ข่าวและกิจกรรม
  • วอลโว่ 240 ผู้จุดประกายเทคโนโลยีความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมในวงการยานยนต์

    11/5/2556











    เทคโนโลยียานยนต์ทุกวันนี้ก้าวหน้าไปมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสมรรถนะ ความเร็ว ความประหยัด เชื้อเพลิงทางเลือก เทคโนโลยีไฮบริด นวัตกรรมความปลอดภัย กว่าจะมาเป็นเทคโนโลยีที่น่าทึ่งในวันนี้  “วอลโว่ 240” ถือได้ว่าเป็นรถยนต์รุ่นสำคัญที่พลิกโฉมและผลักดันให้วงการยานยนต์โลกเดินมาถึงจุดนี้ในวันนี้

    ย้อนไปเมื่อปี 40 ปีก่อน ยุคที่กางเกงขาบาน เสื้อผ้าลายทาง ลายกราฟิก เพลงดิสโก้ดังกระหึ่มไปทั่วเมือง วอลโว่ 240 ก็ออกสู่ตลาดครั้งแรก แม้ว่าจะหน้าตาจะดูเป็นทรงกล่องสี่เหลี่ยมหน้ายาวๆ ท้ายยาวๆ อย่างที่หลายคนอาจจะเคยเห็นในหนังฮ็อตของฮอลลีวู้ดหลายเรื่อง เช่น The Hand That Rocks the Cradle และ Mystic Pizza  หรือหนังแรงๆ อย่าง Fatal Attraction  แต่ภายใต้โฉมแสนจะธรรมดานี่เองที่ซ่อนนวัตกรรม เทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลกของเราไว้มากมาย และเป็นจุดกำเนิดของนวัตกรรมยานยนต์ที่ยังคงเรียกว่าล้ำยุคได้ในวันนี้

    วันนี้ค่ายรถยนต์เริ่มหันมาแข่งขันกันในเรื่องความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย เช่น โครงการ DRIVe ของวอลโว่ที่พยายามลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกด้าน อันเป็นก้าวสำคัญสู่การผลิตรถยนต์ปลอดไอเสีย และนำมาซึ่งเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น เครื่องยนต์เชื้อเพลิงทางเลือก FlexiFuel การออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่ลดแรงต้านและประหยัดเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ที่ทำให้บรรยากาศในห้องโดยสารสะอาด ปลอดภัยมากที่สุด   แน่นอน เมื่อ 40 ปีก่อน วอลโว่ 240 เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้

    เมื่อเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2517 วอลโว่ 240 ดังเป็นพลุแตกเพราะระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมที่เกินกว่าใครจะคาดถึงในยุคนั้น  เช่น การทดสอบความปลอดภัยและการปกป้องผู้โดยสารระหว่างเกิดอุบัติเหตุที่สำนักงานความปลอดภัยทางหลวงของสหรัฐอเมริกาจัดทำขึ้นโดยนำรถยนต์รุ่นต่างๆ มาทดสอบด้วยการชน พบว่า วอลโว่ 240 ชนะขาดในทุกการทดสอบ  และนี่ทำให้สำนักงานความปลอดภัยทางหลวงของสหรัฐอเมริกาได้ใช้มาตรฐานของวอลโว่ 240 เป็นมาตรฐานกลางของรถยนต์ทุกคันที่จำหน่ายในสหรัฐ

     
     

    ส่วนในเรื่องของการดูแลสิ่งแวดล้อมที่หลายๆ คนเพิ่งจะตระหนักเมื่อผลกระทบจากภาวะโลกร้อนรุนแรงขึ้นในไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ เป็นสิ่งที่วอลโว่ตระหนักและให้ความสำคัญมาตลอด  ในวอลโว่ 240 เป็นครั้งแรกที่มีความพยายามลดก๊าซที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยพัฒนาประสิทธิภาพของระบบเผาไหม้ให้สมบูรณ์ และควบคุมให้มีการปล่อยไอเสียในระดับต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อันเป็นที่มาของเซ็นเซอร์ที่ชื่อว่า Lambda ซึ่งอุปกรณ์จิ๋วรุ่นนี้เป็นวัตกรรมด้านวิศวกรรมที่สามารถลดก๊าซและสารประกอบที่เป็นตัวก่อมลพิษสำคัญคือ คาร์บอนมอนออกไซด์ ไฮโดรคาร์บอน และไนตริกออกไซด์ลงไปได้ถึง 90%

    ในยุคนั้น เทคโนโลยีการผลิตน้ำมันไม่ได้ทันสมัยเหมือนยุคนี้ ไม่ได้มีพลังงานสะอาดเช่นแก๊สโซฮอล์เป็นตัวช่วย เรียกว่า ความสำเร็จในการลดก๊าซและสารประกอบทั้ง 3 ชนิดนี้ เป็นฝีมือของเครื่องยนต์วอลโว่ล้วนๆ

    สิ่งที่วอลโว่สร้างสรรค์ขึ้นได้จุดประกายแรงบันดาลใจและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่  เช่น ในปีถัดจากที่วอลโว่ 240 ออกสู่ตลาดครั้งแรก รัฐแคลิฟอร์เนียตั้งกฎใหม่ กำหนดเพดานการปล่อยสารไฮโดรคาร์บอนไม่เกิน 0.41 กรัมต่อไมล์  คาร์บอนมอนออกไซด์ไม่เกิน 9.0 กรัมต่อไมล์ และไนตริกออกไซด์ไม่เกิน 1.5 กรัมต่อไมล์   ซึ่งนับว่าเป็นกฎที่เข้มข้นที่สุดในโลก แต่แน่นอนว่าไอเสียของวอลโว่ 240 มีสารเหล่านี้อยู่ในระดับต่ำกว่าที่รัฐแคลิฟอร์เนียกำหนด  และยังทำให้วอลโว่ได้รับรางวัลด้านนวัตกรรมวิศวกรรมยานยนต์ยอดเยี่ยมจากรัฐบาลของนายจิมมี คาร์เตอร์ด้วย

    ไม่เพียงเท่านั้น วอลโว่ 240 เป็นรถยนต์ที่ทำความเร็วได้เหนือใคร  ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบที่ผ่านการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้วอลโว่ 245 เอาชนะรถยี่ห้ออื่นในสนามแข่งครั้งแล้วครั้งเล่าในยุโรป และกลายเป็นแชมป์ของกลุ่ม A ไปในที่สุด  และความสำเร็จภายใต้ตัวถังทรงกล่องนี่เองที่ทำให้วอลโว่ 240 ถูกเรียกเล่นๆ ว่า “Flying Brick” 

    ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่วอลโว่ตระกูล 240 ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และความโดดเด่นในหลายด้าน ทำให้กลายเป็นรถยนต์ที่เป็นเครื่องบ่งบอกสถานะของยัปปี้ หรือชาวยุโรปรุ่นใหม่ (ในยุคนั้น) ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อย เช่น วอลโว่ 240 Polar ที่กลายเป็นรถที่เฟี้ยวที่สุดในช่วงต้นทศวรรษที่ 1990  และจุดยืนนี้ก็ยังคงอยู่ในปัจจุบันเพราะวอลโว่เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เป็นสัญลักษณ์ของผู้ที่ประสบความสำเร็จและมีสไตล์เป็นของตัวเอง

    อย่างไรก็ดี ไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่เลิกรา ในที่สุด วอลโว่ตัดสินใจหยุดผลิตวอลโว่ 240 ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2536 หลังจากผลิตวอลโว่ 240 มานานถึง 19 ปี และออกสู่ตลาดไปแล้วรวมทั้งสิ้น 2,862,573 คัน เพื่อหลีกทางให้กับนวัตกรรมยานยนต์รุ่นใหม่  วอลโว่ได้ส่งมอบรถคันสุดท้ายจากสายการผลิตให้แก่สาวชาวสวีเดน โดยเป็นรถพิเศษที่สั้นกว่าคันอื่นๆ สะท้อนถึงระยะเวลาในการผลิตรถคันพิเศษนี้ที่น้อยกว่าคันไหนๆ และผู้ที่นำรถไปส่งมอบให้กับลูกค้ารายนี้คือประธานบริษัทของวอลโว่เอง

    ทุกวันนี้ วอลโว่ 240 ยังคงวิ่งอยู่บนถนนตามที่ต่างๆ ทั่วโลก แม้จะมีอายุมากกว่า 20 ปี แต่ก็ยังคงใช้งานได้ดี  รวมทั้งยังมีแฟนคลับที่ชื่นชมและอนุรักษ์รถรุ่นนี้กันอย่างเหนียวแน่น  แต่ที่สำคัญคือ จิตวิญญาณและเทคโนโลยีด้านเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมของวอลโว่ที่ได้ถือกำเนิดขึ้นในรถยนต์วอลโว่รุ่น 240 นี้ ยังคงอยู่ และได้รับการพัฒนาต่อเนื่องมาจนทุกวันนี้  ซึ่งทำให้วอลโว่ยังคงรักษาความเป็นหนึ่งและเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรมยานยนต์ในปัจจุบัน

    วอลโว่ 240 ผู้จุดประกายเทคโนโลยีความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมในวงการยานยนต์
    ย้อนกลับ