



เครื่อง 1.6L แรงเกินตัว รักษ์สิ่งแวดล้อม ปราดเปรียว ปลอดภัยเหนือใคร
วอลโว่ ชวนสื่อมวลชนกับทดสอบพร้อมชมวิวสวยพร้อมท้าพิสูจน์ Volvo S60 DRIVe E85 ซีดานหรูดีไซน์ทันสมัยที่สปอร์ตที่สุด เด่นด้วยเทคโนโลยีทันสมัยที่สุด ปราดเปรียวที่สุด ให้ความคุ้มค่าเหนือใคร ด้วยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.6 ลิตรที่ตอบสนองทันใจ ประหยัดและรักสิ่งแวดล้อมกับน้ำมัน E85 พร้อมทั้งความปลอดภัยครบเครื่องนำโดยเทคโนโลยีพิเศษช่วยให้หยุดรถก่อนชนคนเดินถนน
นางฉันทนา วัฒนารมย์ ประธานบริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “วอลโว่ S60 DRIVe E85 เป็นการต่อยอดจาก วอลโว่ S60 ซีดานที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ด้วยดีไซน์ที่สปอร์ตที่สุด ปราดเปรียวที่สุด และมีเทคดนโลยีที่ทันสมัยที่สุด แต่ในเวอร์ชั่นนี้เราลงเครื่อง 1.6 ลิตร ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดมาก ขับสนุกและให้สมรรถนะแรงเกินคาด เพิ่มความคุ้มค่าด้วยเทคโนโลยีในโครงการ DRIVe เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนด้วยความสามารถในการรองรับแก๊สโซฮอล์ E85 และไอเสียต่ำ นอกจากนี้ ยังคุ้มค่ายิ่งขึ้นกับสุดยอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยที่ไม่มีรุ่นไหนจะครบครันเท่านี้ ทำให้ S60 DRIVe เป็นรถยนต์ของคนทันสมัยที่รักความปราดเปรียว รับผิดชอบต่อแวดล้อม และต้องการความคุ้มค่าเพื่อคุณภาพและความสนุกสนานในการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่”
เครื่องยนต์เล็กแต่แรงเร้าใจ
วอลโว่ S60 DRIVe E85 ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบทรงพลัง ความจุ 1.6 ลิตร 4 สูบเติมน้ำมัน แก๊สโซฮอล์ E85 ได้ แม้เครื่องจะเล็กกว่า S60 รุ่นก่อน แต่ก็ทรงพลังกับ 180 แรงม้าที่ 5,700 rpm และทอร์คเต็มพิกัด 240 นิวตันเมตรในช่วง 1,600-5,000 rpm จึงตอบสนองได้ทันใจในทุกรอบเครื่อง ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 9 วินาที นอกจากนี้ ระบบเกียร์เพาเวอร์ชิฟท์ 6 สปีด ปรับตามสไตล์การขับขี่และเกียร์ทรอนิก ยังส่งกำลังได้ลื่นไหลต่อเนื่อง เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างราบรื่นในทุกรอบเครื่อง ประหยัดน้ำมันสูงสุดโดยมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยทั้งการขับขี่ในและนอกเมือง 13.8 กิโลเมตรต่อ 1 ลิตร รวมทั้งยังลดไอเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
S60 DRIVe E85 เป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งในโครงการ DRIVe ซึ่งเป็นความพยายามของวอลโว่ที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกด้าน ตั้งแต่กระบวนการออกแบบ วิจัย ผลิต การขับขี่และการนำวัสดุต่างๆ กลับมาใช้ใหม่ อันเป็นก้าวสำคัญสู่การผลิตรถยนต์ปลอดไอเสีย โดยใน S60 DRIVe E85 นอกจากจะติดตั้งเครื่องยนต์ Flexifuel E85 แล้ว ส่วนประกอบต่างๆ รวมทั้งกระบวนการผลิตยังใช้เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
รถยนต์วอลโว่เครื่องยนต์ E85 ที่พัฒนาขึ้นตามโครงการ DRIVe ได้ผ่านการทดสอบมาตรฐานที่กำหนดโดยสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม (TISI) ของไทย โดยพบว่ามีปริมาณการปล่อยไอเสียต่ำมากและอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานถึง 70%
เร้าใจตั้งแต่แรกเจอ
S60 DRIVe E85 ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อขับเคลื่อนทุกอณูในตัวคุณ กับดีไซน์ทันสมัยสะท้อนการขับขี่ปราดเปรียว ประทับใจกับรูปลักษณ์ของซีดานสปอร์ตที่มีบุคลิกเปิดเผยกว่ารุ่นใดๆ กับดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจาก “Race Track” เน้นความลื่นไหลเช่นเดียวกับแทรครถแข่ง ตัวรถที่ต่ำลงให้อารมณ์สปอร์ตมากขึ้น สะท้อนถึงการเกาะถนนดี และดูเพรียวลมมากขึ้น เพิ่มอารมณ์คูเป้แบบเต็มๆ กับโครงหลังคาเหนือประตูหลังที่ลาดลงไปด้านท้ายสไตล์คูเป้ สื่อถึงพลังที่จะพุ่งทะยานไปข้างหน้า และแสดงถึงแนวการออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวียนอย่างชัดเจนคือ รูปลักษณ์ภายนอกเท่ทันสมัย ภายในเน้นบรรยากาศอบอุ่นสบาย เปี่ยมประโยชน์ใช้สอยและใช้งานง่าย เช่น คอนโซลกลางและตำแหน่งติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ จะเอียงไปทางคนขับเพื่อให้ควบคุมได้อย่างเต็มที่ เบาะนั่งแบบสปอร์ตที่มีแผงนูนรับสีข้าง เป็นต้น ดีไซน์ที่โดดเด่นทำให้รถรุ่นนี้ได้รับรางวัลด้านการออกแบบมากมาย
สบายใจ ปลอดภัยทุกการเดินทาง
หนึ่งในไฮไลต์ของ S60 DRIVe E85 คือ นวัตกรรมล่าสุดของโลกที่เพิ่มความปลอดภัยให้กับทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร เพื่อนร่วมทางและคนเดินถนนในเส้นทางเดียวกัน อาทิ ระบบตรวจจับคนเดินถนนพร้อมระบบเบรกแบบเต็มแรงเบรก (Pedestrian Detection with Full Auto Brake) ซึ่งเป็นนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยครั้งแรกของโลกที่ช่วยให้หยุดรถได้โดยอัตโนมัติเมื่อมีคนเดินถนนกำลังเดินเข้ามาในทิศทางเดียวกันกับรถ (เฉพาะรุ่น DRIVe (S) ระบบป้องกันการชนขณะขับขี่ความเร็วต่ำ (City Safety) ที่ติดตั้งเป็นมาตรฐาน และจะหยุดรถอัตโนมัติเมื่อรถคันหน้าชะลอความเร็วหรือหยุดกระทันหัน ซึ่งระบบนี้จะทำงานเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วไม่เกิน 30 กม./ชม. ระบบควบคุมความเร็วรถแบบแปรผันพร้อมฟังก์ชั่นหยุด/ออกตัวรถอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control with Queue Assist) และระบบเตือนจุดบอดด้านข้างรถ (Blind Spot Information system - BLIS) ซึ่งติดตั้งเป็นมาตรฐาน ระบบ Advanced Stability Control ที่ติดตั้งเป็นมาตรฐานช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมการทรงตัวของรถอีกด้วย รวมทั้งยังมีโครงสร้างนิรภัยเช่นการใช้วัสดุและออกแบบที่ทำให้กระจายแรงชนเมื่อเกิดอุบัติเหตุเพื่อปกป้องผู้โดยสารได้อย่างเต็มที่ และอื่นๆ อีกมากมาย