ผู้โดยสารเด็ก เรื่องของเจ้าตัวเล็กที่ห้ามละเลย

"เด็ก"  เป็นขวัญใจของครอบครัวเสมอ
เด็กจึงมักมีอิทธิพลเหนือพ่อแม่ผู้ปกครอง ทำให้บ่อยครั้งที่ผู้ใหญ่อดไม่ได้ที่จะตามใจเจ้าตัวเล็ก อย่างการนั่งรถ
เด็กส่วนใหญ่อยากนั่งเบาะหน้า  ขณะที่ผู้ใหญ่เองก็คิดว่าการให้เด็กนั่งเบาะหน้าซึ่งอยู่ข้างๆกัน น่าจะทำให้ดูแลได้ง่ายกว่า
บางคนชอบยืนบนเบาะเพื่อจะได้ดูโน่นดูนี่ตามประสาเด็ก หลายคนอยากขับรถ และพ่อแม่ผู้ปกครองก็ยอมให้เด็กนั่งตักเพื่อขับ
รถไปพร้อมๆกัน ทราบหรือไม่ว่า พฤติกรรมทั้งหมดนี้อาจก่อให้เกิดโศกนาฏกรรม เป็นอันตรายถึงขั้นพรากชีวิตน้อยๆไปจากคุณ
ได้ในเพียงเสี้ยววินาที...

เด็กที่อายุต่ำกว่า 10 ขวบ ยังไม่รู้จักการระมัดระวังตัวเท่าที่ควร หากให้เด็กนั่งเบาะหน้า เมื่อรถเบรกอย่างรุนแรงจนเกิดแรงกระแทก 
หรือถูกชนไม่ว่าจากทิศทางใดก็ตาม  จะเกิดแรงเหวี่ยงซึ่งเด็กที่นั่งอยู่เบาะหน้า อาจถูกเหวี่ยงไปกระแทกชนเข้ากับคอนโซล 
กระจกบังลมหน้า  ของแข็งอื่นๆภายในรถ หรืออาจพุ่งเข้าชนกระจก  แล้วเลยหลุดออกไปนอกตัวรถเป็นอันตรายอย่างแสนสาหัสและ
อาจถึงขั้นเสียชีวิต เช่นเดียวกับเด็กที่ยืนบนเบาะ ไม่ว่าจะเป็นเบาะหน้าหรือเบาะหลังก็ตาม เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น 
เด็กจะพุ่งไปข้างหน้าอย่างรุนแรงได้โดยง่าย  โอกาสที่จะพุ่งทะลุกระจกออกไปนอกตัวรถจึงมีมากขึ้นซึ่งอันตรายจะเพิ่มทวีคูณกว่า
เด็กที่นั่งบนเบาะหรือแม้แต่การยื่นตัวยื่นหน้าเข้ามาระหว่างช่องเบาะคู่หน้าเพื่อคุยกับคนขับ  ก็มีโอกาสที่จะพุ่งไปข้างหน้า 
ซ้ำร้ายยังจะกระแทกเข้ากับคันเกียร์ได้ทันที บาดเจ็บหนักขึ้นไปอีก
 
ส่วนการให้เด็กเล็กๆ นั่งตักขณะขับรถนั้นเป็นเรื่องต้องห้ามเด็ดขาด  เพราะนอกจากจะทำให้ผู้ขับไม่คล่องแคล่วควบคุมรถได้ไม่สะดวกเท่าที่ควรซึ่งส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้น  แล้วเมื่อมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น น้ำหนักตัวของผู้ขับจะอัดเข้าไปยังที่เด็กและก็อัดเข้ากับพวงมาลัยรถ  เด็กซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างพวงมาลัยกับคนขับย่อมได้รับอันตรายก่อน  บางครั้งในกรณีเช่นนี้เด็กบาดเจ็บมากโดยที่ผู้ใหญ่ผู้ขับขี่ไม่ได้รับอันตรายใดๆเลยก็มี

อย่างไรก็ตาม การคาดเข็มขัดนิรภัยให้เด็ก ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง เพราะเข็มขัดนิรภัยไม่ได้ออกแบบมาสำหรับโครงสร้างร่างกายของเด็กเล็ก หากทดลองให้เด็กนั่งแล้วคาดเข็มขัดนิรภัยจะพบว่า สายเข็มขัดที่ปกติจะพาดจากไหล่ลงมาถึงเอวนั้น กลับพาดที่บริเวณ "คอ" ของเด็กแทน ดังนั้น เมื่อเกิดเหตุใดๆขึ้น เข็มขัดนั้นจะกลายเป็นเชือกรัดคอให้เด็กเสียชีวิตได้ทันที่
แล้วที่นั่งของผู้โดยสารตัวน้อยควรอยู่ตรงไหน.... คำตอบคือ "เบาะหลัง"  หรือเสริมเบาะที่นั่งสำหรับเด็กโดยเฉพาะ และควรติดตั้งไว้ที่เบาะหลัง
ในบางประเทศ ถึงขั้นออกเป็นกฎหมายระบุว่า ห้ามเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 10 ขวบ (บางประเทศ 12 ขวบ)  นั่งเบาะหน้า  ให้นั่งเฉพาะเบาะหลังเท่านั้น เพราะอาจเกิดอันตรายขึ้นได้ดังกล่าวข้างต้น  แต่หากเด็กนั่งเบาะหลัง เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น อย่างน้อยเด็กก็จะกระเด็นไปติดพนักพิงเบาะหน้า ซึ่งเป็นเบาะ ทำให้ลดความเจ็บปวด  ลดอันตรายลงได้มาก 

นอกจากพ่อแม่ผู้ปกครองต้องทำความเข้าใจกับ "กฎแห่งความปลอดภัย"  ในการโดยสารของเด็กเล็กแล้ว ยังควรฝึกให้เด็กรู้และเข้าใจถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นหากไม่ทำตามกฎ แม้ว่าในประเทศของเราจะยังไม่ได้มีกฎหมายบังคับเรื่องการโดยสารรถของเด็กเล็กเช่นต่างประเทศ  แต่เรื่องของความปลอดภัยเป็นสิ่งที่เราต้องระมัดระวังด้วยตนเอง
เมื่อเจ้าตัวเล็กคือแก้วตาดวงใจ เราก็ต้องช่วยกันดูแลให้เขาโดยสารรถอย่างถูกต้องปลอดภัย สู่จุดหมายปลายทางโดยสวัสดิภาพ และมีความสุขทั้งครอบครัว