เมื่อพูดถึงรถยนต์ไฟฟ้า ตัวเลขระยะทางที่ผ่านการรับรองมักเป็นจุดเริ่มต้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่ปรากฏในพาดหัวข่าวและตัวกําหนดค่า ซึ่งวัดภายใต้รอบการทดสอบที่ได้มาตรฐาน เช่น WLTP (ภูมิภาคส่วนใหญ่), CLTC (จีน) และช่วง EPA (สหรัฐอเมริกาและแคนาดา)
แต่ดังที่ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าหลายท่านทราบดี ระยะทางการขับขี่ไม่ใช่แค่ตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับลักษณะและเส้นทางที่คุณขับขี่ด้วย
อุณหภูมิ ความเร็ว สภาพถนน และแม้แต่สภาพอากาศ ล้วนมีอิทธิพลต่อระยะทางที่รถยนต์ไฟฟ้าจะไปได้ไกลแค่ไหน ความท้าทายคือการช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าใจว่าสิ่งนั้นมีความหมายอย่างไรในการใช้งานจริง โดยไม่ทำให้รู้สึกว่ายุ่งยากซับซ้อนจนเกินไป
เครื่องคำนวณระยะทางซึ่งมีให้บริการบนเว็บไซต์ของ Volvo Cars จะช่วยแปลงค่าระยะทางการขับขี่ตามมาตรฐานการรับรอง ให้กลายเป็นตัวเลขประเมินที่เข้าใจง่ายโดยอ้างอิงจากสถานการณ์การใช้งานจริง โดยผู้ขับขี่สามารถปรับเปลี่ยนปัจจัยต่างๆ เช่น อุณหภูมิภายนอก ลักษณะการขับขี่ และการใช้งานระบบปรับอากาศ เพื่อดูว่าระยะทางจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรตามเงื่อนไขการขับขี่ในแต่ละรูปแบบ
"ตัวเลขระยะทางการขับขี่ตามมาตรฐานการรับรองนั้นถูกต้องและมีความสำคัญอย่างยิ่ง" Roy Ogink หัวหน้าฝ่ายเทคนิคของทีมพัฒนาเครื่องมือนี้กล่าว "สิ่งที่เรากำลังทำคือการเพิ่มข้อมูลแวดล้อม เพื่อให้ความคาดหวังของลูกค้าสอดคล้องกับความเป็นจริงในสถานการณ์ต่างๆ ตั้งแต่เริ่มต้น"
การทดสอบตามมาตรฐาน กับ การใช้งานจริง
การวัดระยะทางการขับขี่ตามมาตรฐานการรับรองจะทำภายใต้สภาวะควบคุมที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน นั่นคือการทดสอบในห้องปฏิบัติการตามรอบการขับขี่ที่กำหนด โดยปิดระบบปรับอากาศ ไม่มีลมต้าน และควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ค่ามาตรฐานนี้กำหนดขึ้นเพื่อให้มีเกณฑ์อ้างอิงที่สอดคล้องและเป็นธรรมในการเปรียบเทียบข้อมูล ซึ่งผู้ผลิตรถยนต์ทุกรายต่างก็ใช้การตั้งค่ามาตรฐานเดียวกันนี้
แน่นอนว่าการขับขี่ในชีวิตจริงนั้นอาจแตกต่างออกไป
"มันอาจจะเป็นฤดูหนาว" รอยกล่าว "คุณอาจขับรถเร็วขึ้น บรรทุกผู้โดยสาร หรือเปิดระบบปรับอากาศมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลต่อการใช้พลังงาน เพราะกฎทางฟิสิกส์ก็คือกฎทางฟิสิกส์ มันไม่ได้ต่างอะไรกับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน ที่ประสิทธิภาพและระยะทางการขับขี่จะได้รับผลกระทบจากเงื่อนไขในการขับขี่เช่นกัน"
แทนที่จะปล่อยให้ผู้ขับขี่ต้องคาดเดาความแตกต่างนั้นด้วยตัวเอง เราจึงได้พัฒนาเครื่องคำนวณระยะทางขึ้นมา เพื่อนำเสนอตัวเลขประเมินที่ชัดเจนและอ้างอิงจากข้อมูลจริง เพียงคุณปรับตั้งค่าอุณหภูมิ ลักษณะเส้นทาง และการใช้งานระบบปรับอากาศ ก็จะสามารถเห็นได้ทันทีว่าระยะทางประเมินจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรร
"แนวคิดคือการช่วยให้ผู้บริโภคตระหนักถึงปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อระยะทางมากขึ้น และไม่เพียงแต่มุ่งเน้นไปที่ตัวเลขเพียงตัวเดียว เพื่อให้พวกเขาสามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น" Roy กล่าว


