้องการการเกาะถนนที่ดีที่สุด เพียงแค่กดปุ่ม AWD เพื่อให้ระบบทำงานโดยให้ความสำคัญกับการเกาะถนนที่ล้อทั้งสี่ล้อเป็นหลัก V60 D6 AWD ใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติ Geartronic® หกจังหวะพร้อมโหมดสปอร์ตที่ทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว

    ระบบเกียร์

    • เกียร์ธรรมดา 6 สปีด
      • เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะช่วยให้คุณเข้าเกียร์ได้อย่างคล่องตัวและแม่นยำ เพื่อความเพลิดเพลินในการขับขี่สูงสุด เกียร์ 6 จะช่วยรักษาความเร็ว ปรับปรุงอัตราความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง และลดการปล่อยก๊าซ CO₂ ลงเมื่อขับรถบนมอเตอร์เวย์ และการทำงานที่ราบรื่นของคลัตช์จะช่วยให้คุณขับออกตัวได้อย่างมั่นใจและสง่างาม
    • เกียร์ Powershift 6 สปีด
      • มีสมรรถนะดีขึ้นโดยใช้พลังงานน้อยลง เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างนั้นหรือ? ไม่ใช่กับเกียร์อัตโนมัติ Powershift 6 จังหวะแบบคลัตช์คู่ของเราแน่ๆ เพราะชุดเกียร์ของเราใช้น้ำมันเชื้อเพลิงน้อยกว่าชุดเกียร์อัตโนมัติทั่วๆ ไปถึง 7 เปอร์เซ็นต์ การตอบสนองแบบอัตโนมัตินี้จะทำการเปลี่ยนเกียร์โดยทันที ส่งผ่านแรงบิดโดยไม่เกิดการหยุดชะงักและยังสามารถเปลี่ยนไปเป็นโหมดเกียร์ธรรมดาได้ทันทีที่ต้องการ
    • เกียร์อัตโนมัติแบบเกียร์ทรอนิก 6 สปีด
      • จะดีขนาดไหนที่มีรถที่ให้ทั้งความรู้สึกเสมือนอยู่บ้านและพร้อมเผชิญหน้ากับการจราจรที่หนักหน่วงบนท้องถนนไปได้ด้วยในขณะเดียวกัน คุณสามารถมีได้แน่นอน ระบบเกียร์ Geartronic 6 จังหวะคือผู้ช่วยที่ให้คุณควบคุมได้ทุกสถานการณ์ คันเกียร์แบบใหม่หมดจดด้วยผิวปิดสี piano black และตัวอักษรสีขาว การตอบสนองแบบอัตโนมัติและสามารถเปลี่ยนเป็นโหมดเกียร์ธรรมดาได้เมื่อคุณต้องการ สำหรับเครื่องยนต์บางรุ่น ชุดเกียร์ Geartronic ยังมีโหมดสปอร์ตเพื่อการขับขี่ที่รวดเร็วฉับไวด้วย เมื่อใช้โหมดนี้ ชุดเกียร์จะมีการตอบสนองต่อคันเร่งรวดเร็วยิ่งขึ้นและทำให้เครื่องยนต์มีความเร็วรอบสูงขึ้นระหว่างที่มีการเร่งความเร็ว
    • เกียร์อัตโนมัติ Geartronic 8 จังหวะ
      • คุณต้องการระบบส่งกำลังที่มีการตอบสนองอย่างเป็นธรรมขาติราวกับเป็นส่วนหนึ่งของตัวคุณหรือไม่ ชุดเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะที่ได้รับการพัฒนาใหม่เมื่อจับคู่กับเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ Drive-E 4 สูบรุ่นใหม่ จะทำให้มั่นใจได้ว่ามีการใช้เกียร์ที่เหมาะสมอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อให้ได้การตอบสนองของเครื่องยนต์และประสิทธิภาพการขับขี่ในระดับสูงสุด หรือเพื่อให้ได้การขับขี่ที่นุ่มนวลและประหยัดน้ำมันที่สุดก็ตาม
    • แป้นเปลี่ยนเกียร์
      • หากคุณชื่นชอบการขับรถ แป้นเปลี่ยนเกียร์แบบใหม่สำหรับเกียร์อัตโนมัติของเราจะช่วยเพิ่มความสนุกสนานหลังพวงมาลัยมากยิ่งขึ้น ทำให้เปลี่ยนเกียร์แบบแมนนวลได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น และเนื่องจากคุณสามารถวางมือไว้บนพวงมาลัยได้ตลอดเวลา จึงทำให้มั่นใจได้ว่าคุณจะสามารถควบคุมรถของคุณได้เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ (เฉพาะรถที่ใช้พวงมาลัยแบบ 3 ก้านเท่านั้น)
    • เทคโนโลยี Start/Stop
      • ลองจินตนาการดูว่าเราจะสามารถประหยัดได้มากเพียงไร ถ้ารถยนต์ทุกคันทั่วโลกดับเครื่องในช่วงที่การจราจรติดขัด… นั่นคือสิ่งที่เทคโนโลยี Start/Stop ของเราทำอยู่ เมื่อเครื่องยนต์อยู่ที่อุณหภูมิทำงานและคุณหยุดรถชั่วขณะ ทำการเข้าเกียร์ว่างและปลดคลัตช์ เครื่องยนต์จะหยุดทำงานโดยอัตโนมัติ และทันทีที่คุณเหยียบแป้นคลัตช์อีกครั้ง เครื่องยนต์จะสตาร์ตทำให้คุณสามารถเดินทางต่อไปได้ วิธีนี้จะช่วยลดปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซ CO₂ ได้ถึง 8% แบตเตอรี่แบบพิเศษจะช่วยให้ระบบข้อมูลบันเทิง และระบบเพื่อความสะดวกสบายทั้งหมดทำงานได้ตามปกติขณะที่เครื่องยนต์หยุดทำงาน ระบบ Start/Stop นี้สามารถปิดการทำงานได้โดยกดปุ่มที่คอนโซลกลาง และระบบจะทำงานที่อุณหภูมิ 0 ถึง 30 องศาเซลเซียส
    • การแปลงพลังงานเบรกจากเครื่องยนต์ไปเป็นพลังงานไฟฟ้า
      • ใช้ประโยชน์จากพลังงานให้ถึงขีดสุด ทุกครั้งที่คุณปล่อยคันเร่งในขณะที่เข้าเกียร์อยู่ พลังงานจากการเบรกโดยเครื่องยนต์ซึ่งปกติจะสูญเสียไปจะถูกป้อนกลับไปยังแบตเตอรี่ วิธีนี้จะช่วยลดภาระโดยเฉลี่ยของอัลเทอร์เนเตอร์และส่งผลให้ความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลดลง 2-3 เปอร์เซ็นต์ ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและลดการปล่อยก๊าซ CO₂ ลง
    • ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD)
      • เทคโนโลยี AWD ขั้นสูงและ Instant Traction™ จะช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับและการยึดเกาะในทุกสภาพถนนและสภาพอากาศ โดยมีระบบการจัดการด้วยอิเล็กทรอนิกส์ที่จะตรวจจับความเร็วของล้อ ปีกผีเสื้อ แรงบิดของเครื่องยนต์ ความเร็วรอบเครื่องยนต์ และเบรกอยู่ตลอดเวลา เมื่อสภาวะการขับขี่เปลี่ยนแปลงไป ล้อที่ยึดเกาะถนนมากที่สุดจะได้รับกำลังมากที่สุด เมื่อล้อสูญเสียการยึดเกาะถนน ระบบจะลดกำลังที่ไปยังล้อนั้น และส่งต่อไปยังล้อที่ยึดเกาะถนนมากกว่า
    • ระบบช่วยเหลือขณะขับขึ้นเขา
      • ระบบช่วยเหลือขณะขับขึ้นเขาจะรักษาแรงดันเบรกไว้โดยอัตโนมัติขณะที่คุณย้ายจากการเหยียบแป้นเบรกไปเหยียบคันเร่ง รถของคุณจึงจะไม่เลื่อนถอยหลังหรือเครื่องยนต์สะดุดดับเมื่อขับออกตัวบนทางลาดชัน ระบบช่วยเหลือขณะขับขึ้นเขายังทำงานเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลังได้ด้วย

    แชสซีและการบังคับเลี้ยว

    • แชสซี
      • ตลอดช่วงการใช้งานรถยนต์วอลโว่ของคุณ คุณจะได้พบทั้งถนนที่เรียบและรวดเร็วแบบมอเตอร์เวย์ ถนนสายย่อยที่เป็นหลุมบ่อและเป็นลอนคลื่นเนื่องจากน้ำใต้ถนนแข็งตัวและดันผิวถนนขึ้นมา ถนนโรยกรวดขรุขระเป็นหลุมร่อง และเส้นทางคดเคี้ยวบนภูเขา นั่นคือเหตุผลที่ทำให้วิศวกรของเราทุ่มเทเวลาอย่างมากเพื่อทำการทดสอบพื้นผิวถนนทุกรูปแบบเท่าที่จะจินตนาการขึ้นมาได้ (ซึ่งพื้นผิวถนนบางรูปแบบจะทำให้คุณนึกไม่ถึงเป็นแน่) ผลที่ได้คือระบบกันสะเทือนที่ซับซ้อนซึ่งสามารถรับมือกับสภาพเลวร้ายที่สุดเท่าที่คุณจะหาได้โดยไม่สูญเสียความสามารถในการควบคุมรถและคุณภาพการขับที่ยอดเยี่ยม ระบบกันสะเทือนสามารถทำงานได้ดีที่สุดเช่นกัน เนื่องจากตัวถังอันแข็งแกร่งและจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำของรถยนต์วอลโว่ ระบบกันสะเทือนด้านหน้าและด้านหลังยังทำงานประสานกันเพื่อให้ได้การเบรกที่เสถียรและการบังคับเลี้ยวที่เฉียบคม และเมื่อคุณเลี้ยวรถเข้าโค้ง ล้อหลังจะเลี้ยวเพียงเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เกิดอาการท้ายปัดขึ้น แชสซีมี 3 ประเภท ได้แก่ COMFORT CHASSIS ซึ่งจะให้การขับขี่ที่สะดวกสบายแต่ยังคงตอบสนองได้ฉับไว LOW SPORT CHASSIS ที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ว่องไวปราดเปรียวขึ้น และ FOUR-C ACTIVE CHASSIS ซึ่งคุณจะสามารถเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้ระหว่าง Comfort, Sport และ Advanced
    • แชสซีแบบสปอร์ต R-Design
      • แชสซีแบบสปอร์ต R-DESIGN ที่ลดระดับลง 15 มม. จะเห็นถึงความแตกต่างได้อย่างชัดเจน เหล็กกันโคลง โช้คอัพหลัง (แบบกระบอกโช้คชั้นเดียวหรือ monotube) โช้คแบบแข็ง 15% การบังคับเลี้ยวที่รวดเร็วขึ้น เหล็กค้ำโช้คหน้า และอื่นๆ ได้รับการปรับแต่งให้มีความเป็นสปอร์ตยิ่งขึ้นเพื่อให้ยึดเกาะถนนได้ดีขึ้น
    • Roll-Over Protection System
      • เพื่อช่วยปกป้องผู้โดยสารเมื่อรถเกิดการพลิกคว่ำ เซ็นเซอร์ตรวจจับมุมเอียงของรถจะกระตุ้นการทำงานของระบบ Roll-Over Protection System ของเราเมื่อเกิดกรณีนี้ขึ้น ในกรณีที่รถพลิกคว่ำ ตัวปรับความตึงเข็มขัดนิรภัยของทุกที่นั่งจะทำงานเพื่อยึดตัวผู้โดยสารไว้ให้แน่นขึ้น ในขณะเดียวกัน ม่านนิรภัยกันกระแทกจะพองตัวเพื่อช่วยปกป้องผู้โดยสารจากแรงกระแทกที่เกิดขึ้นตามมา
    • Four-C (Continuously Controlled Chassis Concept)
      • แชสซี Four-C มีโหมดการขับขี่ให้เลือก 3 โหมดคือ Comfort, Sport และ Advanced ไม่ว่าจะเลือกโหมดใด เทคโนโลยีนี้จะตรวจดูตัวรถ พื้นถนน และคนขับด้วยความถี่ 500 ครั้งต่อวินาที และในเวลาเดียวกันก็ปรับโช้กอัพแต่ละด้านเพื่อให้สามารถบังคับควบคุมรถได้ดีที่สุดตลอดเวลา หัวใจสำคัญของ Four-C คือระบบควบคุมชุดอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งจะควบคุมโช้คอัพ Monroe-Öhlins ทั้งสี่ตัวอย่างต่อเนื่อง และตอบสนองต่อระบบ ESC, เครื่องยนต์, เบรก และการบังคับเลี้ยว เพื่อให้ลักษณะการควบคุมรถที่คุณเลือกมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น
    • ระบบควบคุมการทรงตัวแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Stability Control หรือ ESC)
      • ระบบนี้สามารถตรวจจับได้แม้ในขณะที่คุณคาดหวังถึงมันน้อยที่สุด มันช่างเป็นช่วงเวลาที่น่ากลัวจนเหมือนหัวใจจะหยุดเต้นเมื่อรถออกอาการท้ายปัดและกำลังจะลื่นไถลบนถนนที่เปียกหรือมีหิมะปกคลุม เมื่อรถไถล คุณอาจเจอกับอาการท้ายรถส่ายไปมา และรถอาจหมุนจนเสียหลักได้ในท้ายที่สุด เหตุการณ์ลักษณะนี้เองที่ทำให้ระบบควบคุมการทรงตัวแบบอิเล็กทรอนิกส์ (ESC) กลายเป็นหนึ่งในระบบความปลอดภัยที่มีความสำคัญที่สุดของเราในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ระบบจะตรวจสอบปัจจัยต่างๆ เช่น ทิศทางที่รถเดินทาง ความเร็วในการหมุนของล้อ และลักษณะในการใช้งานล็อคบังคับเลี้ยว เมื่อนำข้อมูลเหล่านี้ทั้งหมดมาใช้ จะช่วยให้ ESC สามารถตรวจหาแนวโน้มที่จะเกิดการลื่นไถลและทำการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นได้ โดยลดกำลังเครื่องยนต์และ/หรือทำการเบรกล้อด้านที่เหมาะสม นอกจากนี้ รถยนต์ยังใช้ระบบควบคุมแรงฉุดเครื่องยนต์ (Engine Drag Control หรือ EDC) เพื่อป้องกันล้อล็อคในระหว่างที่มีการเบรกด้วยเครื่องยนต์ หรือเมื่อทำการลดเกียร์บนถนนลื่นอีกด้วย เพื่อช่วยให้ระบบ ESC สามารถทำงานเพื่อป้องกันการลื่นไถลได้เร็วขึ้นและแม่นยำยิ่งขึ้น Advanced Stability Control (ระบบควบคุมเสถียรภาพขั้นสูงหรือ ASC) จะตรวจจับการโคลงตัวและอัตราเร่งตามแนวขวางของรถ แต่ ASC จะทำให้คุณได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่ดีเยี่ยม ดังนั้นเมื่อขับรถเข้าโค้งด้วยความเร็ว รถยนต์จะมีความเสถียรมากขึ้น คุณสมบัติอื่นที่ทำให้คุณสามารถขับเข้าโค้งด้วยความรวดเร็วได้โดยที่รถจะมีอาการดื้อโค้งน้อยลงและขับสนุกยิ่งขึ้น นั่นคือระบบควบคุมการยึดเกาะขณะเข้าโค้ง (Corner Traction Control หรือ CTC) ในขณะเข้าโค้ง ระบบจะทำงานโดยการเบรกล้อขับเคลื่อนที่อยู่ด้านในถ้าล้อนั้นเริ่มจะไม่ยึดเกาะโค้ง ในขณะเดียวกันก็ส่งกำลังไปให้ล้อด้านนอกแทน และถ้าคุณอยากขับขี่โดยเน้นความแรงของสมรรถนะ ESC ก็มีโหมดสปอร์ตให้คุณได้เลือกใช้ด้วย โหมดนี้จะตัดการทำงานของฟังก์ชันลดกำลังเครื่องยนต์ และมีการควบคุมการลื่นของล้อหลังในระดับที่กำหนด ถ้าระบบตรวจพบว่าคนขับกำลังใช้พวงมาลัยและคันเร่งโดยปรับเปลี่ยนอย่างเร็ว และถ้าการทำงานดังกล่าวไม่ได้เกินขอบเขตที่กำหนด ในกรณีดังกล่าวระบบจะกลับไปใช้ฟังก์ชัน ESC ปกติ
    • ระบบช่วยการทรงตัวของรถพ่วง (TSA)
      • เมื่อต้องลากรถพ่วงหรือรถคาราวาน ระบบช่วยรักษาเสถึยรภาพของรถพ่วง (Trailer Stability Assist หรือ TSA) สามารถลดอาการที่เรียกว่าอาการส่ายเลื้อยเพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพได้ ระบบ TSA จะตรวจดูแนวโน้มการเกิดการส่ายอยู่ตลอดเวลา และสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการส่ายได้โดยการเบรกล้ออย่างน้อยหนึ่งล้อเพื่อเป็นการชดเชย ถ้ายังไม่เพียงพอหรือถ้าคุณไม่ได้แก้ไขอาการดังกล่าว ระบบจะทำการเบรกล้อทั้งสี่ล้อและลดแรงบิดเครื่องยนต์ลง ระบบ TSA จะทำงานเมื่อรถมีความเร็วตั้งแต่ 50 กม./ชม. ขึ้นไป
    • พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า
      • พวงมาลัยแบบแร็กแอนด์พิเนียนควบคุมด้วยไฟฟ้าจะช่วยประหยัดเชื้อเพลิงของคุณพร้อมให้การตอบสนองที่แม่นยำและฉับไว เมื่อขับรถ คุณจะเพลิดเพลินไปกับการบังคับเลี้ยวที่ฉับไวและมั่นคงในทุกระดับความเร็ว และคุณสามารถปรับลักษณะการหมุนพวงมาลัยและการผ่อนแรงให้เหมาะกับความต้องการในการขับขี่หรืออารมณ์ของคุณได้: เพียงเลือกโหมดในเมือง ทางด่วน หรือสปอร์ต และเพลิดเพลินไปกับการตั้งค่าที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละสถานการณ์
    • พวงมาลัยเพาเวอร์แบบปรับตามความเร็ว
      • พวงมาลัยเพาเวอร์โปรเกรสซีฟแบบปรับตามความเร็วใช้เทคโนโลยีการตรวจจับความเร็วที่ซับซ้อนเพื่อปรับแรงช่วยในการบังคับพวงมาลัยตามความจำเป็นขณะขับขี่ เมื่อขับรถด้วยระดับความเร็วที่อนุญาตให้ใช้บนทางหลวง พวงมาลัยจะหนักและเป็นทางตรง เมื่อจอดรถหรือในการจราจรติดขัด พวงมาลัยจะเบาสบายไม่เปลืองแรง ในขณะที่พวงมาลัยมีการปรับอัตโนมัติตามความเร็วรถ คุณสามารถเลือกความไวของพวงมาลัยจากจอแสดงผลส่วนกลางได้ 3 ระดับ ว่าต้องการให้ใช้แรงบังคับพวงมาลัยน้อย, ปานกลาง หรือมาก
  • ภายใน

    • Interior Air Quality System (IAQS)
      • ระบบ IAQS ของวอลโว่จะตรวจสอบอากาศที่เข้ามา และถ้าจำเป็น ก็จะปิดช่องระบายอากาศภายนอกชั่วคราว เพื่อปิดไม่ให้ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ โอโซนระดับพื้น และไนโตรเจนไดออกไซด์เข้ามาได้ เมื่อเปิดช่องลม ไส้กรองคาร์บอนแบบแอ็คทีฟจะช่วยป้องกันผู้โดยสารจากก๊าซพิษและกลิ่นไม่พึงประสงค์ จึงมั่นใจได้ว่าอากาศที่คุณใช้หายใจภายในรถจะมีความสะอาด โดยส่วนใหญ่มีอากาศสะอาดกว่าภายนอกเมื่อต้องขับรถในสภาพการจราจรที่หนาแน่นในเมืองและในอุโมงค์
    • Clean Zone Interior Package (CZIP)
      • ไม่มีอะไรแย่ไปกว่าการเดินทางท่องเที่ยวโดยนั่งอยู่ในรถที่อบอ้าวอีกแล้ว โดยเฉพาะในวันที่อากาศอบอุ่น ในการเตรียมการเพื่อบรรยากาศที่สดชื่นในรถยนต์วอลโว่ของคุณ แพ็คเกจ CZIP จะเริ่มวงจรการหมุนเวียนอากาศ ซึ่งจะถูกกระตุ้นการทำงานเมื่อคุณปลดล็อครถด้วยรีโมตคอนโทรลหรือ Personal Car Communicator คุณสมบัตินี้จะพร้อมทำงานเมื่อภายนอกรถมีอุณหภูมิอย่างน้อย 10°C นอกจากนี้ CZIP ยังสามารถจัดการกับสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือหอบหืดได้ดีอีกด้วย
    • กรองอากาศในห้องโดยสาร
      • กรองอากาศในห้องโดยสารช่วยป้องกันฝุ่นละอองไม่ให้เข้าไปในห้องโดยสารผ่านทางระบบระบายอากาศ จึงมีประโยชน์อย่างมากโดยเฉพาะกับคนขับและผู้โดยสารที่มีโอกาสเป็นไข้หรือเกิดภูมิแพ้ได้ง่าย

    ภายนอก

    • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบไดเร็กอินเจ็กชั่นสี่สูบ 1.5 ลิตร (T3)
      • อยากได้ความพิเศษยิ่งขึ้นแบบง่ายๆ ไหม? ชุดส่งกำลัง Drive-E ที่มีน้ำหนักเบาของเราจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้น เปี่ยมประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้ทั้งในวันนี้และอนาคต การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ล้ำสมัยและการคิดค้นนวัตกรรมแบบนอกกรอบ ทำให้วิศวกรของเราสามารถสร้างเครื่องยนต์สี่สูบที่ให้กำลังเอาต์พุตและสมรรถนะการขับขี่ในระดับเดียวกับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ได้ เทคโนโลยีแรงเสียดทานต่ำ, ระบบจัดการเครื่องยนต์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ และการฉีดเชื้อเพลิงไดเร็กอินเจ็กชั่นแบบคอมมอนเรล ทำให้ความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อย CO₂ ต่ำมาก ในขณะที่เทอร์โบชาร์จเจอร์ทำให้เครื่องยนต์ขนาดกระทัดรัดเครื่องนี้สามารถจ่ายกำลังและแรงบิดได้อย่างที่คุณต้องการ เทคโนโลยี Start/Stop และการแปลงพลังงานจากการเบรกโดยเครื่องยนต์ไปเป็นพลังงานไฟฟ้าของเรา ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อย CO₂ ให้น้อยลงยิ่งขึ้น และน้ำหนักที่เบาของเครื่องยนต์ยังช่วยให้สามารถควบคุมรถบนถนนที่คดเคี้ยวได้อย่างฉับไวยิ่งขึ้น เมื่อทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ Geartronic® หกจังหวะที่ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้ระบบส่งกำลัง T3 ขนาด 1.5 ลิตร 152 แรงม้า/250 นิวตันเมตรให้การขับขี่ที่ราบรื่น และหากคุณต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของรถของคุณให้มากยิ่งขึ้น ฟังก์ชั่น ECO อัจฉริยะของเราจะทำให้เครื่องยนต์, ระบบเกียร์อัตโนมัติ และระบบควบคุมสภาพอากาศทำงานในรูปแบบที่ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงให้น้อยลงอีกประมาณ 5%
    • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบไดเร็กอินเจ็กชั่นสี่สูบ 2.0 ลิตร (T3)
      • อยากได้ความพิเศษยิ่งขึ้นแบบง่ายๆ ไหม? ชุดส่งกำลัง Drive-E ที่มีน้ำหนักเบาของเราจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้น เปี่ยมประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้ทั้งในวันนี้และอนาคต การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ล้ำสมัยและการคิดค้นนวัตกรรมแบบนอกกรอบ ทำให้วิศวกรของเราสามารถสร้างเครื่องยนต์สี่สูบ 2.0 ลิตรที่ให้กำลังเอาต์พุตและสมรรถนะการขับขี่ในระดับเดียวกับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ได้ เทคโนโลยีแรงเสียดทานต่ำ, ระบบจัดการเครื่องยนต์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ และการฉีดเชื้อเพลิงไดเร็กอินเจ็กชั่นแบบคอมมอนเรล ทำให้ความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อย CO₂ ต่ำมาก ในขณะที่เทอร์โบชาร์จเจอร์ทำให้เครื่องยนต์ขนาดกระทัดรัดเครื่องนี้สามารถจ่ายกำลังและแรงบิดได้อย่างที่คุณต้องการ เทคโนโลยี Start/Stop และการแปลงพลังงานจากการเบรกโดยเครื่องยนต์ไปเป็นพลังงานไฟฟ้าของเรา ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อย CO₂ ให้น้อยลงยิ่งขึ้น และน้ำหนักที่เบาของเครื่องยนต์ยังช่วยให้สามารถควบคุมรถบนถนนที่คดเคี้ยวได้อย่างฉับไวยิ่งขึ้น เครื่องยนต์ T3 ขนาด 2.0 ลิตร 152 แรงม้า/250 นิวตันเมตรเครื่องนี้มาพร้อมกับเกียร์ธรรมดาหกจังหวะ
    • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบไดเร็กอินเจ็กชั่นสี่สูบ 2.0 ลิตร (T4)
      • ทำไมจึงต้องเลือกระหว่างสมรรถนะและความประหยัดในเมื่อคุณสามารถมีได้ทั้งสองอย่าง ชุดส่งกำลัง Drive-E ที่มีน้ำหนักเบาของเราจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้น เปี่ยมประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้ทั้งในวันนี้และอนาคต การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ล้ำสมัยและการคิดค้นนวัตกรรมแบบนอกกรอบ ทำให้วิศวกรของเราสามารถสร้างเครื่องยนต์สี่สูบ 2.0 ลิตรที่ให้กำลังเอาต์พุตและสมรรถนะการขับขี่ในระดับเดียวกับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ได้ เทคโนโลยีแรงเสียดทานต่ำ, ระบบจัดการเครื่องยนต์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ และการฉีดเชื้อเพลิงไดเร็กอินเจ็กชั่นแบบคอมมอนเรล ทำให้ความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อย CO₂ ต่ำมาก ในขณะที่เทอร์โบชาร์จเจอร์ทำให้เครื่องยนต์ขนาดกระทัดรัดเครื่องนี้สามารถจ่ายกำลังและแรงบิดได้อย่างที่คุณต้องการ เทคโนโลยี Start/Stop และการแปลงพลังงานจากการเบรกโดยเครื่องยนต์ไปเป็นพลังงานไฟฟ้าของเรา ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อย CO₂ ให้น้อยลงยิ่งขึ้น และน้ำหนักที่เบาของเครื่องยนต์ยังช่วยให้สามารถควบคุมรถบนถนนที่คดเคี้ยวได้อย่างฉับไวยิ่งขึ้น เมื่อทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ Geartronic® หกจังหวะที่ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้ระบบส่งกำลัง T4 ขนาด 190 แรงม้า/300 นิวตันเมตรให้การขับขี่ที่ราบรื่น และหากคุณต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของรถของคุณให้มากยิ่งขึ้น ฟังก์ชั่น ECO อัจฉริยะของเราจะทำให้เครื่องยนต์, ระบบเกียร์อัตโนมัติ และระบบควบคุมสภาพอากาศทำงานในรูปแบบที่ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงให้น้อยลงอีกประมาณ 5% และยังมีชุดเกียร์ธรรมดาหกจังหวะให้เลือกใช้อีกด้วย
    • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบไดเร็กอินเจ็กชั่นสี่สูบ 2.0 ลิตร (T5)
      • สนุกสนานไปกับกำลังเต็มที่โดยไม่มีการออมมือ ชุดส่งกำลัง Drive-E ที่มีน้ำหนักเบาของเราจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้น เปี่ยมประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้ทั้งในวันนี้และอนาคต เมื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ล้ำสมัยและการคิดค้นนวัตกรรมแบบนอกกรอบ ทำให้วิศวกรของเราสามารถสร้างเครื่องยนต์รุ่น 2.0 ลิตรแบบ 4 สูบที่ให้กำลังเอาต์พุตและสมรรถนะการขับขี่ในระดับเดียวกับเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ในรุ่น 6 สูบหรือมากกว่านั้นได้ และที่ดียิ่งขึ้น นั่นคือสามารถลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซ CO₂ ลงได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ เทคโนโลยีแรงเสียดทานต่ำ ระบบควบคุมเครื่องยนต์แบบใหม่ ระบบฉีดเชื้อเพลิงแบบคอมมอนเรล และเทคโนโลยีเทอร์โบขั้นสูงเป็นเพียงบางส่วนของความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังประสิทธิภาพอันทรงพลังอย่างแท้จริงนี้ เทคโนโลยี Start/Stop และการแปลงพลังงานจากการเบรกโดยเครื่องยนต์ไปเป็นพลังงานไฟฟ้าของเรา ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อย CO₂ ให้น้อยลงยิ่งขึ้น และน้ำหนักที่เบาของเครื่องยนต์ยังช่วยให้สามารถควบคุมรถบนถนนที่คดเคี้ยวได้อย่างฉับไวยิ่งขึ้น เมื่อผสมผสานด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ Geartronic 8 จังหวะที่ประหยัดเชื้อเพลิง ระบบส่งกำลัง T5 ที่ให้พลัง 245 แรงม้า/350 นิวตันเมตร จะช่วยให้มีการใช้เกียร์ได้อย่างเหมาะสมอยู่เสมอ ทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับความสบายในการขับขี่และการตอบสนองของเครื่องยนต์ที่ยอดเยี่ยม และหากคุณต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของรถของคุณให้มากยิ่งขึ้น ฟังก์ชั่น ECO อัจฉริยะของเราจะทำให้เครื่องยนต์, ระบบเกียร์อัตโนมัติ และระบบควบคุมสภาพอากาศทำงานในรูปแบบที่ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงให้น้อยลงอีกประมาณ 5%
    • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบไดเร็กอินเจ็กชั่นสี่สูบ 2.0 ลิตร (T6)
      • คุณอยากได้การขับที่สนุกสนานเร้าใจ แต่ไม่ช่วยประหยัดน้ำมันหรือรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างนั้นหรือ ชุดส่งกำลัง Drive-E ที่มีน้ำหนักเบาของเราจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้น เปี่ยมประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้ทั้งในวันนี้และอนาคต เมื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ล้ำสมัยและการคิดค้นนวัตกรรมแบบนอกกรอบ ทำให้วิศวกรของเราสามารถสร้างสรรค์เครื่องยนต์รุ่น 2.0 ลิตรแบบ 4 สูบที่ให้กำลังเอาต์พุตและสมรรถนะการขับขี่ในระดับเดียวกับเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่กว่าในรุ่น 6 สูบหรือมากกว่านั้นได้ และที่ดียิ่งขึ้น นั่นคือสามารถลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซ CO₂ ลงได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ เทคโนโลยีแรงเสียดทานต่ำ ระบบควบคุมเครื่องยนต์แบบใหม่ ระบบฉีดเชื้อเพลิงแบบคอมมอนเรลไดเร็กอินเจ็กชัน และเทคโนโลยีซูเปอร์ชาร์จเจอร์/เทอร์โบแบบรวมเป็นเพียงบางตัวอย่างของความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังประสิทธิภาพอันทรงพลังอย่างแท้จริงนี้ ซูเปอร์ชาร์จเจอร์จะให้แรงบิดสูงขึ้นที่ความเร็วรอบต่ำเพื่อการตอบสนองที่ยอดเยี่ยมในการเร่งความเร็ว เสริมพลังด้วยเทอร์โบบูสต์เมื่อรถมีความเร็วรอบสูงขึ้น เทคโนโลยี Start/Stop และการแปลงพลังงานจากการเบรกโดยเครื่องยนต์ไปเป็นพลังงานไฟฟ้าของเรา ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อย CO₂ ให้น้อยลงยิ่งขึ้น และน้ำหนักที่เบาของเครื่องยนต์ยังช่วยให้สามารถควบคุมรถบนถนนที่คดเคี้ยวได้อย่างฉับไวยิ่งขึ้น เมื่อผสมผสานด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ Geartronic 8 จังหวะที่ประหยัดเชื้อเพลิง ระบบส่งกำลัง T6 ที่ให้พลัง 306 แรงม้า/400 นิวตันเมตร จะช่วยให้มีการใช้เกียร์ได้อย่างเหมาะสมอยู่เสมอ ทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับความสบายในการขับขี่และการตอบสนองของเครื่องยนต์ที่ยอดเยี่ยม และหากคุณต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของรถของคุณให้มากยิ่งขึ้น ฟังก์ชั่น ECO อัจฉริยะของเราจะทำให้เครื่องยนต์, ระบบเกียร์อัตโนมัติ และระบบควบคุมสภาพอากาศทำงานในรูปแบบที่ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงให้น้อยลงอีกประมาณ 5%
    • เครื่องยนต์ดีเซลแบบเทอร์โบชาร์จสี่สูบ 2.0 ลิตร (D2)
      • เมื่อคุณคิดถึงการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงชั้นเยี่ยม คุณไม่จำเป็นต้องแลกด้วยความสนุกสนานในการขับขี่ ชุดส่งกำลังดีเซล Drive-E ที่มีน้ำหนักเบาของเราจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้น เปี่ยมประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้ทั้งในวันนี้และอนาคต เมื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ล้ำสมัยและการคิดค้นนวัตกรรมแบบนอกกรอบ ทำให้วิศวกรของเราสามารถสร้างเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรแบบ 4 สูบที่ให้กำลังเอาต์พุตและสมรรถนะการขับขี่ในระดับเดียวกับเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่กว่ามาก และที่ดียิ่งขึ้น นั่นคือสามารถลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซ CO₂ ลงได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ เทคโนโลยีแรงเสียดทานต่ำ ระบบควบคุมเครื่องยนต์แบบใหม่ และเทคโนโลยีทวินเทอร์โบล้ำยุคเป็นเพียงบางส่วนของความลับที่อยู่เบื้องหลังประสิทธิภาพอันทรงพลังอย่างแท้จริง เทคโนโลยี i-Art แบบปรับอัตโนมัติของวอลโว่ คือเทคโนโลยีแรกของโลกที่ทำให้มั่นใจได้ว่าจะมีการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับแต่ละกระบอกสูบด้วยปริมาณที่เหมาะสม เพื่อสมรรถนะและประสิทธิภาพในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีที่สุด เทคโนโลยี Start/Stop และการแปลงพลังงานจากการเบรกโดยเครื่องยนต์ไปเป็นพลังงานไฟฟ้าของเรา ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อย CO₂ ให้น้อยลงยิ่งขึ้น และน้ำหนักที่เบาของเครื่องยนต์ยังช่วยให้สามารถควบคุมรถบนถนนที่คดเคี้ยวได้อย่างฉับไวยิ่งขึ้น เครื่องยนต์ D2 120 แรงม้า/280 นิวตันเมตรเครื่องนี้มาพร้อมกับเกียร์ธรรมดาหกจังหวะ
    • เครื่องยนต์ดีเซลแบบเทอร์โบชาร์จสี่สูบ 2.0 ลิตร (D2)
      • เมื่อคุณคิดถึงการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงชั้นเยี่ยม คุณไม่จำเป็นต้องแลกด้วยความสนุกสนานในการขับขี่ ชุดส่งกำลังดีเซล Drive-E ที่มีน้ำหนักเบาของเราจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้น เปี่ยมประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้ทั้งในวันนี้และอนาคต เมื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ล้ำสมัยและการคิดค้นนวัตกรรมแบบนอกกรอบ ทำให้วิศวกรของเราสามารถสร้างเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรแบบ 4 สูบที่ให้กำลังเอาต์พุตและสมรรถนะการขับขี่ในระดับเดียวกับเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่กว่ามาก และที่ดียิ่งขึ้น นั่นคือสามารถลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซ CO₂ ลงได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ เทคโนโลยีแรงเสียดทานต่ำ ระบบควบคุมเครื่องยนต์แบบใหม่ และเทคโนโลยีทวินเทอร์โบล้ำยุคเป็นเพียงบางส่วนของความลับที่อยู่เบื้องหลังประสิทธิภาพอันทรงพลังอย่างแท้จริง เทคโนโลยี i-Art แบบปรับอัตโนมัติของวอลโว่ คือเทคโนโลยีแรกของโลกที่ทำให้มั่นใจได้ว่าจะมีการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับแต่ละกระบอกสูบด้วยปริมาณที่เหมาะสม เพื่อสมรรถนะและประสิทธิภาพในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีที่สุด เทคโนโลยี Start/Stop และการแปลงพลังงานจากการเบรกโดยเครื่องยนต์ไปเป็นพลังงานไฟฟ้าของเรา ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อย CO₂ ให้น้อยลงยิ่งขึ้น และน้ำหนักที่เบาของเครื่องยนต์ยังช่วยให้สามารถควบคุมรถบนถนนที่คดเคี้ยวได้อย่างฉับไวยิ่งขึ้น เมื่อทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ Geartronic® หกจังหวะที่ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้ระบบส่งกำลัง D2 ขนาด 120 แรงม้า/280 นิวตันเมตรให้การขับขี่ที่ราบรื่น และหากคุณต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของรถของคุณให้มากยิ่งขึ้น ฟังก์ชั่น ECO อัจฉริยะของเราจะทำให้เครื่องยนต์, ระบบเกียร์อัตโนมัติ และระบบควบคุมสภาพอากาศทำงานในรูปแบบที่ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงให้น้อยลงอีกประมาณ 5%
    • เครื่องยนต์ดีเซลแบบเทอร์โบชาร์จสี่สูบ 2.0 ลิตร (D3)
      • เรามองไม่เห็นเหตุผลว่าเพราะเหตุใดเครื่องยนต์หนึ่งเครื่องจะมีทั้งพลัง ความประณีต ประสบการณ์ขับขี่ที่ยอดเยี่ยม และการประหยัดน้ำมันเป็นเลิศพร้อมๆ กันไม่ได้ ชุดส่งกำลังดีเซล Drive-E ที่มีน้ำหนักเบาของเราจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้น เปี่ยมประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้ทั้งในวันนี้และอนาคต เมื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ล้ำสมัยและการคิดค้นนวัตกรรมแบบนอกกรอบ ทำให้วิศวกรของเราสามารถสร้างเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรแบบ 4 สูบที่ให้กำลังเอาต์พุตและสมรรถนะการขับขี่ในระดับเดียวกับเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่กว่ามาก และที่ดียิ่งขึ้น นั่นคือสามารถลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซ CO₂ ลงได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ เทคโนโลยีแรงเสียดทานต่ำ ระบบควบคุมเครื่องยนต์แบบใหม่ และเทคโนโลยีทวินเทอร์โบล้ำยุคเป็นเพียงบางส่วนของความลับที่อยู่เบื้องหลังประสิทธิภาพอันทรงพลังอย่างแท้จริง เทคโนโลยี i-Art แบบปรับอัตโนมัติของวอลโว่ คือเทคโนโลยีแรกของโลกที่ทำให้มั่นใจได้ว่าจะมีการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับแต่ละกระบอกสูบด้วยปริมาณที่เหมาะสม เพื่อสมรรถนะและประสิทธิภาพในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีที่สุด เทคโนโลยี Start/Stop และการแปลงพลังงานจากการเบรกโดยเครื่องยนต์ไปเป็นพลังงานไฟฟ้าของเรา ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อย CO₂ ให้น้อยลงยิ่งขึ้น และน้ำหนักที่เบาของเครื่องยนต์ยังช่วยให้สามารถควบคุมรถบนถนนที่คดเคี้ยวได้อย่างฉับไวยิ่งขึ้น เมื่อทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ Geartronic® หกจังหวะที่ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้ระบบส่งกำลัง D3 ขนาด 150 แรงม้า/320 นิวตันเมตรให้การขับขี่ที่ราบรื่น และหากคุณต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของรถของคุณให้มากยิ่งขึ้น ฟังก์ชั่น ECO อัจฉริยะของเราจะทำให้เครื่องยนต์, ระบบเกียร์อัตโนมัติ และระบบควบคุมสภาพอากาศทำงานในรูปแบบที่ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงให้น้อยลงอีกประมาณ 5% และยังมีชุดเกียร์ธรรมดาหกจังหวะให้เลือกใช้อีกด้วย
    • เครื่องยนต์ดีเซลแบบเทอร์โบชาร์จขนาด 2.0 ลิตรสี่สูบ (D4)
      • สนุกสนานยิ่งขึ้นแต่สิ้นเปลืองน้อยลง ชุดส่งกำลังดีเซล Drive-E ที่มีน้ำหนักเบาของเราจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้น เปี่ยมประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้ทั้งในวันนี้และอนาคต เมื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ล้ำสมัยและการคิดค้นนวัตกรรมแบบนอกกรอบ ทำให้วิศวกรของเราสามารถสร้างเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรแบบ 4 สูบที่ให้กำลังเอาต์พุตและสมรรถนะการขับขี่ในระดับเดียวกับเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่กว่ามาก และที่ดียิ่งขึ้น นั่นคือสามารถลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซ CO₂ ลงได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ เทคโนโลยีแรงเสียดทานต่ำ ระบบควบคุมเครื่องยนต์แบบใหม่ และเทคโนโลยีทวินเทอร์โบล้ำยุคเป็นเพียงบางส่วนของความลับที่อยู่เบื้องหลังประสิทธิภาพอันทรงพลังอย่างแท้จริง เทคโนโลยี i-Art แบบปรับอัตโนมัติของวอลโว่ คือเทคโนโลยีแรกของโลกที่ทำให้มั่นใจได้ว่าจะมีการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับแต่ละกระบอกสูบด้วยปริมาณที่เหมาะสม เพื่อสมรรถนะและประสิทธิภาพในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีที่สุด เทคโนโลยี Start/Stop และการแปลงพลังงานจากการเบรกโดยเครื่องยนต์ไปเป็นพลังงานไฟฟ้าของเรา ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อย CO₂ ให้น้อยลงยิ่งขึ้น และน้ำหนักที่เบาของเครื่องยนต์ยังช่วยให้สามารถควบคุมรถบนถนนที่คดเคี้ยวได้อย่างฉับไวยิ่งขึ้น เมื่อทำงานร่วมกับชุดเกียร์อัตโนมัติ Geartronic® แปดจังหวะที่ประหยัดเชื้อเพลิง ระบบส่งกำลัง D4 ที่ให้กำลัง 190 แรงม้า/400 นิวตันเมตร จะช่วยให้มีการใช้เกียร์ได้อย่างเหมาะสมอยู่เสมอ ทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับความสบายในการขับขี่และการตอบสนองของเครื่องยนต์ที่ยอดเยี่ยม และหากคุณต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของรถของคุณให้มากยิ่งขึ้น ฟังก์ชั่น ECO อัจฉริยะของเราจะทำให้เครื่องยนต์, ระบบเกียร์อัตโนมัติ และระบบควบคุมสภาพอากาศทำงานในรูปแบบที่ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงให้น้อยลงอีกประมาณ 5% เครื่องยนต์ D4 นี้มีให้เลือกใช้พร้อมกับชุดเกียร์ธรรมดาหกจังหวะขั้นสูง หรือชุดเกียร์อัตโนมัติ Geartronic® แปดจังหวะ
    • เครื่องยนต์ดีเซลแบบเทอร์โบชาร์จสี่สูบ 2.0 ลิตร (D5)
      • สัมผัสทั้งกำลัง, ประสิทธิภาพ และความประณีตบรรจงโดยไม่ต้องยอมเสียสละอย่างใดอย่างหนึ่ง ชุดส่งกำลังดีเซล Drive-E ที่มีน้ำหนักเบาของเราจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้น เปี่ยมประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้ทั้งในวันนี้และอนาคต เมื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ล้ำสมัยและการคิดค้นนวัตกรรมแบบนอกกรอบ ทำให้วิศวกรของเราสามารถสร้างเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรแบบ 4 สูบที่ให้กำลังเอาต์พุตและสมรรถนะการขับขี่ในระดับเดียวกับเครื่องยนต์ที่มีขนาดใหญ่กว่ามาก และที่ดียิ่งขึ้น นั่นคือสามารถลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซ CO₂ ลงได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ เทคโนโลยีแรงเสียดทานต่ำ ระบบควบคุมเครื่องยนต์แบบใหม่ และเทคโนโลยีทวินเทอร์โบล้ำยุคเป็นเพียงบางส่วนของความลับที่อยู่เบื้องหลังประสิทธิภาพอันทรงพลังอย่างแท้จริง เทคโนโลยี i-Art แบบปรับอัตโนมัติของวอลโว่ คือเทคโนโลยีแรกของโลกที่ทำให้มั่นใจได้ว่าจะมีการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับแต่ละกระบอกสูบด้วยปริมาณที่เหมาะสม เพื่อสมรรถนะและประสิทธิภาพในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีที่สุด เทคโนโลยี Start/Stop และการแปลงพลังงานจากการเบรกโดยเครื่องยนต์ไปเป็นพลังงานไฟฟ้าของเรา ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อย CO₂ ให้น้อยลงยิ่งขึ้น และน้ำหนักที่เบาของเครื่องยนต์ยังช่วยให้สามารถควบคุมรถบนถนนที่คดเคี้ยวได้อย่างฉับไวยิ่งขึ้น เมื่อทำงานร่วมกับชุดเกียร์อัตโนมัติ Geartronic® 8 จังหวะที่ประหยัดเชื้อเพลิง ระบบส่งกำลัง D5 ที่ให้กำลัง 225 แรงม้า/470 นิวตันเมตร จะช่วยให้มีการใช้เกียร์ได้อย่างเหมาะสมอยู่เสมอ คุณจึงเพลิดเพลินไปกับความสบายในการขับขี่และการตอบสนองของเครื่องยนต์อันยอดเยี่ยม และหากคุณต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของรถของคุณให้มากยิ่งขึ้น ฟังก์ชั่น ECO อัจฉริยะของเราจะทำให้เครื่องยนต์, ระบบเกียร์อัตโนมัติ และระบบควบคุมสภาพอากาศทำงานในรูปแบบที่ช่วยลดความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงให้น้อยลงอีกประมาณ 5% หากต้องการปรับลักษณะของเครื่องยนต์ให้เป็นไปตามรูปแบบการทำงานหรือสภาพการขับขี่ที่ต้องการ คุณสามารถเพิ่มฟังก์ชั่นที่จะช่วยให้คุณเลือกโหมดการขับที่แตกต่างกันสำหรับเครื่องยนต์, ชุดเกียร์ และออปชั่นพิเศษระบบกันสะเทือนแบบถุงลมได้ ซึ่งได้แก่โหมด Comfort, Eco, Dynamic, Off road และ Individual การใช้ตัวควบคุมการทำงานแบบลูกกลิ้งที่ออกแบบตามหลักการยศาสตร์ในคอนโซลกลางระหว่างที่นั่งด้านหน้า จะช่วยให้คุณเปลี่ยนโหมดการทำงานต่างๆ ได้โดยสะดวก
    • Plug-in Hybrid แบบเทอร์โบดีเซลห้าสูบ 2.4 ลิตร (D6 AWD)
      • สนุกสนานไปกับประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่มีใครเทียบได้ เพียงแต่กดปุ่ม คุณก็สามารถเปลี่ยนระหว่างแหล่งจ่ายกำลังสองแหล่ง โดยสามารถใช้แหล่งจ่ายกำลังอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือจะใช้แหล่งจ่ายกำลังทั้งสองอย่างร่วมกันก็ได้ ล้อด้านหน้าที่ขับเคลื่อนโดยเครื่องยนต์ดีเซลแบบเทอร์โบคู่ห้าสูบ 2.4 ลิตรที่จ่ายกำลัง 220 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร สามารถให้กำลังได้อย่างเหลือเฝือในทุกเวลาที่คุณต้องการ มอเตอร์ไฟฟ้า 68 แรงม้า/200 นิวตันเมตรที่ติดตั้งอยู่บนเพลาหลังทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่น และการปล่อยมลพิษออกจากท่อไอเสียเป็นศูนย์เป็นระยะทางถึง 50 กม. (โหมด Pure) แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน 11.2 kWh ที่มีขนาดเล็กและหล่อเย็นด้วยน้ำสามารถชาร์จได้อย่างสะดวกโดยใช้ปลั๊กไฟ 230 โวลต์แบบทั่วไป นอกจากนี้ ยังมีการชาร์จด้วยการแปลงพลังงานจากการเบรกด้วยเครื่องยนต์อีกด้วย และเมื่อใช้ร่วมกัน แหล่งจ่ายกำลังทั้งสองอย่างนี้จะทำงานร่วมกันเพื่อให้ระยะเดินทางที่ไกลที่สุด และการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่มากที่สุด (โหมดไฮบริด) หรือถ้าคุณต้องการ ก็สามารถเปลี่ยน V60 D6 AWD ของคุณให้กลายเป็นรถสมรรถนะสูงอย่างแท้จริงได้ โดยคุณสามารถเรียกใช้กำลังสูงสุด 288 แรงม้าและแรงบิดเต็มที่ 640 นิวตันเมตรได้ (โหมดเน้นกำลัง) และเมื่อต้องการการเกาะถนนที่ดีที่สุด เพียงแค่กดปุ่ม AWD เพื่อให้ระบบทำงานโดยให้ความสำคัญกับการเกาะถนนที่ล้อทั้งสี่ล้อเป็นหลัก V60 D6 AWD ใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติ Geartronic® หกจังหวะพร้อมโหมดสปอร์ตที่ทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว
    • เกียร์ Powershift 6 สปีด
      • มีสมรรถนะดีขึ้นโดยใช้พลังงานน้อยลง เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างนั้นหรือ? ไม่ใช่กับเกียร์อัตโนมัติ Powershift 6 จังหวะแบบคลัตช์คู่ของเราแน่ๆ เพราะชุดเกียร์ของเราใช้น้ำมันเชื้อเพลิงน้อยกว่าชุดเกียร์อัตโนมัติทั่วๆ ไปถึง 7 เปอร์เซ็นต์ การตอบสนองแบบอัตโนมัตินี้จะทำการเปลี่ยนเกียร์โดยทันที ส่งผ่านแรงบิดโดยไม่เกิดการหยุดชะงักและยังสามารถเปลี่ยนไปเป็นโหมดเกียร์ธรรมดาได้ทันทีที่ต้องการ
    • เกียร์อัตโนมัติ Geartronic 8 จังหวะ
      • คุณต้องการระบบส่งกำลังที่มีการตอบสนองอย่างเป็นธรรมขาติราวกับเป็นส่วนหนึ่งของตัวคุณหรือไม่ ชุดเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะที่ได้รับการพัฒนาใหม่เมื่อจับคู่กับเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ Drive-E 4 สูบรุ่นใหม่ จะทำให้มั่นใจได้ว่ามีการใช้เกียร์ที่เหมาะสมอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อให้ได้การตอบสนองของเครื่องยนต์และประสิทธิภาพการขับขี่ในระดับสูงสุด หรือเพื่อให้ได้การขับขี่ที่นุ่มนวลและประหยัดน้ำมันที่สุดก็ตาม
    • เทคโนโลยี Start/Stop
      • ลองจินตนาการดูว่าเราจะสามารถประหยัดได้มากเพียงไร ถ้ารถยนต์ทุกคันทั่วโลกดับเครื่องในช่วงที่การจราจรติดขัด… นั่นคือสิ่งที่เทคโนโลยี Start/Stop ของเราทำอยู่ เมื่อเครื่องยนต์อยู่ที่อุณหภูมิทำงานและคุณหยุดรถชั่วขณะ ทำการเข้าเกียร์ว่างและปลดคลัตช์ เครื่องยนต์จะหยุดทำงานโดยอัตโนมัติ และทันทีที่คุณเหยียบแป้นคลัตช์อีกครั้ง เครื่องยนต์จะสตาร์ตทำให้คุณสามารถเดินทางต่อไปได้ วิธีนี้จะช่วยลดปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อยก๊าซ CO₂ ได้ถึง 8% แบตเตอรี่แบบพิเศษจะช่วยให้ระบบข้อมูลบันเทิง และระบบเพื่อความสะดวกสบายทั้งหมดทำงานได้ตามปกติขณะที่เครื่องยนต์หยุดทำงาน ระบบ Start/Stop นี้สามารถปิดการทำงานได้โดยกดปุ่มที่คอนโซลกลาง และระบบจะทำงานที่อุณหภูมิ 0 ถึง 30 องศาเซลเซียส
    • การแปลงพลังงานเบรกจากเครื่องยนต์ไปเป็นพลังงานไฟฟ้า
      • ใช้ประโยชน์จากพลังงานให้ถึงขีดสุด ทุกครั้งที่คุณปล่อยคันเร่งในขณะที่เข้าเกียร์อยู่ พลังงานจากการเบรกโดยเครื่องยนต์ซึ่งปกติจะสูญเสียไปจะถูกป้อนกลับไปยังแบตเตอรี่ วิธีนี้จะช่วยลดภาระโดยเฉลี่ยของอัลเทอร์เนเตอร์และส่งผลให้ความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลดลง 2-3 เปอร์เซ็นต์ ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและลดการปล่อยก๊าซ CO₂ ลง
    • ดีไซน์ที่ช่วยประหยัดน้ำมัน
      • งานออกแบบที่ดีช่วยสร้างความแตกต่างได้ เราลดการสูญเสียพลังงานอันเนื่องมาจากลมและการป้องกันการพลิกคว่ำโดยใช้หลักแอโรไดนามิกส์ขั้นสูง วัสดุที่มีน้ำหนักเบา และเทคโนโลยีที่ช่วยลดแรงเสียดทานให้น้อยลง เมื่อใช้ร่วมกับเครื่องยนต์ที่ล้ำสมัยของเรา ยิ่งช่วยให้รถของคุณมีอัตราความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อย CO₂ ต่ำลง
    • โฉบเฉี่ยวอย่างใจคิด
      • ด้วยอุโมงค์ลมที่ทันสมัย วอลโว่ V60 ผ่านการทดสอบกระแสลมได้อย่างไร้ที่ติ เช่น ใต้ท้องรถราบเรียบที่ช่วยให้กระแสลมไหลผ่านได้ง่าย จึงช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันลง
    • กระจังหน้าแบบแอ็คทีฟ
      • หน้ากากที่อยู่หลังกระจังหน้าของรถยนต์ในรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบจะปรับตามความเร็วรถและอุณหภูมิโดยอัตโนมัติ เพื่อลดแรงต้านของอากาศ ซึ่งจะมีผลต่อการปล่อยก๊าซ CO₂ ด้วย
    • สีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
      • เพื่อลดการใช้งานตัวทำละลายที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม วอลโว่จึงเลือกใช้สีภายนอกทั้งหมดเป็นสูตรน้ำ ซึ่งทำให้งานทำสีของวอลโว่ติดอันดับในด้านความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นอันดับต้นๆ ของโลก
    • รีไซเคิลได้ถึง 85%
      • เพื่อให้รถยนต์ของเราส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมให้น้อยที่สุด รถยนต์วอลโว่ทุกคันจึงได้รับการออกแบบให้เอื้อต่อกระบวนการฟื้นฟูตลอดจนการแปรรูปและนำกลับมาใช้ใหม่เมื่อรถสิ้นสุดอายุใช้งาน