
กรุงเทพฯ 9 มิถุนายน 2552 – วอลโว่ XC60 รุ่นล่าสุดมาในโฉมใหม่ ด้วยรูปลักษณ์สะดุดตา สร้างนิยามใหม่
แห่งวงการรถยนต์ครอสโอเวอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่กำลังมาแรง เติบโตเร็วที่สุดตลาดหนึ่งในโลก โดยผสาน
จุดเด่นของรถยนต์สองสายพันธุ์ คือ รถที่ใช้งานในเมืองกับครอสคันทรีเข้าด้วยกัน พร้อมทั้งกวาดรางวัลมาแล้ว
มากมายจากทั่วทุกมุมโลก

รางวัลต่างๆ ที่เป็นพยานถึงความโดดเด่นของวอลโว่ XC60 ที่ชนะใจคนจากต่างวัฒนธรรมและรสนิยม ได้แก่ รางวัลรถยนต์/รถเอสยูวี
ยอดเยี่ยมแห่งปีจากหลายตลาดตั้งแต่สิงคโปร์ เบลเยี่ยม ชิลี อังกฤษ นิวซีแลนด์ รัสเซีย ไอร์แลนด์ อิสราเอล ไปจนถึงสเปน นอกจากนี้
วอลโว่ XC60 ยังกวาดรางวัลยอดเยี่ยมด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็นครั้งแรกของโลกมาแล้ว จากประเทศเยอรมนี สหรัฐอเมริกา
และฝรั่งเศส
ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะต่างๆ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์ของ วอลโว่ XC60 และสำหรับในรุ่นล่าสุดนี้ “ซิตี้เซฟตี้”
(City Safety) ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะสำหรับการขับขี่ในเมือง นับเป็นคุณสมบัติที่โดดเด่นและเป็นครั้งแรกของโลก ที่ช่วย
ให้คนขับสามารถลดหรือหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ที่มักเกิดขึ้นเสมอบนท้องถนนในเมืองไปได้อย่างสบายๆ
ตัวอย่างเช่น หากรถเกือบจะชนเข้ากับรถคันข้างหน้าอยู่แล้วและผู้ขับขี่ยังไม่หยุดรถ วอลโว่ XC60 รุ่นล่าสุดก็จะเบรกตัวเองได้อย่าง
น่าทึ่ง แหม....! คนในเมืองใหญ่ รถติดๆ จะอยู่กันได้สบายขึ้นด้วยคุณสมบัติอัจฉริยะของรถคันนี้
“ในฐานะที่เราเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกของโลกที่ได้นำเสนอ “ซิตี้เซฟตี้” (City Safety) เทคโนโลยีอัจฉริยะนี้ให้เป็นคุณสมบัติ
มาตรฐานทั่วโลก เราขอยืนยันว่าวอลโว่ XC60 ใหม่ล่าสุดเป็นรถยนต์ที่ปลอดภัยมากที่สุดเท่าที่วอลโว่เคยผลิตมา รถรุ่นนี้เปี่ยมไปด้วย
นวัตกรรมและเทคโนโลยีความปลอดภัย ที่วอลโว่พัฒนาและสร้างสมมาตลอด 82 ปี และดีไซน์ล้ำสมัยที่ใกล้เคียงกับรถต้นแบบ ที่เรา
เคยนำมาโชว์ที่กรุงเทพฯแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคม2550 เรามั่นใจว่าด้วยรูปลักษณ์ทันสมัยถูกใจคนเมือง วอลโว่ XC60 จะเป็นอีกหนึ่ง
ความสำเร็จในประเทศไทย” มร. พอล สโตคส์ ประธาน บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว
เพิ่มทางเลือกใหม่ในตลาดครอสโอเวอร์
การแนะนำวอลโว่ XC60 รุ่นใหม่ล่าสุด นับเป็นการเพิ่มทางเลือกในตลาดรถครอสโอเวอร์ขนาดกลาง ซึ่งเป็นตลาดเซ็กเมนต์ใหม่
ตามนโยบายระดับโลกประเทศไทยที่จะเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ทั้งยังเป็นการสร้างคลื่นระลอกใหม่ หลังจากการเปิดตัว
วอลโว่ C30 รถยนต์สปอร์ตคูเป้ขนาดเล็กไปแล้ว ในประเทศไทยในไตรมาสแรกของปี 2551 สำหรับในปี 2552 นี้จะมีการผลิต
รถยนต์ประมาณ 12,000 คันโดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มปริมาณการผลิตเป็น 50,000 คันต่อปีในภายหลัง วอลโว่ XC60 ถูกเผยโฉม
เป็นครั้งแรกในงานมอเตอร์โชว์นานาชาติ ที่เมืองเจนีวาเมื่อเดือนมีนาคม 2550 และหลังจากนั้นเป็นต้นมา วอลโว่ก็ได้ทุ่มเทอย่าง
เต็มที่ในการผลิตรถยนต์รุ่นนี้ออกสู่ตลาด
หลังจากที่ได้ผลิตรุ่นแรกในโรงงานนำร่องที่เมืองโกเทนเบิร์กแล้ว รถทดลองคันแรกก็ถูกประกอบขึ้นที่โรงงานในเมืองเกนท์ ประเทศ
เบลเบี่ยมในช่วงปลายปี 2550 โดยในช่วงฤดูร้อนปีนั้น โรงงานแห่งนี้ก็ต้องถูกปรับปรุงขยาย รวมทั้งติดตั้งอุปกรณ์ใหม่มากมาย
อาทิหุ่นยนต์ที่ช่วยติดตั้งหลังคาซันรูฟ การขยายแผนกเชื่อมด้วยเลเซอร์และปรับปรุงหลายๆ ส่วนเพื่อรับการผลิตวอลโว่ XC60
ในด้านของการผลิต ยอดการผลิตของรถยนต์รุ่นนี้ก็พุ่งสูงอย่างไม่น่าเชื่อ หลังจากเปิดตัวทั่วโลกในช่วงต้นเดือนกันยายน 2551
ปัจจุบันหนึ่งในสามของปริมาณการผลิตรถยนต์ของโรงงานที่เมืองเกนท์เป็น วอลโว่ XC60 ทั้งสิ้น ซึ่งหมายความว่าโรงงานแห่งนี้จะ
สามารถผลิตด้วยกำลังการผลิตสูงสุดภายในระยะเวลาเพียง 10 สัปดาห์ โรงงานวอลโว่ คาร์ส เกนท์ ปัจจุบันผลิตวอลโว่ XC60 มาก
ถึงสัปดาห์ละ 1,500 คัน เนื่องจากได้เริ่มขายในยุโรปแล้ว ส่วนในอเมริกาจะเริ่มจำหน่ายรถยนต์รุ่นล่าสุดนี้ในปี 2552 สำหรับโรงงาน
วอลโว่ คาร์ส เกนท์ รถยนต์รุ่นนี้เป็นรุ่นแรกที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกันกับที่ใช้ในวอลโว่ S80 V70 และ XC70 ซึ่งประกอบขึ้นที่โรงงาน
ในเมืองโกเทนเบิร์ก ประเทศสวีเดน
วอลโว่ตั้งเป้าว่าจะสามารถขาย วอลโว่ XC60 ได้มากถึงปีละ 50,000 คันทั่วโลก โดยแบ่งเป็นยอดขายในยุโรปและอเมริกาตลาดละ
ประมาณ 40% เท่าๆกัน ที่เหลืออีก 20% จะขายในตลาดอื่นๆ ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ตลาดใหญ่ที่สุด 5 อันดับแรกที่คาดว่าจะมี
ยอดขายสูงสุด ภายในปี 2553 คือ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี อังกฤษ รัสเซีย และ จีน
ตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็กระดับพรีเมี่ยม กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ผู้ซื้อจะมีรถยนต์ครอสโอเวอร์ให้เลือก
อย่างน้อย 10 รุ่น และคาดว่าภายในปลายปี 2552 นี้ตลาดดังกล่าวจะเติบโตขึ้นอีก 75% เป็นปีละ 443,000 คันทั่วโลก
“การจะประสบความสำเร็จในการแข่งขันในตลาดนี้ เราจะต้องสู้และพัฒนารถยนต์ที่โดดเด่นเหนือใคร วอลโว่ XC60 เองมีรูปโฉมที่
สะดุดตา ซึ่งเป็นผลจากการผสานดีไซน์แบบสปอร์ตที่ล้ำสมัย เข้ากับคุณสมบัติด้านความปลอดภัยอัจฉริยะที่ช่วยลดอุบัติเหตุให้กับ
ผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี” มร. สตีฟ โอเดลกล่าว
ข้ามสายพันธุ์สู่เจเนอเรชั่นใหม่
วอลโว่ XC60 ใหม่เป็นรถยนต์รุ่นแรกของรถยนต์ครอสโอเวอร์เจเนอเรชั่นใหม่ การผสานรถยนต์สำหรับขับขี่ในเมืองแบบเดิมเข้ากับ
รถอเนกประสงค์แบบครอสคันทรีที่ลุยได้ทุกสภาพถนน เป็นการสร้างรถยนต์พันธุ์ใหม่ ที่ถูกใจคนเมืองหนุ่มสาวรุ่นใหม่ทันสมัยมี
ไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่ง วอลโว่ XC60 เป็นรถยนต์สไตล์สปอร์ต ปราดเปรียว ดูดีมีรสนิยมทั้งภายในภายนอก ซึ่งสอดคล้องกับประโยชน์
ใช้สอยที่ใครๆ ก็คาดหวังจากวอลโว่
ดีไซน์แบบครอสคันทรีมีสไตล์
วอลโว่ XC60 ได้ยกระดับเอกลักษณ์การออกแบบรถยนต์ครอสคันทรีขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง ด้วยการผสานรูปทรงของรถยนต์นั่งเข้ากับ
รถคูเป้ รวมถึงดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของวอลโว่ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี การทรงตัวที่ดีเยี่ยม การเข้าโค้งที่สมบูรณ์แบบโครงสร้างที่ยกสูงขึ้น
เส้นกึ่งกลาง ตัวรถที่อยู่สูงขึ้น ล้วนทำให้วอลโว่ XC60 คันนี้ดูหนักแน่น แกร่ง และปราดเปรียว ดีไซน์รูปตัววีเช่นที่สปอยเลอร์หน้า ไฟ
หน้า LED ฝากระโปรงรถ ก็ปรากฏอยู่ตลอดคันลื่นไหลไปจนจดท้ายรถ
การออกแบบด้านหลัง มีเอกลักษณ์ที่ไฟท้ายซึ่งใช้เทคโนโลยีไมโครออพติก และเทคนิค LED ช่วยกระจายแสงได้ดีและเป็นเอกลักษณ์
แบบวอลโว่พันธุ์แท้
เฉดสีมีให้เลือกมากตามใจชอบ
วอลโว่ XC60 มีให้เลือกทั้งหมดถึง 13 สี และสำหรับการเปิดตัวในประเทศไทย จะมีให้เลือก 7 สี ได้แก่
• Ice White (solid)
• Black Sapphire (metallic)
• Electric Silver (metallic)
• Maple Red (pearl)
• Orinoco Blue (pearl)
• Lime Grass Green (pearl) (ซึ่งเป็นสีพิเศษฉลองการเปิดตัวครั้งแรกในโลก)
• Terra Bronze (pearl) (ซึ่งเป็นสีพิเศษฉลองการเปิดตัวครั้งแรกในโลก)
รถยนต์ครอสโอเวอร์ที่โดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์
ในฐานะรถยนต์ข้ามสายพันธุ์หรือครอสโอเวอร์ วอลโว่ XC60 ได้นำจุดเด่นของทั้งรถคูเป้กับเอสยูวีผสานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
ตัวถังด้านล่างถูกออกแบบมาให้สะท้อนถึงความแข็งแกร่ง มัดกล้ามอันทรงพลังตามแบบรถครอสโอเวอร์ที่เกาะถนนดีเยี่ยมด้วยความสูง
จากพื้นที่เพิ่มขึ้นและล้อขนาดใหญ่ ส่วนด้านบนจากกึ่งกลางตัวถังขึ้นมา ก็สะท้อนถึงความทันสมัยปราดเปรียวสง่างามสไตล์สปร์ตคูเป้
มร. พอล สโตคส์ กล่าวเสริมว่า “วอลโว่ XC60 มีรูปโฉมที่สะดุดตาเร้าอารมณ์มากกว่ารถยนต์รุ่นใดๆในตลาดเดียวกัน เพราะมีรูปโฉมที่
เตะตาและดีไซน์ที่แตกต่างกันอย่างน่าสนใจ เช่น ทั้งเพรียวบางและแกร่งเปี่ยมด้วยมัดกล้ามในเวลาเดียวกัน ทรงพลังแต่ดูปราดเปรียว
ใหญ่ แต่ก็กระทัดรัด เพราะวอลโว่ XC60 สั้นกว่า XC70 ถึง 20 เซ็นติเมตร”
กระจังหน้าและตราสัญลักษณ์ที่ใหญ่ขึ้น สะท้อนความมั่นใจ
กระจังหน้าเหล็กทรงสี่เหลี่ยมคางหมูดูโดดเด่นเตะตา ผู้ขับขี่รถที่อยู่ด้านหน้าจะสามารถเห็นกระจังหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ของวอลโว่นี้ได้
อย่างชัดเจน เมื่อเหลือบตาดูกระจกส่องหลัง และกระจังหน้าดีไซน์ใหม่นี้ประกาศเป็นนัยว่า ยุคใหม่แห่งดีไซน์ของวอลโว่มาถึงแล้ว
“กระจังหน้าสไตล์คลาสสิคของวอลโว่ได้ทำหน้าที่ของมันได้อย่างดีที่สุด เพราะไม่น้อยไป ไม่ถ่อมตัวเกินไป แต่เด่น สง่างาม และเปี่ยม
ความมั่นใจ และนี่คือ ความรู้สึกที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ของวอลโว่” สตีฟ แมททินกล่าว
รูปโฉมของ วอลโว่ XC60 สะท้อนถึงเอกลักษณ์การออกแบบใหม่ ที่เปิดเผย มีบุคลิก และความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม
ไฟหน้าถูกออกแบบมาให้โค้งโอบรับแก้มซ้ายขวา ส่งให้ดีไซน์รูปตัววีของวอลโว่เด่นชัดมากขึ้น นอกจากนี้ ไฟหน้าใหม่ที่ยังคงรักษา
เอกลักษณ์ดีเอ็นเอของวอลโว่ยังช่วยเสริมความโดดเด่นของดีไซน์นี้ได้อย่างชัดเจน องค์ประกอบทั้งหมดนี้ ผสานกันเข้าเป็นเอกลักษณ์
ของโฉมหน้ารถยนต์วอลโว่และเห็นเป็นรูปตัววี รวมทั้งสื่อถึงความมั่นคงทางด้านหน้าของตัวรถยนต์วอลโว่ XC60 ได้ชัดเจน
เส้นสายต่างๆ เห็นได้ชัดเจนขึ้นเมื่อมองจากด้านข้างของตัวรถ ไหล่ทั้งสองข้างกว้าง ด้านหน้าแข็งแกร่งด้วยเส้นสายที่เด็ดเดี่ยว ส่วนด้าน
ท้ายก็โดดเด่น “เซ็กซี่” ไม่น้อยไปกว่าด้านหน้าเช่นกัน
ล้อขนาดใหญ่ ซุ้มล้อที่ดูแกร่ง และบานด้านล่างสีเข้มของฝากระโปรงท้ายช่วยเพิ่มมัดกล้ามและสื่ออารมณ์ของรถยนต์แบบข้ามสายพันธุ์
หรือครอสโอเวอร์ได้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน หลังคาโปร่งแสงของ วอลโว่ XC60 และหลังคาที่โค้งมนก็ให้อารมณ์แบบรถคูเป้ เมื่อ
มองจากด้านบน
ท้ายรถดีไซน์ใหม่ เก๋ สะดุดตา
ทางด้านท้ายรถ ไหล่ทั้งสองด้านถูกเน้นด้วยดวงไฟแบบ LED ใหม่ในกรอบไฟท้าย และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของวอลโว่ที่ได้
ออกแบบให้ไฟท้ายทำหน้าที่ไฟเบรกด้วย ซึ่งหมายความว่าไฟที่ไหล่ทั้งสองด้านจะสว่างขึ้นเมื่อเบรก ส่งให้ วอลโว่ XC60 โดดเด่นด้วย
ความแข็งแกร่งเตะตามากยิ่งกว่าเดิม
ไฟเบรกจุดที่สามถูกติดตั้งไว้กลมกลืนกับสปอยเลอร์หลังคา โลโก้วอลโว่บนกระโปรงท้ายถูกออกแบบมาให้เห็นได้เด่นชัดยิ่งขึ้น ด้วย
ตัวอักษร และช่องไฟที่กว้างกว่ารุ่นก่อนๆ และเพื่อเพิ่มบุคลิกของรถครอสโอเวอร์ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น วอลโว่ XC60 ติดตั้ง scuff plate
กันกระแทก พร้อมทั้งแผ่น skid plate ที่กันชนทั้งด้านหน้าและหลัง

วอลโว่ XC60 ดีไซน์ล้ำยุค – เปิดมุมมองใหม่ด้านดีไซน์บน DNA เดิม
สตีฟ แมททิน อดีตผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ วอลโว่ คาร์อธิบายแนวคิดการออกแบบ วอลโว่ XC60 ไว้ได้อย่างน่าสนใจว่า “วอลโว่
XC60 ได้รับการออกแบบมาให้เปี่ยมด้วยอารมณ์ความรู้สึก และทำให้ผู้ที่พบเห็นสัมผัสได้ถึงพลังที่ซ่อนอยู่มากกว่ารถยนต์วอลโว่รุ่น
ไหนๆ ในรถคันนี้วอลโว่ ยกระดับดีเอ็นเอของการออกแบบรถยนต์ให้สูงขึ้นอีกระดับซึ่งสังเกตได้ชัดตั้งแต่แรกเห็น ถ้าวันนี้คุณบอกว่า
คุณจำรถยนต์วอลโว่ได้ในระยะ 100 เมตร ผมขอบอกว่ารถยนต์วอลโว่ XC60 คันนี้จะสะกดสายตาคุณ ด้วยเอกลักษณ์ทางดีไซน์ที่
เหนือกว่าใครในระยะไกลกว่านั้นอีกเท่าตัวเลยทีเดียว”
ภายในของ วอลโว่ XC60 ก็เปี่ยมความทรงพลังเช่นกัน เบาะที่นั่งใหม่ทำให้ผู้โดยสารทุกคนนั่งสบาย แต่จุดสำคัญก็ยังคงเป็นที่นั่ง
คนขับซึ่งเป็นศูนย์กลางสามารถควบคุมบังคับรถได้สะดวก แผงหน้าปัดใหม่ที่บางเพรียวที่กลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญของวอลโว่ก็
ถูกออกแบบใหม่ โดยมีจอมอนิเตอร์ที่หันเอียงไปด้านคนขับเพื่อความสะดวกในการอ่านข้อมูลต่างๆ (มีเฉพาะในบางตลาดเท่านั้น)
มร. โจนาธาน ดิสลีย์ หัวหน้าฝ่ายออกแบบภายในของ วอลโว่ XC60 กล่าวว่า “คุณจะรู้สึกเหมือนเป็นกัปตันที่กำลังขับเครื่องบิน
สำหรับธุรกิจ และมีผู้โดยสารนั่งอยู่ในชั้นเฟิร์สต์คลาส คุณนั่งอย่างสบาย รอบตัวมีอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ที่ออกแบบไว้ให้ใช้สอย
ง่ายถูกหลักสรีรศาสตร์ และคุณรู้สึกได้อย่างเต็มที่ว่าคุณสามารถคุมสถานการณ์ต่างๆ รอบตัวได้อย่างเต็มที่ รถยนต์วอลโว่ XC60
มีระบบความปลอดภัยอัจฉริยะมากกว่ารุ่นก่อนๆ มากมาย และนี่คือบรรยากาศแบบไฮเทคที่ผมอยากให้มีอยู่รอบตัวคนขับ”
ภายในตัวรถได้รับการออกแบบในทุกรายละเอียดให้สื่อถึงความเคลื่อนไหวพุ่งทะยานไปข้างหน้า โจนาธาน ดิสลีย์ และทีมได้สร้าง
บรรยากาศที่สื่อพลังโดยผสานความ “หนาและบาง” ที่เติมความแปลกใหม่น่าตื่นเต้นยิ่งขึ้นภายในตัวรถ
“การออกแบบที่ทำให้ภายในดูไม่สมมาตรกัน ทำให้เกิดความรู้สึกถึงความมั่นใจ ความเชื่อมั่นในตัวเอง เราเน้นความรู้สึกนี้ด้วยการ
เลือกใช้วัสดุที่ต่างกัน เช่น แผงหน้าปัดที่ใช้วัสดุสีเข้ม นุ่มมือ ให้ความรู้สึกอบอุ่น กับการตกแต่งรายละเอียดด้วยอลูมิเนียมที่ดูเย็น
เยือก” มร.ดิสลีย์กล่าว
ห้องโดยสาร ออกแบบเพื่อความสะดวกสบายของผู้ขับขี่
การออกแบบภายในห้องโดยสาร คำนึงถึงความสะดวกสบายของผู้ขับขี่เป็นหลัก รวมถึงสร้างบรรยากาศให้ได้สัมผัสถึงความปราดเปรียว
ของรถอย่างเต็มที่ เส้นสายบนหน้าจอและพื้นผิวเชื่อมต่อระหว่างแต่ละส่วนของแผงหน้าปัดได้อย่างกลมกลืน เพื่อสร้างสไตล์ที่ลื่นไหล
ต่อเนื่อง เส้นหนาและบางที่ตกแต่งนี้สะท้อนถึงจุดเด่นของรถ ครอสคันทรีได้อย่างชัดเจน
คอนโซลกลางด้านหน้าแบบลอยตัวเพิ่มความปราดเปรียวและสปอร์ตให้กับรถได้อย่างชัดเจน โดยทำมุมหันมาทางผู้ขับขี่เพื่อเพิ่มความ
สะดวกสบายในการใช้งาน ลวดลายตัว X ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของรถข้ามสายพันธุ์บนเบาะนั่งและพนักพิง ก็ช่วยเพิ่มรูปลักษณ์ความปราด
เปรียวภายในตัวรถด้วย
ภายในใหม่ ปราดเปรียวทันสมัย
ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยหนังทั้งหมด โดยมีทั้งโทนสีดำขรึม และสีครีมนุ่มนวล โทนสีดำขรึมจะขลิบด้วยสีเขียวเลมอนกรีน ส่วน
โทนสีครีมจะขลิบด้วยสีน้ำตาลเอสเพรสโซบราวน์ ส่วนอื่นๆ ในห้องโดยสารตกแต่งด้วยไม้แท้ “นอร์ดิกไลท์โอ๊ค”
เบาะนั่งในธีม X สื่อจุดเด่นของรถยนต์ข้ามสายพันธุ์
“ทุกตะเข็บเบาะนั่งของรถยนต์วอลโว่ XC60 ถูกเย็บเป็นลาย X หรือ ครอส (cross) ในภาษาอังกฤษ สะท้อนแนวคิดของการข้ามจาก
สิ่งหนึ่งไปสู่อีกสิ่งหนึ่ง เช่น ครอสคันทรี่ ครอสซิตี้ และครอสโอเวอร์ ซึ่งคุณเลือกได้ตามต้องการ” มร.ดิสลีย์เสริม
ขอบด้านหน้าของเบาะหลังที่โค้งมนถูกออกแบบมาเพื่อให้ความสะดวกในการเข้าออกสู่ที่นั่งด้านหลัง เบาะหลังสูงกว่าเบาะหน้าช่วยให้
มองเห็นวิวข้างหน้าได้อย่างชัดเจน ที่นั่งด้านริมประตูทั้งสองด้านสามารถติดที่นั่งเสริมสำหรับเด็กได้เช่นเดียวกับในวอลโว่ V70 และ
XC70 ที่เปิดตัวเมื่อปี 2550 เบาะนั่งมีสีและวัสดุให้เลือกหลายชนิด “คุณสามารถเลือกสีเบาะและสีที่ขลิบริมได้เพื่อสื่อถึงบุคลิกของ
คุณ เราจึงได้คัดสรรหลากเฉดสีที่จะสื่อถึงบุคลิกของลูกค้าผู้มีรสนิยมไว้ให้เลือกได้ตามใจชอบ” มร. แอนเดอร์ส แซชส์ หัวหน้า
นักออกแบบด้านสีและการขลิบริมของวอลโว่ XC60 กล่าว
สีของเบาะและขอบมีหลากหลายในเฉดสีตัดกัน ส่วนสีไฮไลต์ในวอลโว่ XC60 ก็เป็นเฉดสีใหม่ เขียวเลมอนกรีน “เราออกแบบสีนี้
มาให้โดดเด่นเห็นสะดุดตา และมีความล้ำลึก แผงคอนโซลหน้าที่ไม่สมมาตรกันนี้มีกรอบสีเงินซิลเวอร์ฟรอสต์ตัวแผงคอนโซลสี
อลูมิเนียม แต่ก็มีขอบให้เลือกหลายสี สำหรับในประเทศไทย เราเลือกขอบไม้สีด้าน เพิ่มจุดเด่นของความเป็นไม้จากสแกนดิเนเวีย
อันเป็นเอกลักษณ์ของวอลโว่” มร. พอล สโตคส์กล่าว ส่วนสีด้านนอกก็มีสองเฉดคือ Terra Bronze และ Lime Grass Green
ซึ่งเป็นสีพิเศษฉลองการเปิดตัวครั้งแรกในโลก
แร็คหลังคาในตัว เพื่อความปราดเปรียว
แร็คหลังคาในตัวทำให้ดูแกร่ง แน่นหนา การที่แร็คหลังคานี้ถูกเคลือบด้วย “Silk Metal” และติดตั้งมาจากโรงงานทำให้ตัวรถดูปราด
เปรียวมากขึ้น แต่ก็ยังคงความอเนกประสงค์สไตล์วอลโว่ที่ใครๆ ก็ชื่นชอบและตั้งตารอ
ใหม่! ชมแสงจันทร์ และแสงดาวใต้หลังคาโปร่งแสง (Panoramic Roof)
หลังคาโปร่งแสง (เป็นอ๊อฟชั่นพิเศษ) เป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติที่เข้ามาแทนที่ซันรูฟเดิมซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของชาวยุโรป หลังคารุ่นใหม่แบ่ง
ออกเป็นสองส่วนที่เพิ่มอากาศโปร่งสดชื่นให้กับผู้โดยสารภายในรถ หลังคาแบบใหม่นี้ติดตั้งกระจกและฟิล์มกรองแสงคุณภาพดี
เพิ่มความสะดวก – กระโปรงท้ายระบบไฟฟ้า เบาะนั่งหลังพับ 3 ระดับ
ท้ายรถของ วอลโว่ XC60 เปิดได้กว้างกว่าใครในตลาดเดียวกัน และจุสัมภาระได้มากอย่างไม่น่าเชื่อถึง 480 ลิตรกระโปรงท้ายปรับ
ด้วยไฟฟ้าสามารถเปิดได้อัตโนมัติ 3 แบบ คือ ใช้รีโมทคอนโทรล กดปุ่มที่แผงหน้าปัด หรือเปิดด้วยมือจับด้านท้าย ระบบเปิดกระโปรง
ท้ายอัตโนมัตินี้ให้ความสะดวกสูงสุด เมื่อคุณขนของหรือถุงช็อปปิ้งมาเต็มมือ
เบาะนั่งหลังที่ปรับพับได้ 3 แบบ (40/20/40) และที่พิงหลังให้ความสบาย มีที่วางแขนตรงกลางแบ่งที่นั่งด้านหลังออกเป็นสองด้านได้
หรือแบ่งเป็น 3 ที่นั่งได้ด้วยเข็มขัดนิรภัย เบาะที่นั่งติดตั้งอยู่กับที่ ขณะที่ที่พิงหลังสามารถปรับได้แยกชิ้น และแต่ละส่วนสามารถพับราบ
ลงได้ง่าย เพื่อความสะดวกในการขนสัมภาระจำนวนมาก
บรรทุกสัมภาระได้ง่ายดาย
ทางด้านหลังของรถ แบ่งพื้นที่บรรทุกสัมภาระออกแบบสองชั้นด้วยแผ่นกันที่ล็อคได้ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการจัดเก็บสัมภาระส่วนตัว
และของเปียกหรือสกปรก แผ่นกั้นนี้ครอบคลุมทั่วพื้นที่จัดเก็บของท้ายรถ เมื่อปิดฝากระโปรงท้ายลงมา ก็จะช่วยยึดแผ่นกั้นนี้ให้อยู่กับที่
ไม่เปิดออก

ใหม่! กับ "City Safety”
ซิตี้เซฟตี้เป็นนวัตกรรมความปลอดภัยล่าสุด และเป็นครั้งแรกในโลกด้วย ที่รถคันนี้จะสามารถรับรู้ได้เองว่ารถที่อยู่ด้านหน้านั้นขับช้าลง
หรือหยุดนิ่ง นวัตกรรมนี้จะวัดความเร็วของรถและระยะห่างจากรถคันหน้า หากระบบคำนวณแล้วว่า ถึงเวลาที่ผู้ขับขี่ควรจะต้องเหยียบ
เบรกด้วยความแรงระดับที่กำหนด แต่ผู้ขับขี่ก็ยังไม่ได้เหยียบเบรกหรือเบรกไม่แรงพอ ระบบซิตี้เซฟตี้ก็จะคิดว่าจะเกิดอุบัติเหตุได้และ
ช่วยเบรก
ระบบนี้ติดตั้งเป็นมาตรฐานและจะทำงานเมื่อรถวิ่งด้วยความเร็วต่ำกว่า 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หากระยะห่างและความเร็วของรถ 2 คัน
ที่ขับตามกันมากแตกต่างกัน 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมงหรือน้อยกว่านั้น ระบบจะช่วยชะลอความเร็วของรถลง เพื่อป้องกันไม่ให้ชนท้าย
คันหน้า
ในกรณีที่อาจเกิดการชนโดยที่ความแตกต่างระหว่างความเร็วของรถกับคันข้างหน้าอยู่ระหว่าง 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบซิตี้
เซฟตี้เพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถช่วยป้องกันการชนได้ อย่างไรก็ดี หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น ระบบนี้ก็จะลดความรุนแรงลงได้ด้วยการลด
ความเร็วขณะชน
สวยและแกร่งตั้งแต่ในโครงสร้าง
วอลโว่ XC60 รุ่นใหม่ล่าสุดถูกสร้างขึ้นเพื่อการขับขี่ในทุกสภาพถนนและภูมิอากาศ ตัวถังเพิ่มความแกร่ง (20kNM/deg) และการ
ตั้งค่าแชสซีแบบสปอร์ต ที่ทำให้สามารถควบคุมได้อย่างแม่นยำและลดการโคลงได้ดี แม้ในช่วงที่ขับขี่ได้ยาก น้ำหนักบรรทุกถูกเฉลี่ย
ไปที่เพลาหน้าและหลังเท่าๆ กัน เพื่อเพิ่มความสมดุลและการเกาะถนน การวางเครื่องยนต์แนวขวางประกอบกับระบบขับเคลื่อนทุกล้อ
พร้อม Instant Traction จากฮาลเด็กซ์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมบังคับรถและความนุ่มนวลในการขับขี่
โครงสร้างด้านหน้าของรถที่ทันสมัย ประกอบด้วยบริเวณที่ยุบตัวได้เมื่อเกิดการชนซึ่งผลิตจากเหล็กหลายชนิด แต่ละชนิดจะมีหน้าที่
ในการรับและกระจายแรงชนในระดับที่แตกต่างกัน เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยและปกป้องให้แก่ผู้ที่อยู่ในรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
โครงสร้างรถด้านหน้ายังมี คานขวางใต้กันชนหน้า (cross member) ที่ปรับระดับความสูงให้อยู่ในระดับเดียวกับรถยนต์นั่งขนาดปกติ
ในกรณีที่เกิดการชนด้านหน้า ส่วนนี้จะสัมผัสกับรถที่อยู่ด้านหน้าตรงจุดที่ทำจากเหล็กที่ยุบตัวได้ เพื่อลดความรุนแรงของการชนตามที่
ถูกออกแบบมา ซึ่งจะช่วยปกป้องผู้โดยสารที่อยู่ในรถนั้นได้ด้วย
โครงสร้างด้านข้างของรถก็ใช้เหล็กที่มีคุณภาพหลากหลายเช่นกัน รวมทั้งมีท่ออีกจำนวนหนึ่งซึ่งถูกออกแบบมาให้ตัวถัง “ขยับ” ไปด้าน
ข้างเพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดจากแรงกระแทกที่พุ่งเข้ามาจากทางด้านข้าง ระบบปกป้องการชนด้านข้างหรือ Side Impact Protection
System (SIPS) ของวอลโว่นี้ช่วยดูดซับแรงกระแทกเพื่อให้มั่นใจว่า จะมีพื้นที่เพื่อความปลอดภัยที่จะปกป้องผู้โดยสารทุกคน
ระบบ Roll Stability Control (RSC) และ Roll-Over Protection System (ROPS)
ระบบควบคุมการโคลงของตัวรถ หรือ Roll Stability Control (RSC) จะทำงานเมื่อรถได้รับแรงกระแทกอย่างรุนแรง จนอาจทำให้
พลิกคว่ำได้ ระบบนี้เป็นเทคโนโลยีที่ติดตั้งเป็นครั้งแรกในวอลโว่ XC 90 และคราวนี้ก็ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานใน วอลโว่ XC60
เพื่อช่วยให้รถทรงตัวได้ดีและลดความเสี่ยงต่อการพลิกคว่ำ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ
และเมื่อเกิดการพลิกคว่ำจริงๆ ระบบปกป้องเมื่อพลิกคว่ำหรือ Roll-Over Protection System (ROPS) จะทำงานเพื่อปกป้อง
ผู้โดยสาร เซ็นเซอร์ที่ตรวจจับการพลิกคว่ำซึ่งติดตั้งในระบบ RSC จะอ่านค่าของอัตราการพลิกของรถตลอดเวลา ถ้าค่าดังกล่าวสูงถึง
ขีดอันตราย ระบบก็จะทำงาน เช่น สั่งการให้ม่านนิรภัยด้านข้างทำงาน ระบบROPS เป็นระบบที่ซับซ้อน ประกอบด้วยหลายๆ ส่วน อาทิ
โครงสร้างความปลอดภัยของตัวถังและ SafetyRestraint System ต่างๆ
ระบบ Trailer Stability Assist (TSA) เพื่อความปลอดภัย
ระบบช่วยบังคับการลากจูง หรือ Trailer Stability Assist (TSA) ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ตัวรถและส่วนลากจูงมีความมั่นคงมากขึ้น
ระบบจะตรวจจับได้ทันทีเมื่อส่วนลากจูงเริ่ม “ส่าย” ซึ่งเป็นเรื่องปกติเมื่อความเร็วของรถยนต์เพิ่มขึ้นแต่การส่ายนี้จะขึ้นกับน้ำหนักและ
วิธีบรรทุกของในส่วนลากจูงด้วย เมื่อระบบ TSA ตรวจพบการส่ายในส่วนลากจูงก็จะเบรกทีละล้อเพื่อปรับระดับการเหวี่ยง ระบบ TSA
จะทำงานเมื่อความเร็วของรถอยู่ในช่วง 60-160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (TSA เป็นอุปกรณ์เสริมพร้อมกับขอเกี่ยวลากรถพ่วงสำหรับรุ่นที่
จำหน่ายในประเทศไทย)
ระบบ Dynamic Stability and Traction Control (DSTC)
ระบบ Dynamic Stability and Traction Control หรือ DSTC ในวอลโว่ XC60 ได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มการทรงตัวใน
การขับขี่ ระบบดังกล่าวจะบันทึกอัตราความเบี่ยงเบนระหว่างทิศที่ผู้ขับขี่ต้องการไปกับทิศทางจริงที่รถแล่น นอกจากนี้ ยังถูกพัฒนาให้
บันทึกอัตราการโคลงตัวของรถอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถทราบได้ว่าถึงจุดที่รถอาจไถลได้หรือยัง ซึ่งก็เป็นเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้
หากผู้ขับถอนเท้าจากคันเร่งอย่างกระทันหันขณะหักเลี้ยว เช่น เมื่อจะเลี้ยวลงจากถนนหลวงเมื่อเกือบจะเลยทางเลี้ยว เป็นต้น จากการ
ประเมินอัตราการโคลงตัวของรถ ระบบ DSTC จะสั่งการได้อย่างทันท่วงทีด้วยความแม่นยำ ซึ่งผู้ขับขี่จะรู้สึกได้อย่างชัดเจน ในการขับขี่
แบบค่อนข้างสวิงสวายและอาจได้รับแรงกระทบจากด้านข้างมาก(ระบบนี้ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับรุ่นที่มีจำหน่ายในประเทศไทย)
Hill Descent Control (HDC) เพื่อความปลอดภัยในการขึ้นเนินลาดชัน
ระบบ Hill Descent Control (HDC) เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีอันทันสมัยของวอลโว่ ที่ช่วยให้การขับขี่ด้วยเกียร์ต่ำเมื่อขึ้นหรือลงทาง
ลาดชันเป็นไปได้อย่างปลอดภัย และเทคโนโลยีนี้จะเป็นมาตรฐานใน วอลโว่ XC60 ทุกคัน ระบบดังกล่าวทำงานโดยอาศัยเบรกและ
แรงบิดจากเครื่องยนต์ เพื่อควบคุมความเร็วของรถและความเร็วในการเคลื่อนที่ไปตามทางลาดชันได้อย่างมั่นคงและสม่ำเสมอ ผู้ขับขี่
จึงสามารถให้ความสนใจกับการบังคับเลี้ยวให้ปลอดภัยได้อย่างเต็มที่ ระบบ HDC จะทำงานเมื่อกดปุ่มบนแผงหน้าปัด และเมื่อไรก็ตาม
ที่ผู้ขับเหยียบเบรกหรือคันเร่ง และเมื่อเกียร์เปลี่ยนแล้ว ระบบ HDC ก็จะหยุดการทำงานเองโดยอัตโนมัติ การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้
เป็นไปอย่างราบรื่นและนุ่มนวล (ระบบนี้ติดตั้งเป็นมาตรฐานในรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย)
ระบบใหม่ล่าสุด ระบบเตรียมปกป้องความปลอดภัยล่วงหน้า Pre-Prepared Restraint
ระบบ Pre-Prepared Restraint เป็นระบบใหม่ล่าสุดที่สามารถช่วยเตรียมตัวหรือปรับเข็มขัดนิรภัยและถุงลมนิรภัยให้เหมาะสมกับ
แรงชน ในกรณีที่เกิดการชนด้านหน้าแบบไม่แรงนักก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุนั้นจริง เข็มขัดและถุงลมนิรภัยจึงมี “เวลาเพิ่ม” นิดหน่อยที่จะ
เตรียมตัวก่อนการชน ช่วยให้เข็มขัดและถุงลมนิรภัยทำงานได้เต็มประสิทธิภาพจริงๆ ดังนั้น อย่าลืมคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งทันทีที่ก้าว
ขึ้นรถวอลโว่ได้ติดตั้งระบบนี้เป็นมาตรฐานใน วอลโว่ XC60 ทุกคัน
ระบบเบรกอัตโนมัติและระบบเตือนก่อนชน
ระบบเตือนก่อนชนพร้อมเบรกอัตโนมัติช่วยแจ้งเตือนผู้ขับขี่เมื่อระยะห่างจากรถคันหน้าลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่ลดโอกาสที่
จะเกิดอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี ระบบเบรกนี้เตรียมพร้อมสำหรับการเบรกกระทันหันและจะหยุดรถทันที (โดยใช้แรงเบรกประมาณ 50%
ของแรงทั้งหมด) หากผู้ขับขี่ยังไม่แตะเบรกหลังจากที่เห็นสัญญาณเตือน ระบบเตือนก่อนชนพร้อมเบรกอัตโนมัตินี้จะติดตั้งเป็นออปชั่น
(สำหรับในประเทศไทย ระบบนี้จะเป็นออปชั่น และเป็นหนึ่งในแพ็คเกจนวัตกรรมช่วยเลี่ยงการชน)
ชุดแต่งภายนอกรถ
รูปลักษณ์สไตล์สปอร์ตที่ดูแกร่งของรถยนต์รุ่นใหม่นี้ยิ่งเพิ่มความสปอร์ต และสามารถตกแต่งในสไตล์พิเศษส่วนตัวของแต่ละคนได้ด้วย
ชุดแต่งสำหรับลูกค้าแต่ละรายที่วอลโว่ผลิตขึ้นเป็นพิเศษ ได้แก่
• กันชนหน้าที่เป็นอลูมิเนียมด้าน
• Running board
• แผ่นกันกระแทกด้านข้าง scuff plate
• แผ่นกันกระแทกด้านหลัง skid plate
• ล้ออลูมิเนียม 19 นิ้ว
วอลโว่ D5 ไบโอดีเซล – เชื้อเพลิงเพื่อสิ่งแวดล้อม
วอลโว่ XC60 ติดตั้งเครื่องยนต์ 5 สูบเทอร์โบดีเซล ซึ่งมีให้เลือกถึง 2 ชนิด
ในประเทศไทย มีรุ่นเครื่องยนต์อลูมิเนียมน้ำหลักเบา วอลโว่ “D5” ที่สมารถรองรับน้ำมันไบโอดีเซล B5 ซึ่งเป็นรุ่นเปิดตัว เครื่องยนต์
รุ่นนี้รีดพลังได้สูงถึง 185 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 400 นิวตันเมตรตลอดทุกรอบเครื่องยนต์ ซึ่งเหมาะกับอัตราภาษีสรรพสามิต
ใหม่ เครื่องยนต์รุ่นนี้ประหยัดน้ำมันแต่ให้แรงบิดสูงขับขี่ได้แรงทันใจเหมือนรถสปอร์ต และยังตอบสนองได้ทันใจแม้จะบรรทุกน้ำหนัก
มากหรือลากจูง ยิ่งไปกว่านั้น เครื่องยนต์รุ่นนี้ยังผ่านมาตรฐานการปล่อยไอเสีย Euro 4 ที่เข้มงวดของยุโรป เนื่องจากติดตั้งตัวกรอง
ไอเสีย (Diesel Particulate Filter) เพื่อช่วยลดเขม่าในไอเสียอีกด้วย
และเช่นเดียวกับรถยนต์วอลโว่รุ่นอื่นๆ วอลโว่ XC60 ใหม่ มีระบบขับเคลื่อนแบบ transverse สำหรับรถยนต์ทุกขนาด การติดตั้ง
ระบบขับเคลื่อนแบบ transverse ทำให้มีพื้นที่ว่างในห้องเครื่องยนต์ และช่วยลดความเสี่ยงจากการส่งแรงกระแทกไปสู่ห้องโดยสาร
เมื่อเกิดการชนด้านหน้า
สำหรับในตลาดอื่นๆ ก็มีรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 3 ลิตร 6 สูบ เทอร์โบ (T6) ติดตั้งเครื่องยนต์ที่มีขนาดกระทัดรัดในแนวขวาง โดยยึด
หลักการเดียวกันกับในวอลโว่รุ่น 3.2 ลิตรแบบ 6 สูบเรียง ตัวเครื่องยนต์ทำจากอลูมิเนียมทั้งชุด ที่ใช้ในวอลโว่ S8 รุ่นปี 2006
เครื่องยนต์รุ่นนี้ให้พลังสูง 210 กิโลวัตต์ (285 แรงม้า) และให้แรงบิดที่ไม่น้อยกว่า 400 นิวตันเมตร สามารถเรียกแรงบิดสูงสุดได้ที่
รอบต่ำเพียง 1,500 รอบต่อนาที และรักษาแรงบิดสูงสุดได้ในทุกช่วงของรอบเครื่องยนต์ เครื่องยนต์เทอร์โบ 6 สูบขับขี่ได้อย่างเร้าใจ
เพราะตอบสนองได้ดีในทุกช่วงความเร็ว เร่งแซงได้อย่างมั่นใจตลอดเวลา
แม้เครื่องยนต์เทอร์โบจะมีความจุกระบอกสูบน้อยกว่าบ้างเนื่องจากช่วงชักสั้นกว่า แต่ด้วยเทอร์โบชาร์จเจอร์ที่ดูดไอเสียเข้ามาเป็น 2 ช่วง
ก็ช่วยให้รถยนต์ยังคงมีสมรรถนะดีเยี่ยม ในด้านท่อไอดีเข้าถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน แต่ละส่วนครอบคลุม 3 กระบอกสูบ และใช้เทคโนโลยี
twin-scroll ซึ่งทำให้เทอร์โบชาร์เจอร์ทำงานได้ง่ายขึ้น มีขนาดกระทัดรัดมากขึ้น แต่ยังคงตอบสนองได้ดีเท่าๆ กับเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบ
เครื่องยนต์ T6 เหมาะสำหรับการขับขี่แบบสปอร์ต ขณะเดียวกันก็ถูกโปรแกรมมาเพื่อให้แรงบิดสูงสุดโดยใช้น้ำมันเชื้อเพลิงน้อยที่สุดเท่าที่
จะเป็นได้รวมทั้งมีไอเสียน้อยที่สุด ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือ AWD ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มศักยภาพ เนื่องจากพลังสูงสุดจะ
ถูกถ่ายทอดไปยังพื้นผิวถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“เกียร์โทรนิก” ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ 6 สปีด
ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ 6 สปีดที่มีขนาดกระทัดรัดถูกอกแบบมาให้รับแรงบิดสูงจากเครื่องยนต์ทรงพลังแบบ T6 หรือเครื่องยนต์ดีเซล D6
ได้อย่างสบายๆ ระบบเกียร์โทรนิกช่วยให้ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติสามารถทำงานแบบเกียร์ธรรมดาได้เช่นกัน เกียร์ 6 เป็นอัตราทดเฟืองเกียร์
ที่ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างนุ่มนวลและประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง นอกจากนี้ รุ่น T6 ยังมีระบบขับขี่แบบสปอร์ต โดยที่เกียร์โทรนิกช่วยเปลี่ยนเกียร์ได้
ด้วยตนเองเหมือนการขับเกียร์ธรรมดาเมื่อผู้ขับขี่ต้องการขับในอารมณ์สปอร์ตหรือต้องการขับคงที่ด้วยเกียร์เดิมตลอดเวลา
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้การทรงตัวที่ดีกว่า
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อหรือ AWD แบบอัจฉริยะของวอลโว่เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีคลัตช์ที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ช่วยส่งพลังจากเครื่องยนต์ได้อย่างสมดุลรวดเร็วระหว่างล้อหน้าและหลังขึ้นอยู่กับว่าล้อคู่หน้าหรือหลังจะเกาะถนนได้ดีกว่า ระบบดังกล่าวช่วยเพิ่มความมั่นคง
ในการทรงตัว ลดอาการท้ายปัดหรือดื้อโค้ง รวมทั้งยังช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถบังคับควบคุมรถได้ดีกว่า ขับสบายกว่า
ระบบขับเคลื่อน AWD ติดตั้งงระบบ Instant Traction™ จากฮาลเด็กซ์ ที่ช่วยให้ออกตัวได้เร็วขึ้น รวมถึงเกาะถนนได้ดีกว่าเมื่อขับขี่บน
พื้นเปียกลื่นหรือดินร่วน
ระบบเบรกในวอลโว่ XC60 ใช้ระบบเดียวกันกับที่ติดตั้งในวอลโว่ XC90 เบรกที่ทรงสมรรถนะประกอบกับตัวรถขนาดกระทัดรัดและมีน้ำหนัก
เบาทำให้รถรุ่นนี้มีประสิทธิภาพในการเบรกที่เยี่ยมยอด
การควบคุมแชสซีที่ดีเยี่ยมด้วยระบบ 4C
ระบบ 4C ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมใน วอลโว่ XC60 ทำให้การขับขี่บนถนนขรุขระทุรกันดารเป็นไปได้อย่างสะดวกสบายนุ่มนวลมากขึ้น ระบบการ
ควบคุมแชสซีที่ทันสมัยนี้ใช้เซ็นเซอร์หลายตัวเพื่อติดตามการทำงานของระบบต่างๆในรถยนต์ แดมเปอร์จะถูกปรับให้เหมาะกับการขับขี่ได้ใน
ระยะเวลาเพียงเสี้ยววินาที ส่วนการตั้งค่าแชสซีไม่ว่าจะเป็นแบบ Comfort, Sport หรือ Advance ก็ช่วยให้ผู้ขับสามารถปรับแชสซีให้เหมาะ
กับสภาพผิวถนนได้ง่ายๆ เพียงกดปุ่มเดียว (ระบบนี้เป็นออปชั่นสำหรับรถรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย)
บังคับง่ายด้วยพวงมาลัยปรับได้ตามความเร็ว 3 จังหวะ
วอลโว่ XC60 ติดตั้งระบบพวงมาลัยที่ทันสมัยสามารถปรับการทำงานได้ตามความเร็วของรถ เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ ระบบบังคับเลี้ยวจะปรับ
การทำงานตามทำให้บังคับได้ง่ายโดยเฉพาะเวลาจอดรถ แต่เมื่อความเร็วของรถเพิ่มขึ้นระบบช่วยผ่อนแรงจะลดการทำงานลง เพื่อให้ผู้ขับได้รู้สึก
ถึงพลังการขับขี่บนถนนจริงๆ การทำงานของระบบช่วยผ่อนแรงนี้สามารถปรับได้โดยเลือกที่เมนูจากระบบข้อมูลภายในรถได้ถึง 3 ระดับให้
สอดคล้องกับความต้องการของผู้ขับขี่(ระบบนี้ติดตั้งเป็นมาตรฐานในรถรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย)
รถในฝันของคนเป็นภูมิแพ้
สมาคมโรคหืดและภูมิแพ้ได้เพิ่มชื่อ วอลโว่ XC60 ไว้ในรายชื่อรถยนต์ที่ทางสมาคมรับรองว่าเป็นรถที่มีคุณภาพอากาศภายในรถดี ในรายการ
ดังกล่าวมีรถยนต์วอลโว่รวมอยู่ถึง 4 รุ่นได้แก่ S80, V70 และ XC70 และล่าสุดก็คือ วอลโว่ XC60
วอลโว่คาร์ ได้พัฒนาระบบพิเศษ 2 ระบบเพื่อให้มั่นใจว่าอากาศที่เข้ามาในห้องโดยสารจะสะอาดมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทั้งสองระบบ
ได้แก่ ระบบคุณภาพอากาศภายในห้องโดยสารหรือ Interior Air Quality System (IAQS) และ CZIP ระบบเหล่านี้มีความสำคัญยิ่งต่อ
ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ เพราะในโลกที่มีการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็วนั้น ประชากรประมาณ 45% ของทั้งโลกเป็นโรคหืดหรือมีอาการแพ้ง่าย
วอลโว่ XC60 ถูกพัฒนามาเป็นอย่างดี โดยมีปริมาณสารนิเกิลที่ถูกปล่อยออกมาจากพื้นผิวที่เป็นโลหะในรถอยู่ในระดับต่ำมากที่สุด เช่น จาก
บริเวณมือจับประตู ตราสัญลักษณ์ที่ติดอยู่บนพวงมาลัยหรือหัวเกียร์ วอลโว่ได้เลือกใช้สารสกัดจากต้นไม้ตามธรรมชาติแทนการโช้โครเมี่ยมใน
การเคลือบหนังที่หุ้มขอบภายในห้องโดยสาร วัสดุต่างๆ ที่เป็นผ้าและหนังใน วอลโว่ XC60 และรถยนต์วอลโว่รุ่นอื่นๆ ต่างก็ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยของวัสดุ Oko-Tex Standard 100 ทั้งสิ้น
นอกจากนี้ วอลโว่ XC60 ยังมีระบบ RRR – Reuse, Recycling, Recovery หรือการใช้ซ้ำ นำกลับมาใช้ใหม่ และฟื้นฟู โดยที่เป็นรถยนต์
รุ่นแรกของวอลโว่ที่ได้รับการรับรองในด้านการรีไซเคิลหรือนำกลับมาใช้ใหม่
Clean Zone Interior Package (CZIP) เพื่ออากาศสดชื่น
วอลโว่ได้พัฒนาระบบ Clean Zone Interior ขึ้น เพื่อให้ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้สามารถเดินทางได้ในบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง ระบบดังกล่าว
พัฒนาขึ้นโดยอาศัยระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมการปรับอากาศ (Electronic Climate Control) และระบบคุณภาพอากาศภายใน
ห้องโดยสาร (Interior Air Quality System)
เมื่อปลดล็อครถด้วยรีโมทคอนโทรล ระบบระบายอากาศภายในห้องโดยสาร จะทำงานอัตโนมัติเป็นเวลาประมาณ 1 นาที หากอุณหภูมิข้างนอก
สูงกว่า 10 องศาเซลเซียส ระบบ CZIP นี้ได้รับการรับรองจากสมาคมโรคหืดและภูมิแพ้แห่งสวีเดน (Sweden Asthma and Allergy Association) ด้วย
วัสดุที่ใช้ขลิบริมภายในห้องโดยสารและรายละเอียดอื่นๆ ก็ถูกเลือกมาเป็นอย่างดีเพื่อไม่ให้สร้างมลพิษ วอลโว่ XC60 ใหม่เป็นรถยนต์รุ่นแรก
ของวอลโว่ที่ผ่านมาตรฐานใหม่ ในด้านการเลือกใช้วัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ ใช้ซ้ำได้ ซึ่งทางสหภาพยุโรปจะประกาศใช้มาตรฐานใหม่
นี้ในอนาคต
ระบบเสียงระดับโลก
ระบบเสียงระดับมาตรฐานโลกเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะเพิ่มประสบการณ์เหนือระดับให้กับวอลโว่ XC60 โดยมีถึง 3 ชุด ในชุดเครื่องเสียง
เครื่องเสียง Premium Sound Dolby® Pro Logic® II 5 x 130 W. พร้อมลำโพง Dynaudio 12 ตัว ระบบเก็บเสียงใต้พื้นใน
ห้องเก็บสัมภาระทำให้เพิ่มเสียงได้ถึง 260 วัตต์ สำหรับรถรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย วอลโว่ได้ติดตั้งเครื่องเสียงรุ่น High Performance Sound แบบ 4x40 วัตต์พร้อมลำโพง 8 ตัว
ระดับเสียงสามารถตั้งได้ 3 ระดับตามตำแหน่งที่นั่ง คือ ที่บริเวณที่นั่งคนขับ ที่นั่งคู่หน้า หรือที่นั่งด้านหลัง ชุดเครื่องเสียงรุ่น High
Performance Sound และ Premium Sound สามารถรองรับแผ่น CD เพลงแบบ MP3 และ WMA จึงสามารถเล่นซีดีที่เก็บเพลง
ได้หลายร้อยเพลง ระบบเสียงทั้ง 3 รุ่นมี AUX Port สำหรับเชื่อมต่อเครื่องเล่น MP3 และมี USB Port เฉพาะในรุ่น High Performance Sound และ Premium Sound เพื่อใช้เชื่อมต่อเครื่องเล่น MP3, iPOD และ USB (iPOD Port เป็นอุปกรณ์เสริม)
“การที่วอลโว่ XC60 มีขนาดกระทัดรัด คือสั้นกว่ารุ่น XC70 ถึง 20 เซ็นติเมตร และเตี้ยกว่า XC90 แสดงให้เห็นว่าวอลโว่กำลังพยายาม
พัฒนารถยนต์ให้มีขนาดเล็กลงและมีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานได้ดียิ่งขึ้น
กลุ่มเป้าหมายคือ คนรุ่นใหม่หัวใจไฮเทค
การพัฒนาวอลโว่ XC60 เกิดขึ้นด้วยจุดมุ่งหมาย ที่จะสนองความต้องการของกลุ่มพิเศษ ที่เลือกสรรสินค้าที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ คุณค่าของ
แบรนด์และเทคโนโลยี
ถ้าจะเปรียบเล่นๆ คงต้องบอกว่า กลุ่มเป้าหมายกลุ่มนี้คือ คนที่คิดว่ามีไมโครชิปเสิร์ฟพร้อมอาหารเช้าก็จะดีไม่น้อย มีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยี
ที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ของขวัญวันเกิดแต่ละปีจะมีขนาดเล็กลงแต่ศักยภาพและความสามารถที่ใหญ่ขึ้นทุกที
และเมื่อถึงเวลาที่ต้องเลือกซื้อรถยนต์ คนกลุ่มนี้ก็จะใช้หลักการเดียวกันกับการเลือกซื้อสินค้าไลฟ์สไตล์อื่นๆ นั่นก็คืออะไรก็ได้ที่มีคุณสมบัติ
ดีเลิศทุกอย่างรวมกันอยู่ในชิ้นเดียว และต้องมีขนาดเล็กกระทัดรัดด้วย
“คุณคงจะพอมองออกว่า วอลโว่ XC60 คือรถยนต์คันต่อไปที่คนซึ่งเป็นเจ้าของ C30 อยู่แล้วจะซื้อ เพราะรถรุ่นใหม่นี้ทั้งสปอร์ตและน่าตื่นเต้น
แต่มีคุณสมบัติและความสามารถมากกว่า ในการตอบสนองวิถีชีวิตแบบคนเมืองรุ่นใหม่ที่ทันสมัย เป็นรถยนต์ที่เหมาะกับคนโสดที่ใช้ชีวิตใน
เมือง หรือครอบครัวใหม่ที่พาลูกเล็กๆ ออกไปเที่ยวผจญภัยเล็กๆ น้อยๆ นอกเมืองในวันหยุด รถคันนี้สะท้อนถึงความรู้สึกและวิถีชีวิตมากกว่า
อายุของผู้ขับขี่วอลโว่ XC60 ทำให้เราเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ของเราให้สอดคล้องกับความต้องการและความสนใจของลูกค้าที่
มีวิถีชีวิตแบบทันสมัย เป็นคนเมืองที่มีชีวิตไม่หยุดนิ่ง วอลโว่ XC60 ก็เหมือนกับ C30 ตรงที่รถยนต์เหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้กลยุทธ์
การขยายฐานตลาดเพิ่มยอดขายของวอลโว่ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกประสบความสำเร็จได้” มร. พอล สโตคส์กล่าว
ราคาและอ็อปชั่น
วอลโว่ XC60 เริ่มจำหน่ายแล้วในราคา 3,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)และมีอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ ดังนี้

และยังมีอ็อปชั่นเสริมให้เลือกได้อีก 3 แพ็คเกจ
แพ็คเกจที่ 1 ระบบป้องกันการชน (Collision Avoidance Package) มูลค่า 350,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
• Blind Spot Information System (BLIS) กล้องและสัญญาณเตือนมุมอับของสายตา
• Adaptive Cruise Control (ACC) ระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติแบบปรับเปลี่ยนได้
• Collision Warning with Auto Brake (CWAB) ระบบเตือนเพื่อป้องกันการชนและช่วยในการหยุดรถอัตโนมัติ
• Distance Alert (DA)ระบบที่ชวยใหผู้ขับขี่รักษาระยะห่างจากรถคันหน้าได้
• Lane Departure Warning System (LDW) ระบบเตือนผู้ขับขี่เมื่อขับรถออกนอกเส้นแบ่งช่องทางจราจร
• Driver Alert Control (DAC) ระบบแจ้งเตือนผู้ขับขี่เมื่อแสดงอาการเหนื่อยล้าหรือขาดสมาธิ
แพ็คเกจที่ 2 ระบบกันสะเทือน มูลค่า 120,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
• Four-C ระบบช่วงล่างแบบปรับเปลี่ยนได้ สามารถเลือกรูปแบบการขับขี่ได้ (Comfort, Sport, หรือ Advance)
แพ็คเกจที่ 3 ระบบเสียงระดับพรีเมี่ยมมูลค่า 150,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
• เครื่องเสียง Premium Sound 5 x 130 W. พร้อมเครื่องเล่น CD/MP3 6 แผ่น และลำโพง Dynaudio 12 ตัว
• ชุดปรับเครื่องเสียงพร้อมช่องเสียบหูฟังสองช่องสำหรับที่นั่งด้านหลัง