Skip to content
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคือ

การทดสอบความปลอดภัยขั้นสูงสุด

“เราให้ความสำคัญต่อความยั่งยืนเทียบเท่ากับความปลอดภัย“

- Håkan Samuelsson, Chief Executive Volvo Cars

เราทุ่มเทพัฒนาเพื่อให้รถยนต์ของเราช่วยปกป้องชีวิตของผู้คน ทั้งภายในและภายนอกรถ และต่อไปนี้ เราจะทุ่มเทเพื่อช่วยปกป้องโลกของเราด้วยเช่นกัน

เราเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาดังนั้นเราจึงต้องเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา

วอลโว่ คาร์ กำลังมุ่งหน้าสู่การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ.2583

ความคิดริเริ่มที่จะสร้างความแตกต่าง

การผลิตที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Climate neutrality manufactureing)

วอลโว่ คาร์ ตั้งเป้าที่จะดำเนินการผลิตที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ทั้งหมดทั่วโลกให้ได้ภายในปี พ.ศ.2568การผลิตที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Climate neutrality manufactureing)วอลโว่ คาร์ ตั้งเป้าที่จะดำเนินการผลิตที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ให้ได้ทั่วโลกภายในปี พ.ศ.2568 เราดำเนินการสิ่งนี้ด้วยการจัดหาและผลิตพลังงานที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ด้วยตัวเอง รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานที่โรงงานของเรา ซึ่งเรากำลังก้าวหน้าไปได้ด้วยดี โรงงานในยุโรปของเราทั้งหมดดำเนินการด้วยไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 และในปี พ.ศ.2563 โรงงานของเราทั่วโลกก็ใช้พลังงานที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์สูงถึงร้อยละ 51 และโรงงานที่ใหญ่ที่สุดของเรา ณ เมืองเฉิงตูในประเทศจีน ก็หันมาใช้พลังงานไฟฟ้าที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ไปเมื่อไม่นานมานี้

วอลโว่ คาร์ ช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยการนำชิ้นส่วนเก่ามาผลิตใหม่เพิ่มการนำชิ้นส่วนเก่ามาผลิตใหม่เมื่อเทียบกับการผลิตชิ้นส่วนใหม่ การนำชิ้นส่วนเก่ามาผลิตใหม่ใช้วัตถุดิบน้อยลงไปราวร้อยละ 85 และใช้พลังงานน้อยกว่าร้อยละ 80 ปัจจุบันเรานำชิ้นส่วนเก่ามาผลิตใหม่มากกว่า 50 ชิ้นส่วนต่างๆ ทั้งเครื่องยนต์ ชุดเกียร์ คอมเพรสเซอร์เทอร์โบ และคลัทช์ ในปี พ.ศ.2563 เราลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้เกือบ 3,000 ตัน จากการนำชิ้นส่วนเก่ามาผลิตใหม่มากกว่า 40,000 ชิ้นส่วน

วอลโว่ คาร์ กำลังรีไซเคิลเหล็กเพื่อหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มเติมลดของเสียจากการผลิตให้น้อยที่สุดในปี พ.ศ.2563 ของเสียร้อยละ 95 จากกระบวนการผลิตทั่วโลกของเรา ถูกนำไปรีไซเคิล ซึ่งหมายความว่าเราไม่เพียงแต่หลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แต่ยังสามารถรักษาวัตถุดิบอันมีค่าเอาไว้ใช้หมุนเวียน และลดปริมาณการนำวัตถุดิบใหม่มาใช้อีกด้วย ของเสียส่วนใหญ่ที่เรารีไซเคิลก็คือเหล็ก ในปี พ.ศ.2563 เรารีไซเคิลเหล็กกว่า 176,000 ตัน และหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้เกือบ 640,000 ตัน

วอลโว่ คาร์ กำลังร่วมมือกับผู้จัดจำหน่ายเพื่อให้มั่นใจว่า เครือข่ายทั้งหมดจะปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ให้ได้ภายในปี พ.ศ.2583เครือข่ายผู้จัดจำหน่ายเรากำลังทำงานร่วมกับผู้จัดจำหน่ายของเรา เพื่อให้มั่นใจว่าเครือข่ายทั้งหมดของเราสามารถปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ.2583 ซึ่งรวมถึงการผลักดันมาตรการด้านประสิทธิภาพ และการสร้างความมั่นใจว่าจะมีการใช้พลังงานหมุนเวียนในทุกส่วนของธุรกิจของเรา ผู้จัดจำหน่ายของเราทั่วโลกจำนวนไม่น้อยต่างก็มีขุมพลังงานหมุนเวียนในสถานที่ของตนเองแล้ว

วอลโว่ คาร์ ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบย้อนหลังในการจัดการโคบอลต์การจัดหาโคบอลต์อย่างมีความรับผิดชอบโคบอลต์เป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตแบตเตอรี่ที่ใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า ในบางกรณี การสกัดโคบอลต์อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนได้ เราจึงใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อเพิ่มความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะสามารถตรวจพบการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งที่มาของวัตถุดิบ และยังใช้วิธีอื่นๆ อีกหลากหลาย ร่วมกับซัพพลายเออร์ของเรา ทั้งการตรวจสอบแหล่งเหมืองแร่ และการติดตามด้วย GPS เพื่อให้แน่ใจว่าการจัดหาโคบอลต์ในแบตเตอรี่ของเราเปี่ยมไปด้วยด้วยความรับผิดชอบ

การผลิตที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Climate neutrality manufactureing)

วอลโว่ คาร์ ตั้งเป้าที่จะดำเนินการผลิตที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ให้ได้ทั่วโลกภายในปี พ.ศ.2568 เราดำเนินการสิ่งนี้ด้วยการจัดหาและผลิตพลังงานที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ด้วยตัวเอง รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานที่โรงงานของเรา ซึ่งเรากำลังก้าวหน้าไปได้ด้วยดี โรงงานในยุโรปของเราทั้งหมดดำเนินการด้วยไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 และในปี พ.ศ.2563 โรงงานของเราทั่วโลกก็ใช้พลังงานที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์สูงถึงร้อยละ 51 และโรงงานที่ใหญ่ที่สุดของเรา ณ เมืองเฉิงตูในประเทศจีน ก็หันมาใช้พลังงานไฟฟ้าที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ไปเมื่อไม่นานมานี้

วอลโว่ คาร์ ตั้งเป้าที่จะดำเนินการผลิตที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ทั้งหมดทั่วโลกให้ได้ภายในปี พ.ศ.2568

เพิ่มการนำชิ้นส่วนเก่ามาผลิตใหม่

เมื่อเทียบกับการผลิตชิ้นส่วนใหม่ การนำชิ้นส่วนเก่ามาผลิตใหม่ใช้วัตถุดิบน้อยลงไปราวร้อยละ 85 และใช้พลังงานน้อยกว่าร้อยละ 80 ปัจจุบันเรานำชิ้นส่วนเก่ามาผลิตใหม่มากกว่า 50 ชิ้นส่วนต่างๆ ทั้งเครื่องยนต์ ชุดเกียร์ คอมเพรสเซอร์เทอร์โบ และคลัทช์ ในปี พ.ศ.2563 เราลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้เกือบ 3,000 ตัน จากการนำชิ้นส่วนเก่ามาผลิตใหม่มากกว่า 40,000 ชิ้นส่วน

วอลโว่ คาร์ ช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยการนำชิ้นส่วนเก่ามาผลิตใหม่

ลดของเสียจากการผลิตให้น้อยที่สุด

ในปี พ.ศ.2563 ของเสียร้อยละ 95 จากกระบวนการผลิตทั่วโลกของเรา ถูกนำไปรีไซเคิล ซึ่งหมายความว่าเราไม่เพียงแต่หลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แต่ยังสามารถรักษาวัตถุดิบอันมีค่าเอาไว้ใช้หมุนเวียน และลดปริมาณการนำวัตถุดิบใหม่มาใช้อีกด้วย ของเสียส่วนใหญ่ที่เรารีไซเคิลก็คือเหล็ก ในปี พ.ศ.2563 เรารีไซเคิลเหล็กกว่า 176,000 ตัน และหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้เกือบ 640,000 ตัน

วอลโว่ คาร์ กำลังรีไซเคิลเหล็กเพื่อหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มเติม

เครือข่ายผู้จัดจำหน่าย

เรากำลังทำงานร่วมกับผู้จัดจำหน่ายของเรา เพื่อให้มั่นใจว่าเครือข่ายทั้งหมดของเราสามารถปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ.2583 ซึ่งรวมถึงการผลักดันมาตรการด้านประสิทธิภาพ และการสร้างความมั่นใจว่าจะมีการใช้พลังงานหมุนเวียนในทุกส่วนของธุรกิจของเรา ผู้จัดจำหน่ายของเราทั่วโลกจำนวนไม่น้อยต่างก็มีขุมพลังงานหมุนเวียนในสถานที่ของตนเองแล้ว

วอลโว่ คาร์ กำลังร่วมมือกับผู้จัดจำหน่ายเพื่อให้มั่นใจว่า เครือข่ายทั้งหมดจะปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ให้ได้ภายในปี พ.ศ.2583

การจัดหาโคบอลต์อย่างมีความรับผิดชอบ

โคบอลต์เป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตแบตเตอรี่ที่ใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า ในบางกรณี การสกัดโคบอลต์อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนได้ เราจึงใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อเพิ่มความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะสามารถตรวจพบการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งที่มาของวัตถุดิบ และยังใช้วิธีอื่นๆ อีกหลากหลาย ร่วมกับซัพพลายเออร์ของเรา ทั้งการตรวจสอบแหล่งเหมืองแร่ และการติดตามด้วย GPS เพื่อให้แน่ใจว่าการจัดหาโคบอลต์ในแบตเตอรี่ของเราเปี่ยมไปด้วยด้วยความรับผิดชอบ

วอลโว่ คาร์ ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบย้อนหลังในการจัดการโคบอลต์

ความมุ่งมั่นของเราในการตั้งมาตรฐานความยั่งยืนในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่สูงที่สุด

สิ่งใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

รถยนต์วอลโว่สีเทากำลังชาร์จไฟอยู่ที่สถานีชาร์จ ภาพถ่ายจากมุมด้านบน
Volvo XC40 Recharge สีเทากำลังชาร์จไฟอยู่ท่ามกลางพื้นที่สีชมพู
เด็กสาวผมบลอนด์ถือกระเป๋ากีฬาและไม้เทนนิส กำลังเดินไปยัง XC40 Recharge ของเธอ

C40 Recharge เป็นรถยนต์วอลโว่รุ่นแรกของเราที่เปิดตัวด้วยรูปแบบรถยนต์ไฟฟ้า ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การตกแต่งภายในที่ปราศจากการใช้หนังสัตว์แสดงถึงนิยามใหม่ของความหรูหรา พร้อมระบบความปลอดภัยที่มั่นใจได้เช่นเคย

ออกแบบโดยมีวัตถุประสงค์

เรียนรู้เกี่ยวกับ XC40 Recharge – รถยนต์ไฟฟ้าคอมแพค SUV ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อชีวิตในเมืองยุคใหม่และที่ดีกว่า เริ่มสั่งซื้อได้ทางออนไลน์แล้ววันนี้

Volvo XC40 Recharge รถยนต์ไฟฟ้า SUV สีเงินกำลังชาร์จไฟอยู่ท่ามกลางฉากสีชมพู

วัสดุที่ยั่งยืน

การเพิ่มการใช้วัสดุที่ยั่งยืนเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ XC40 Recharge จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ปราศจากมลพิษ

มอเตอร์ไฟฟ้าแบบคู่ที่ไม่ปล่อยมลพิษ ทำให้การขับขี่ของคุณปราศจากมลพิษมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

เรียนรู้เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์

ด้วยบริการบำรุงรักษา ความคุ้มครองจากบริการประกันภัย และการขยายเวลาการรับประกันคุณภาพ ทำให้คุณสามารถเริ่มการเดินทางของคุณได้อย่างอุ่นใจ

คุณสมบัติของรถยนต์ที่แสดงอาจไม่ใช่อุปกรณ์มาตรฐาน หรือไม่มีสำหรับรถทุกรุ่นและทุกชนิดเครื่องยนต์

A_WHITE_SUV_PURE_ELCETRIC_CAR

มีจำหน่ายทางออนไลน์

จองรถวอลโว่ XC40 Recharge Pure Electric วันนี้ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ